เดินศึกษาเล่าเรียนธรรมชาติ จิบกาแฟ รับประทานใบเมี่ยง ที่บ้านแม่กำปอง

Advertisement


หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เดินศึกษาเล่าเรียนธรรมชาติ จิบกาแฟ รับประทานใบเมี่ยง ที่บ้านแม่กำปอง  (อ่าน 18 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Puttichai9876
Drift King
*****

การ์ม่า: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 25904


ดูรายละเอียด










« เมื่อ: กรกฎาคม 23, 2019, 07:54:58 pm »



ล้อแม็ก แม็ก แม็กซ์แต่งรถ

↑ ลงทะเบียนรับข่าวสาร

ล้อแม็ก

Advertisement

เมื่อคนใกล้ตัวเชิญท่องเที่ยว “บ้านแม่กำปอง”
ว่ายังยังไง ว่าตามนั้น ไม่มีการเตรียมตัวใดๆก็ตามทั้งมวล จนกระทั่งจะหาข้อมูลล่วงหน้าสักนิดว่าบ้านแม่กำปองเป็นสถานที่แบบไหนยังไม่ทำเลที่ตั้งย

และก็…อะไรที่ไม่ได้เตรียมพร้อม มักสร้างความแปลกใจ ในระดับที่สั่นได้เสมอ

“บ้านแม่กำปอง” หมู่บ้านเล็กในช่องเขา
แม่กำปองเป็นหมู่บ้านเล็กๆตั้งอยู่ในซอกเขาที่โอบล้อมด้วยภูเขาสูงรอบด้านในจังหวัดเชียงใหม่ มีถนนหนทางเล็กๆสายเดียวเป็นเส้นทางผ่านเข้าออก ถนนสายนั้นเมื่อถึงรอบๆทดสอบกลางหมู่บ้านค่อนข้างแน่นหนาน้อย ด้วยมีรถนักท่องเที่ยวผ่านขึ้นลงต่อเนื่อง เมื่อรถยนต์จอดนิ่งตรงลานวัดแคบๆนักเดินทางจำนวนมาก (อย่างน่าแปลกใจ) พากันเข้าเที่ยวดูหมู่บ้าน ซึ่งบ้านช่องในชุมชนยังคงสภาพเป็นบ้านไม้เรียบง่าย แทรกตัวตามไหล่เขาที่เขียวครึ้ม ร้านอาหาร ร้านขายของของที่ระลึก และร้านกาแฟข้างถนนสร้างมาจากสิ่งของท้องถิ่นโน่นทำให้ภาวะของหมู่บ้านยังคงความเป็นบ้านเล็กในป่าใหญ่ที่กลมกลืนกับห้อมล้อมสีเขียวได้อย่างไม่ประดักประเดิด

ก่อนหน้าที่แม่กำปองจะมีชีวิตชีวาเต็มไปด้วนักท่องเที่ยวอย่างนี้ ย้อนกลับไปเมื่อ 40 ปีที่แล้ว หมู่บ้านแห่งนี้ยังเป็นพื้นที่ทุรกันดาร ไกลห่างจากความรุ่งเรือง มีเพียงแต่ทางดินเล็กๆติดต่อกับโลกข้างนอก ประชาชนในพื้นที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีรายได้ไม่มากนัก ความเป็นอยู่ยากลำบาก ไม่มีไฟฟ้าใช้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูเขาไม่พลอดุลยเดโชเมื่อทรงทราบว่าพื้นที่แห่งนี้ยังไม่มีไฟฟ้า จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวเนื่อง สร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำขึ้นในปี พุทธศักราช 2522 ด้วยทรงมีความเห็นว่าหมู่บ้านแห่งนี้มีสายน้ำที่ไหลแรงพอที่จะปั่นไฟใช้เองได้ นับตั้งแต่นั้นมาแม่กำปองก็เลยมีไฟฟ้าใช้ และก็มีการปรับปรุงถนนไปสู่หมู่บ้านให้สบายยิ่งขึ้น

แล้วก็ในปีพ.ศ. 2524 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชะได้ทรงพระราชทานทรัพย์สมบัติส่วนพระองค์ ก่อสร้างศูนย์ปรับปรุงโครงการหลวงตีนตกบนพื้นที่ใกล้ๆเพื่อเป็นแหล่งปรับปรุง สาธิต ส่งเสริมการเพาะเห็ดหอม รวมทั้งกาแฟให้เป็นรายได้เสริมแก่ประชาชนนอกเหนือจากการปลูกเมี่ยงที่ทำมาแต่ว่าดังเดิม นั่นทำให้เกิดอาการชาวบ้านแม่กำปองเริ่มปลูกกาแฟ พร้อมกันไปกับการปลูกต้นเมี่ยง

แล้วพวกเรามาทำอะไรกันที่ “แม่กำปอง”
หมู่บ้านเล็กๆในซอกเขาท่ามกลางธรรมชาติที่เงียบสงบจนถึงได้ยินเสียงธารน้ำไหลผ่านหมู่บ้านทุกย่างก้าวไม่ว่าไปที่แห่งไหน เสน่ห์นั้นเป็นความเขียวครึ้ม อากาศที่เย็นสะอาด และสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่เนิบช้าเรียบง่าย แต่ว่าเวลาเดียวกันมีอุปกรณ์สำหรับอำนวยความสะดวกตอบสนองไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางด้วยห้องอาหาร เพิงขายของ ที่ขายอาหารเหนือ ของกินพื้นบ้าน และมีอาหารภาคกลางห่างๆให้เลือกลิ้มลองจำนวนมาก แล้วก็ที่ชอบใจนักเดินทางเป็นพิเศษอาจเป็นร้านขายกาแฟ เบเกอรี่เก๋ๆที่มีให้เลือกหลายร้าน รวมทั้งแต่ละร้านค้ามีเมนูอาหารหวานเค้าหน้าน่าทานไม่แพ้ร้านหรูๆในตัวเมืองทีเดียว

แม้กระนั้นอย่าได้หยุดเพียงแค่บรรยากาศชิคๆเก๋ๆที่คล้ายหลอกตานั้น หมู่บ้านแม่กำปองมีอะไรให้สัมผัสมากกว่านั้น ข้างในหมู่บ้านมีทางเดินเรียนรู้ธรรมชาติสำหรับผู้พอใจ โดยมีคนในแคว้นนำทางใช้เวลาในการเดินศึกษาเล่าเรียนประมาณ 2 ชั่วโมง

ศึกษาธรรมชาติ ผ่านไร่กาแฟ ไร่เมี่ยง และก็ป่าต้นน้ำ “แม่กำปอง”
ทางศึกษาเล่าเรียนธรรมชาติเริ่มจากวัดประจำหมู่บ้าน ผ่านไร่เมี่ยง ไร่กาแฟ ไปสู่ป่าต้นน้ำ ก่อนจะนำขึ้นไปยังน้ำตกแม่กำปอง รวมทั้งย้อนกลับไปลงมายังชุมชน

วัดคันธาต้นไม้เป็นวัดโบราณประจำหมู่บ้าน ผลิตขึ้นตั้งแต่ต้นมีการตั้งหลักแหล่งของชุมชน วิหารวัดเป็นสถาปัตยกรรมแบบล้านนา มีโก่งคิ้ว รวมทั้งบริเวณหน้าบันสลักเป็นลวดลายงดงาม แต่ว่าที่ลักขโมยซีนเป็นหลังคาวิหารที่ปกคลุมด้วยมอสและก็ต้นเฟิร์นหนาแน่น จากฝีมือธรรมชาติที่เข้ามาร่วมแต่งแต้มกระทั่งหลังคาวิหาร ดังที่กล่าวมาแล้วกลายเป็นสวนลอยฟ้า นอกเหนือจากตัววิหารที่มีสวนลอยฟ้าบนหลังคาแล้ว อุโบสถของทางวัด ยังแปลกไม่มีใครเหมือน ด้วยเป็นอุโบสถที่ตั้งอยู่กึ่งกลางสายน้ำ มีน้ำล้อมแทนใบเสมา ด้วยสภาพดังกล่าวหมดทั้งตัววิหารแล้วก็โบสถ์จึงกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับธรรมชาติรอบด้าน เชิญชวนให้ผู้เข้ามาในเขตวัดสัมผัสถึงความเงียบสงบแล้วก็เป็นสุข

อุโบสถกลางน้ำ
เมื่อเดินผ่านเนินด้านหลังวัด พวกเราเริ่มเข้าสู่ไร่กาแฟและก็ไร่เมี่ยงที่ราษฎรปลูกผสมกับไม้ใหญ่เริ่มแรก เม็ดกาแฟสีแดงที่กำลังสุกบนต้นทำให้แยกต้นกาแฟออกได้ง่าย ราษฎรกำลังเก็บผลกาแฟที่กำลังสุกจัดพอดิบพอดี ก็เลยเชื้อเชิญให้พวกเราทดลองชิมผลกาแฟสด ที่มีรสหวานผสมฝาดนิดๆต้นกาแฟตรงนี้เป็นกาแฟประเภทอาราบิก้าคุณภาพดี ผลที่สุกจัดนี้ จะถูกนำไปกระเทาะเปลือกออก แช่น้ำทิ้งไว้สองคืนเพื่อล้างมูกออกได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น กระทั่งเหลือแต่เปลือกชั้นในที่เรียกว่า “กะลากาแฟ” หลังจากนั้นก็เลยนำไปผึ่งแดดจนแห้งสนิท เพื่อนำไปคั่วเป็นเมล็ดกาแฟสีเข้มหอมกรุ่นที่เราคุ้นชินถัดไป

ผลกาแฟ
ระหว่างที่เดินไปตามไร่กาแฟนั้น กลิ่นกาแฟหอมๆโชยมาให้ได้กลิ่นเป็นระยะ
“เขากำลังคั่วเม็ดกาแฟกันอยู่ ห้อม หอมนะ” ผู้นำนางหันมาบอกพวกเรา และก็ในบางช่วง พวกเรายังได้มองเห็น “กะลากาแฟ” ที่ประชาชนวางตากแดดทิ้งเอาไว้

กะลากาแฟ
เว้นเสียแต่ต้นกาแฟแล้ว ระหว่างทางมีต้นเมี่ยงให้มองเห็นเป็นระยะ ต้นเมี่ยงนั้นมองยากกว่าต้นกาแฟเพราะว่าไม่มีผลสีแดงๆให้สังเกตแยกประเภท จำเป็นต้องมองจากลักษณะใบสิ่งเดียว แล้วสายตาผู้ที่ไม่คุ้นชินอย่างเรา จำต้องคอยถามคนนำถามตลอดว่า “ใช่มั้ย ใช่ต้นเมี่ยงมั้ย”

ต้นเมี่ยง เป็นภาษาถิ่นของภาคเหนือ คืนต้นชานั่นเอง เมี่ยงที่ราษฎรปลูกเป็นชาอัสสัมที่ขึ้นเจริญในลักษณะอากาศเย็น ชุ่มชื้น และก็อยู่ใต้ร่มไม้

ราษฎรจะเก็บใบเมี่ยงสด ซึ่งปีหนึ่งๆจะเก็บได้ราว 3-4 ครั้งช่วงที่ดอกชากำลังบาน เพื่อนำไปทำเมี่ยงหมัก

ไม้ตุ้ม ไม้เก็บกักน้ำ บ้านเแม่กำปอง
ท้ายที่สุดเราก็มาถึงบริเวณต้นน้ำ สิ่งที่ชักชวนละลานตาเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยโอบที่ชาวบ้านเรียกไม้ตุ้ม ยืนอวดลำต้นให้มองเห็น ไม้ตุ้มเป็นต้นไม้น้ำที่เก็บกักน้ำได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ความสามารถในการเก็บกักน้ำของไม้จำพวกนี้ปรากฏให้เห็น ตอนดินลัดเลาะขอบธารน้ำเพื่อกลับไปยังหมู่บ้าน ด้วยพื้นที่ใกล้กับไม้ตุ้มขนาดใหญ่ต้นหนึ่งมีน้ำที่ผุดจากรอบๆราก ไหลเป็นทางทะเลลงไปยังธารน้ำที่อยู่ใกล้ๆเป็นภาพที่ฟ้องให้เห็นกันชัดชัดว่าต้นไม้ ป่าไม้ ช่วยเก็บกักน้ำให้อุดมสมบูรณ์ได้อย่างไร

แล้วพวกเราก็ออกมาบรรจบกับถนนใหญ่อีกรอบ เพื่อเข้าไปดูวิวหมู่บ้านผ่านทางระเบียงค๊อฟฟี่ช็อปดูนกชมไม้ที่อยู่ตรงพื้นที่ ที่เห็นภาพหมู่บ้านได้เด่นชัด ก่อนจะเดินขึ้นไปดูน้ำตกแม่กำปองที่อยู่ต่อจากหมู่บ้านขึ้นไป

กลางทางเจอผักอะไรที่กินได้ คนนำทางจะเด็ดขยี้ให้พวกเราทดลองดมกลิ่นไปตลอดทาง ให้รู้สึกอิจฉาความสมบูรณ์ของพื้นที่ ที่แทบทุกตารางนิ้วของหมู่บ้าน ราวสวนผัก จะเลือกเด็ดเก็บอะไรไปทำอาหารก็ได้

ภายหลังจากดูน้ำตกประจำหมู่บ้าน พวกเราเดินย้อนกลับเข้าไปในหมู่บ้าน แวะดูงานหัตถกรรมของราษฎรที่นำไม้ไผ่มาสานจักรเป็นงานต่างๆ ชมดูอุปกรณ์ที่ใช้เพื่อการหมักเมี่ยง รวมทั้งขั้นตอนการนำใบเมี่ยงที่แก่จัดทำเป็นหมอนใบชา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ของชาวบ้าน

ใบชาที่จะเอามาใส่ถุงผ้าเพื่อทำเป็นหมอนใบชา
กลางทางนั้นเอง ฉันบังเอิญหันไปเห็นไม้ดอกสีเหลืองประเภทหนึ่งเข้า เมื่อไต่ถามก็เลยรู้ว่า ฯลฯกำปอง แล้วก็เจ้าดอกกำปองสีเหลืองนี้แหละที่เป็นสาเหตุของชื่อหมู่บ้าน
“ขึ้นมากมายตามข้างถนนน้ำ” ผู้นำนางบอกกับพวกเรา “เลยเอามาเป็นชื่อเรียก แม่มาจากแม่น้ำ กำปองก็มาจากชื่อต้นไม้ เลยเรียกรวมกันว่า “แม่กำปอง”

ใช้เวลา 2 ชั่วโมง เพื่อเล่าเรียนธรรมชาติ แม่กำปอง
พวกเราใช้เวลาโดยประมาณ 2 ชั่วโมงพอดีเป๊ะสำหรับเดินตรวจเส้นทางศึกษาธรรมชาติ

เมื่อเยี่ยมชมอีกทั้งไร่กาแฟ ไร่เมี่ยงแล้ว จำเป็นต้องลองลิ้มชิมสินค้า ที่อุตส่าห์ได้ไปมองเห็นตั้งแต่ต้นทางของแนวทางการ โน่นคือยำใบเมี่ยงซึ่งเป็นรายการอาหารแนะนำของร้านอาหารหลายร้าน ใบเมี่ยงใหม่ๆที่เก็บได้ถูกนำมาปรุงเป็นยำรสชาติจัดจ้าน แต่ว่าราษฎรทุกคนจะเตือนแบบเดียวกันหมดว่าอย่าทานรายการอาหารนี้เป็นอาหารเย็นเด็ดขาด ด้วยเหตุว่าฤทธิ์จากใบชาจะทำให้นอนไม่หลับ

แล้วก็อย่าทดลองลืมดื่มกาแฟตรงนี้ โดยเฉพาะกาแฟดยึดที่บาริสต้ากล่าวอย่างพึงใจ หลังจากที่ฉันกล่าวชมรสกาแฟที่นุ่มนวลออกเปรี้ยวนิดๆว่ากาแฟที่เราดื่มนั้น เขาทำเองตั้งแต่เก็บผลกาแฟ คั่วเมล็ด กระทั่งมาบดชงให้ลูกค้า…

ฉนั้นเรามาทำอะไรกันที่แม่กำปอง
สูดอากาศบริสุทธิ์

เรียนรู้วิถีชาวบ้าน

และก็ในที่สุดลิ้มลองผลิตภัณฑ์ของหมู่บ้านประสาชาวเมือง
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : sbofifa55.net

Tags : sbofifa55,sbo-fifa55



GPSราคาถูก | เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ | Ran Online | Ragnarok | โปรโมชั่น | เกมส์ออนไลน์

Promotion
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

ฐานข้อมูลผิดพลาด
ลองอีกครั้ง ถ้าเกิดการผิดพลาดอีกครั้ง ให้แจ้งผู้ดูแลระบบด้วย
กลับ