รู้ไหมว่ากระเทียมนั้นมีสรรพคุณ-เเละประโยชน์อย่างมากๆ

Advertisement


หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: รู้ไหมว่ากระเทียมนั้นมีสรรพคุณ-เเละประโยชน์อย่างมากๆ  (อ่าน 34 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
df0001sd5
หัดขับ
*

การ์ม่า: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3


ดูรายละเอียด อีเมล์










« เมื่อ: สิงหาคม 14, 2018, 09:05:01 am »



ล้อแม็ก แม็ก แม็กซ์แต่งรถ

↑ ลงทะเบียนรับข่าวสาร

ล้อแม็ก

Advertisement

[/b]
กระเทีย[/size][/b]
กระเทียมกับประโยชน์ต่อร่างกาย
[url=http://www.disthai.com/16488280/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1]กระเทีย[/b] เป็นพืชล้มลุกที่มีหัวลักษณะเป็นทรงกระเปาะอยู่ใต้ดินเช่นเดียวกับหัวหอม ซึ่งแต่ละหัวจะประกอบด้วย 6-10 กลีบ นิยมนำมาใช้เป็นเครื่องปรุงทำครัว กระเทียมเป็นพืชที่ค่อนข้างต่างจากพืชทั่วไป เพราะอุดมไปด้วยกำมะถันหรือซัลเฟอร์ในจำนวนมาก นอกจากนี้กระเทียมประกอบไปด้วยสารอาหารอื่นๆอีกมากมาย ดังเช่น อาร์จีนีน (Arginine) โอลิโกแซ็คคาไรด์ (Oligosaccharides) ฟลาโวนอยด์ (Flavoniods) รวมทั้งซีลีเนียม (Selenium) ซึ่งล้วนเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ
กระเทียม
หลายๆคนอาจจดจำกระเทียมได้จากกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ส่วนตัว ซึ่งเกิดขึ้นจากสารอัลลิซิน (Allicin) นอกเหนือจากการที่จะทำให้กระเทียมมีกลิ่นที่เด่นแล้ว อัลลิซินยังเป็นสารออกฤทธิ์หลักที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ แล้วก็อาจมีส่วนช่วยรักษาโรคหรือทำให้อาการต่างๆ โดยที่ผู้คนจำนวนมากเชื่อว่าการกินกระเทียมอาจช่วยบรรเทาอาการที่เกี่ยวเนื่องกับหัวใจรวมทั้งเส้นเลือด ความดันโลหิต คอเลสเตอรอล บรรเทาหวัด รวมทั้งใช้น้ำมันกระเทียมเป็นยาทาภายนอกเพื่อรักษาอาการติดเชื้อโรคทางผิวหนัง เล็บ หรือช่วยรักษาอาการผมหล่นอีกด้วย
ดังนี้สิ่งที่ใช้ในการพิสูจน์หรือหลักฐานทางการแพทย์มีมากน้อยเท่าใดที่จะช่วยรับรองคุณประโยชน์ คุณประโยชน์ แล้วก็ความปลอดภัยของการกินกระเทียมที่มีบทบาทหรือส่วนช่วยในการรักษาโรคกลุ่มนี้
ความดันเลือดสูง อัลลิสินซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ที่พบได้ในกระเทียมสดหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาการที่มีส่วนประกอบของกระเทียม อาจมีส่วนช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อเรียบที่เรียงตัวในเส้นโลหิตและก็ส่งผลให้หลอดเลือดขยายตัวรวมทั้งทำให้ระดับความดันโลหิตลดลดน้อยลง ซึ่งสอดคล้องกับการทดสอบชิ้นหนึ่งให้ผู้เจ็บป่วยที่หรูหราความดันโลหิตสูงโดยที่มีค่าความดันซิสโตลิก (Systolic Blood Pressure: SBP) มากกว่าหรือพอๆกับ 140 มิลลิตรปรอท กินกระเทียมบ่มสกัด (Aged Garlic Extract: AGE) ขนาด 960 มก. ตรงเวลา 12 อาทิตย์ พบว่าค่าความดันซิสโตลิกลดต่ำลงมากยิ่งกว่าเมื่อเทียบกับผู้ป่วยที่กินยาหลอก จึงอาจกล่าวได้ว่าการกินกระเทียมบ่มสกัดอาจมีความสามารถสำหรับเพื่อการรักษาคนเจ็บความดันโลหิตสูงได้ดียิ่งไปกว่ายาหลอก
ถึงแม้ว่าจะมีการทดสอบอีก 2 ชิ้นที่ชี้ให้เห็นถึงคุณภาพของกระเทียมสำหรับในการลดความดันโลหิตได้ดีกว่าการใช้ยาหลอก แต่เพราะผลการทดสอบอาจยังไม่ถูกต้องแม่นยำพอเพียงที่จะสรุปสมรรถนะของกระเทียมได้ว่าสามารถรักษาหรือลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและก็เส้นเลือดในคนไข้ความดันโลหิตสูง จึงยังจำต้องเล่าเรียนเพิ่มเพื่อยืนยันคุณภาพที่แน่ชัดเพิ่มขึ้น
โรคมะเร็ง ความเกี่ยวข้องของการบริโภคกระเทียมและก็ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งยังกำกวมแล้วก็ยังคงเป็นที่คัดค้านกันอยู่ ซึ่งจะมองเห็นได้จากการค้นคว้าชิ้นหนึ่งที่ให้ชาวจีนทั้งสิ้นศชายรวมทั้งเพศหญิงที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะจำนวนกว่า 5,000 คน กินสารอัลลิทริดินขนาด 200 มก.ต่อวัน ร่วมกับสารซีลีเนียมขนาด 100 ไมโครกรัมวันเว้นวัน ซึ่งล้วนเป็นสารสกัดที่ได้จากกระเทียม โดยทำการทดลองเป็นเวลา 5 ปี และก็เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่กินยาหลอกแล้วพบว่ากลุ่มที่รับประทานสารอัลลิทริดินร่วมกับสารซีลีเนียมมีความเสี่ยงต่อการเกิดเนื้องอกต่ำลง 33 เปอร์เซ็นต์ และก็เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะลดน้อยลงถึง 52 เปอร์เซ็นต์
แม้กระนั้น มีการทำการวิจัยอีก 19 ชิ้นแสดงให้เห็นว่า ยังไม่พบหลักฐานที่น่าเชื่อถือพอดีจะช่วยส่งเสริมความเกี่ยวข้องของการบริโภคกระเทียมต่อการเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะ มะเร็งทรวงอก มะเร็งปอด หรือโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก และก็มีหลักฐานที่ค่อนข้างจะจำกัดที่เกื้อหนุนว่าการบริโภคกระเทียมอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งไส้ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งกล่องเสียง มะเร็งในโพรงปาก หรือมะเร็งรังไข่
ทั้งนี้สถาบันโรคมะเร็งแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NCI) ได้บอกว่ากระเทียมเป็นผักประเภทหนึ่งที่อาจมีคุณสมบัติต้านทานโรคมะเร็ง แม้กระนั้นยังมีปัจจัยอื่นๆยกตัวอย่างเช่น ลักษณะของสินค้าที่ทำจากกระเทียม หรือปริมาณความเข้มข้นที่มากมาย อาจจะส่งผลให้พิสูจน์ถึงสมรรถนะของกระเทียมได้ยาก รวมทั้งเมื่อเวลาผ่านไปหรือเก็บเอาไว้ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ก็อาจก่อให้คุณภาพของกระเทียมเสื่อมสลายไปได้ด้วยเหมือนกัน
แก้หวัด หลายคนมั่นใจว่ากระเทียมมีฤทธิ์ต้านทานเชื้อจุลินทรีย์รวมทั้งเชื้อไวรัส และก็มีการนำมาใช้เพื่อคุ้มครองและก็บรรเทาอาการหวัดมาอย่างช้านาน ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาเล่าเรียนชิ้นหนึ่งที่ให้อาสาสมัครปริมาณ 146 คน รับประทานสารสกัดจากกระเทียมชนิดเม็ดซึ่งประกอบไปด้วยสารอัลลิซินขนาด 180 มิลลิกรัมวันละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 12 อาทิตย์ แล้วให้อาสาสมัครเขียนบันทึกอาการเมื่อเป็นหวัด พบว่าในกรุ๊ปที่รับประทานสารสกัดจากกระเทียมมีรายงานการเป็นหวัดปริมาณ 24 ครั้ง ซึ่งน้อยกว่าเมื่อเทียบกับกรุ๊ปที่รับประทานยาหลอกที่มีรายงานการเป็นหวัดปริมาณ 65 ครั้ง ทั้งยังพบว่าช่วงเวลาของการเป็นหวัดในกลุ่มที่รับประทานสารสกัดจากกระเทียมมีปริมาณวันที่น้อยกว่า แต่ว่าช่วงเวลาการฟื้นฟูสภาพจากอาการหวัดของอีกทั้ง 2 กรุ๊ปมีความต่างกันเพียงนิดหน่อย แม้ผลการทดลองข้างต้นจะชี้ให้เห็นถึงความสามารถของกระเทียม แม้กระนั้นหลักฐานการทดลองทางสถานพยาบาลยังน้อยเกินไปรวมทั้งจึงควรเล่าเรียนเพิ่มเพื่อยืนยันประสิทธิภาพของกระเทียมให้ชัดแจ้งเพิ่มขึ้น
ลดน้ำหนักแล้วก็มวลไขมัน ในผู้เจ็บป่วยภาวะไขมันพอกตับ ที่ไม่ได้มีต้นเหตุจากการดื่มแอลกอฮอล์ แต่มักมีสาเหตุมาจากโรคอ้วน โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ความดันเลือดสูง รวมทั้งไขมันในเลือดสูง ซึ่งการดูแลรักษาด้วยการรับประทานยา การผ่าตัด หรือลดความอ้วนอาจไม่เพียงพอ ถ้าไม่ดูแลหัวข้อการทานอาหารพร้อมกันไปด้วย การรับประทานกระเทียมจึงบางทีอาจเป็นหนทางหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะเหตุว่ากระเทียมเป็นพืชสมุนไพรที่อุดมไปด้วยกำมะถันหรือซัลเฟอร์และสารอาหารอื่นๆที่อาจมีคุณลักษณะคุ้มครองภาวะอ้วน ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาวิจัยชิ้นหนึ่งที่ให้ผู้เจ็บป่วยไขมันพอกตับที่มิได้เป็นผลมาจากการดื่มแอลกอฮอล์ทั้งเพศชายและก็เพศหญิง อายุตั้งแต่ 20-70 ปี จำนวนทั้งปวง 110 คน รับประทานกระเทียมผงชนิดแคปซูลขนาด 400 มิลลิกรัม ซึ่งข้างในประกอบไปด้วยสารอัลสิลินขนาด 1.5 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง ตรงเวลา 15 อาทิตย์ โดยสามารถกินอาหารได้ตามเดิม แต่รับประทานกระเทียมได้ไม่เกินสัปดาห์ละ 2 กลีบ จากผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่า น้ำหนักรวมทั้งมวลร่างกายลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับกรุ๊ปที่รับประทานยาหลอก จึงอาจกล่าวได้ว่าการรับประทานกระเทียมอาจช่วยลดปริมาณไขมันในตับและก็คุ้มครองหรือชะลอการเกิดภาวะไขมันพอกตับที่ไม่ได้มีเหตุมาจากการดื่มแอลกอฮอล์ แม้กระนั้นการศึกษาเล่าเรียนในอนาคตยังจำเป็นที่จะต้องวางแบบการทดสอบให้ดียิ่งขึ้นและก็ควรจะเพิ่มช่วงเวลาสำหรับในการทดลองเพื่อรับรองประสิทธิภาพของกระเทียมให้แจ่มกระจ่างยิ่งขึ้น
ลดระดับคอเลสเตอรอล หลักฐานเกี่ยวกับคุณภาพของกระเทียมต่อการลดระดับคอเลสเตอรอลยังคงไม่ตรงกัน จึงทำให้ยังไม่สามารถที่จะสรุปได้อย่างชัดเจน ซึ่งสอดคล้องกับการทดสอบแล้วก็การเรียนโดยการทบทวนการค้นคว้าที่เกี่ยวพันปริมาณ 29 ชิ้น ได้ชี้ให้เห็นว่า การกินกระเทียมอาจช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลรวมได้บางส่วน แม้กระนั้นไม่ส่งผลให้ระดับคอเลสเตอรอลชนิดที่ดี (High-Density Lipoprotein: HDL) เพิ่มสูงขึ้น หรือไม่ทำให้ระดับคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดี (Low-Density Lipoprotein: LDL) ซึ่งเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจลดน้อยลงแต่อย่างใด ก็เลยยังควรต้องศึกษาเล่าเรียนเพิ่มเพื่อหาข้อสรุปรวมทั้งยืนยันประสิทธิภาพของ[url=http://www.disthai.com/16488280/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1]กระเทียม
ต่อระดับคอเลสเตอรอลที่แจ่มชัดเพิ่มขึ้น
[/b]
ความปลอดภัยสำหรับในการรับประทานกระเทียม
การกินกระเทียมค่อนข้างจะไม่เป็นอันตรายหากรับประทานในปริมาณที่สมควร แม้กระนั้นอาจจะเป็นผลให้เป็นผลข้างๆได้ ได้แก่ ปากเหม็น มีกลิ่นตัว รู้สึกแสบร้อนที่รอบๆปากหรือที่กระเพาะอาหาร แสบร้อนกึ่งกลางอก อาการท้องอืด อ้วก อาเจียน หรือท้องร่วง อาการเหล่านี้อาจทวีความร้ายแรงขึ้นเมื่อรับประทานกระเทียมสด ทั้งการใช้กระเทียมสดทาหรือสัมผัสที่บริเวณผิวหนังอาจก่อให้เกิดอาการแสบร้อนรวมทั้งระคายเคืองได้
ข้อควรปฏิบัติตามสำหรับเพื่อการกินกระเทียมโดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลในกลุ่มต่อไปนี้
คนที่กำลังท้องหรือคนที่อยู่ในตอนให้นมลูก การกินกระเทียมในตอนการมีครรภ์ค่อนข้างไม่เป็นอันตรายถ้ากินเป็นอาหารหรือในจำนวนที่เหมาะสม แม้กระนั้นบางทีอาจไม่ปลอดภัยถ้าเกิดกินกระเทียมเป็นยารักษาโรค ทั้งยังไม่มีช้อมูลที่น่าเชื่อถือพอเพียงเกี่ยวกับความปลอดภัยของการทากระเทียมที่บริเวณผิวหนังในตอนการมีครรภ์หรือให้นมลูก
เด็ก การกินกระเทียมในจำนวนที่สมควรรวมทั้งในระยะสั้นๆอาจไม่เป็นอันตรายสำหรับเด็ก แม้กระนั้นการใช้กระเทียมทาบริเวณผิวหนังอาจจะก่อให้กำเนิดอาการแสบร้อนแล้วก็เคือง
คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหารหรือการย่อยอาหาร อาจจะส่งผลให้มีการเคืองที่ทางเดินของกินได้
ผู้ที่มีความดันเลือดต่ำ การรับประทานกระเทียมอาจจะก่อให้ระดับความดันโลหิตลดลดน้อยลงมากยิ่งกว่าปกติ
คนที่วางแผนเข้ารับการผ่าตัด ควรหยุดรับประทานกระเทียมก่อนการผ่าตัดอย่างต่ำ 2 สัปดาห์ด้วยเหตุว่าอาจก่อให้เลือดออกมากแล้วก็ส่งผลต่อความดันเลือดในระหว่างการผ่าตัด และก็คนที่มีภาวการณ์เลือดออกเปลี่ยนไปจากปกติไม่สมควรรับประทานกระเทียม โดยยิ่งไปกว่านั้กระเทียม[/url]สด เพราะว่าบางทีอาจเพิ่มการเสี่ยงให้เลือดออกได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น
คนที่อยู่ในระหว่างการกินยารักษาโรค ดังเช่นว่า ไอโซไนอะซิด เพราะเหตุว่ากระเทียมอาจลดการดูดซึมของยาในร่างกายแล้วก็มีผลต่อคุณภาพรูปแบบการทำงานของยา รวมถึงไม่สมควรรับประทานกระเทียมในระหว่างใช้ยาดังต่อไปนี้
ยารักษาการติดโรคไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องหรือโรคเอดส์
ยาคุม
ยาต้านทานการแข็งตัวของเลือด
ยาต้านทานเกล็ดเลือด
http://www.disthai.com/[/b][/size][/b]

Tags : สมุนไพรกระเทียม



GPSราคาถูก | เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ | Ran Online | Ragnarok | โปรโมชั่น | เกมส์ออนไลน์

Promotion
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

ฐานข้อมูลผิดพลาด
ลองอีกครั้ง ถ้าเกิดการผิดพลาดอีกครั้ง ให้แจ้งผู้ดูแลระบบด้วย
กลับ