แนะนำศึกษาวิธีการใช้ รักษาโรคหูดหงอนไก่ คำถามที่เจอบ่อย ติดต่อได่

Advertisement


หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: แนะนำศึกษาวิธีการใช้ รักษาโรคหูดหงอนไก่ คำถามที่เจอบ่อย ติดต่อได่  (อ่าน 946 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
diorarmani2000
Drift King
*****

การ์ม่า: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 11666


ดูรายละเอียด อีเมล์










« เมื่อ: ตุลาคม 06, 2018, 11:20:03 am »



ล้อแม็ก แม็ก แม็กซ์แต่งรถ

↑ ลงทะเบียนรับข่าวสาร

ล้อแม็ก

Advertisement

ด้วยารักษาหูดหงอนไกตุ่มที่อวัยวะเพศ คำถามที่เจอบ่อย ติดต่อได่
การดูแลและรักษาโรคหูดหงอนไก่ในระยะรุกลามเป็นก้อน
รอบนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับการดูแลรักษาในระยะที่หูดบานจนถึงเป็นดอกกะหล่ำหรือเป็นก้อนเนื้อใหญ่แล้วเกินระยะที่จะให้ยารักษาหูดหงอนไก่แล้วครับ
ตอนนี้มีคนโทรมาซักถามอยู่เสมอเหตุเพราะปล่อยไว้นานมิได้ทำรักษามาเลยเป็นปีนะครับ รวมทั้งเป็นส่วนมากที่สุดที่โทรมาถามไถ่การสั่งตัวยารวมทั้งซักถามข้อมูลตัวยากับผม วันนี้ก็เลยหาเวลามาอัพเดทข้อมูลให้ครับผม
ตอนนี้จะใช้ยาแบบทาไม่ค่อยสำเร็จแล้วครับ จึงแนะนำว่าถ้าหากเป็นระยะนี้ท่านจะเสี่ยงกับโรคอื่นๆตามมาแล้วครับผม
ขั้นตอนแรกเลย เป็นเนื้อหูดจะเริ่มลามลงลึกไปในส่วนที่อับชื้นที่สุดอาทิเช่นท่อเยี่ยว รูทวาร ในส่วนนี้จะทำให้มีปัญหาต่อระบบทางเท้าฉี่รวมทั้งระบบขับถ่ายได้สุดท้าย บางทีอาจจำเป็นต้องกระทำการผ่าตัดในเรื่องที่หูดอยู่ลึกและไม่สามารถจี้ไฟฟ้าได้
การดูแลและรักษา ผู้ที่เป็นอยู่ขณะนี้ครับ ถ้าหากรู้ดีว่าตัวเองมีตุ่มหูดที่มากพอสมควรติ่งมีขนาดใหญ่ราวปลายนิ้วก้อย เสนอแนะให้รีบพบหมอเลยครับ เวลานี้ไม่ชี้แนะให้สั่งยาไปทาแล้วครับผม หมอจะกระทำการจักจี้ไฟฟ้า หรือจี๋เย็น ให้ครับ การจี้อาจมีตั้งแต่ 1 ครั้ง ไปจนถึง 3 ครั้ง ตามอาการ แล้วก็ต้องมาพบแพทย์ผู้กระทำการดูแลและรักษาสม่ำเสมอตามนัดหมายเพื่อ follow up ด้วยครับผม เมื่อจี๋แล้วต้องระวังเป็นพิเศษเกี่ยวกับความสะอาด เพราะว่าแผลจากการจี้ต้องใช้เวลาพักฟื้นพอประมาณ 2-7 วัน
และจะต้องเข้าใจว่าการจักจี้กระแสไฟฟ้าไม่ใช่แนวทางที่จบนะครับ มีคนจำนวนไม่น้อยโทรมาถามตลอดว่าเพราะอะไรจักจี้ไฟฟ้าแล้วถึงยังไม่หาย ซักพักก็กลับมาเป็นอีกทำให้จะต้องไปจักจี้อีก เพราะว่าการจี้ไฟฟ้าเป็นเพียงแค่การทำลายเนื้อหูดให้หลุดไปเพื่อตัดการรุกลุกลามออกไปเฉพาะหน้าก่อน แล้วจึงมารักษาที่เชื้อไวรัสและภูมิคุ้มกันถัดไปนะครับ ก็เลยย้ำเสมอว่าถ้าหากเป็นไปได้อย่าทำให้หูดลามไปเรื่อยๆจนถึงเวลานี้ครับผม
 
สำหรับผู้ที่เพิ่งจะเริ่มเป็นไม่นานก็ลองดูในบทความก่อนๆที่ผมลงเนื้อหาเกี่ยวกับการรักษาในทีแรกๆๆรวมถึงตัวยาหวานใจษา แล้วก็วิตามินเสริม ผมได้ลงข้อมูลไว้ครบแล้วนะครับ ลองย้อนมองครับ แม้มีข้อมูลใหม่ๆเพิ่มจะอัพเดทให้ทราบเรื่อยๆครับ
 
สวัสดีนะครับ ในบทความก่อนๆได้แนะนำในเรื่องของตัวยารักษาโรคหูดหงอนไก่กันไปแล้ว แม้กระนั้นก็ยังมีปัญหาสำหรับหลายๆคนเกี่ยวกับความประพฤติการทำงานที่ไม่เอื้อต่อการดูแลและรักษาแล้วก็สร้างเสริมภูมิคุ้มกันสำหรับเพื่อการยับยั้งโรคนี้ บางบุคคลหายแต่ก็กลับไปติดโรคใหม่ได้ง่าย แล้วก็บางบุคคลใช้เวลาในการรักษานานนับเดือนถึงหลายๆเดือนเนื่องจากสถานการณ์ร่างกายไม่ได้พักอย่างเต็มที่ สภาพการณ์เครียด ตัวยาจึงปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ บางคนที่ไปพบหมอบางครั้งอาจจะได้ยามารับประทานเพิ่มซึ่งก็คืิอตัวยาที่ช่วยเกี่ยวกับภาวะกลุ่มนี้นั่นเองนะครับ ส่วนตัวยารักษาโรคนี้โดนตรงจะเป็นยาจำพวกทานะครับผมไม่ใช่ยารับประทาน ผมจึงชี้แนะว่าแม้ให้ได้ผลดีแล้วก็มีคุณภาพจึงควรทานวิตามินเสริมและบริหารร่างกายพร้อมกันไปด้วยรวมถึงการพักผ่อนหย่อนใจครับผม
ส่วนนี้จะมาเสนอแนะสำหรับผู้ที่ใช้ยาใช้ภายนอกอยู่ไม่ว่าจะชนิดใดก็ตาม สามารถหาซื้อวิตามินรวมบำรุงร่างกายพวกนี้จะมีขายตามร้านขายยาใหญ่ๆครับ ราคาบางทีอาจจะสูงหน่อยแต่ประโยชน์ที่ได้เห็นกระจ่างครับ

1 ฟาร์มาตอน

 
 
2 เซนทรัม                                                                                                                                             
 



3. แบล็คมอร์ มัลติวิตามิน



 
 
 
ตัวยาเหล่านี้ให้เลือกทานเพียง 1 ตัวเท่านั้นนะครับ ไม่จำเป็นต้องทานตลอด แต่ช่วงที่เป็นโรคหูดหรือกำลังรักษาคือช่วงที่สภาวะร่างกายมีปัญหาภูมิต้านทานในร่างกายต่ำ จึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลตัวเองอย่างเต็มที่  สามารถทานควบคู่กับยาทาจนกว่าหูดหงอนไก่จะหลุดออกและหายสนิทครับ 
การสังเกตลักษณะของอาการของหูดหงอนไก่พื้นฐาน (HPV)
 
 ทำความรู้จักกับโรคหูดหงอนไก่ ยารักษาหูดหงอนไก่ (ตุ่มที่อวัยวะสืบพันธุ์ เชื้อ HPV) และก็วิธีการรักษาหูดหงอนไก่อย่างถูกวิธี รวมทั้งการดูแลสุขภาพรวมทั้งเลี่ยงสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดหูด

 สวัสดีนะครับ ประการแรกพวกเรามาทำความรู้จักกับเจ้าหูดหงอนไก่ในทางกายภาพกันก่อนครับ ข้อมูลทั้งผองนี้นำมาจากประสบการณ์สมัยอยู่สารธาณสุขจังหวัดตรงเวลากว่า 5 ปี แล้วก็ได้มีการออกหน่วยและก็จัดอบรมกันมาทุกๆปี แต่ตอนนี้หูดหงอนไก่ก็ยังไม่ค่อยมีคนรู้จักกันแพร่หลายเนื่องจากอัตราส่วนของผู้ที่เป็นโรคเทียบกับปริมาณคนแล้วมีไม่ถึง 20เปอร์เซนต์ แถมใน 20 เปอร์เซนต์ ยังมีคนที่ติดเชื้อโรคและไม่ออกอาการอีกมากกว่า 10 เปอร์เซนต์ เพราะฉะนั้นก็เลยไม่น่าแปลกที่โรคนี้ก็เลยไม่ค่อยมีชื่อ
ลักษณะภายนอก ผู้ที่เริ่มเป็นจะสังเกตเห็นว่ามีตุ่มขึ้นที่ของลับ และ รูทวาร แต่ลักษณะของตุ่มจะต่างจากผื่น และก็ ฝี หรือสิว ริดสีดวงอะไรแนวๆนี้ หูดหงอนไก่จะมีติ่งเนื้อล้วนๆไม่มีหนองและก็อาการระบมบอบช้ำ รวมทั้งจุดที่มากยิ่งขึ้นสำหรับเพศชายจะขึ้นที่รอยแนวเส้นโลหิตหนังหุ้มห่อ ปากท่อฉี่ แล้วก็สตรีจะขึ้นบริเวณขอบแคมทั้ง 2 ข้าง และทั้ง ญ แล้วก็ ช สามารถกำเนิดได้ที่บริเวณรูทวาร
ต่อไปนี้ลองดูภาพหูดโดยประมาณก่อนนะครับ ว่าลักษณะแบบนี้คล้ายๆที่เกิดกับคุณหรือไม่
เอาล่ะนะครับ พวกเราก็รู้จักหูดหงอนไก่ทางด้านกายภาพมาพอประมาณ ต่อไปนี้มาถึงหัวข้อการรักษากันเลยดีกว่าครับ
การดูแลและรักษาหูดหงอนไก่โดยทั่วไปแล้วไม่ว่าจะคลีนิค หรือ โรงหมอ ก็จะใช้แนวทางแต้มยากัดหูดเป็นหลัก เป็นวิธีที่สำเร็จชะงัดสามารถกัดเม็ดหูดที่มีลักษณะกลมๆให้เปื่อยยุ่ยรวมทั้งหลุดออกมาทีละน้อยๆ ถ้าเกิดผู้ใดมีประสบการณ์ไปพบแพทย์รักษามาจะรู้จักยาที่ชื่อว่า podophyllin แล้วก็ กรด salicylic อย่างดีเยี่ยม ตอนจักจี้ใหม่ๆจะรู้สึกแสบๆแต่ไม่ใช่ว่าจะหายเลยหรือหลุดในทันทีทันใดครับ แพทย์จะนัดหมายมาจี้อีกหลายรอบจนกระทั่งจะออกหมด รวมทั้งมีหลายคนที่บากบั่นใช้แนวทางรักษาแบบราษฎร คือสิ่งที่ผมจะเตือนให้ระวังนะครับว่าอย่าพยายามทำเด็ดขาด 1.การเอาความร้อนมาจี้ กาดใช้กรดของผลไม้ทางทำชาติและก็สังเคราะห์ ยกตัวอย่างเช่นหอมแดง หรือพวก BHA ที่อยู่ในเครื่องแต่งตัวต่างๆมาใช้ ขอเตือนว่าถ้าเกิดเป็นหูดตามแขนขาอาจจะไม่เป็นไรแต่ว่าสำหรับหูดหงอนไก่ที่ขึ้นอวัยวะสืบพันธุ์ไม่ควรกระทำครับผม ควรที่จะใช้ยาให้ถูกกับโรคจะดียิ่งกว่า ขอรับ
ส่วนยาอีกตัวที่ใช้รักษาคือยา aldara ครับ แต่ยาตัวนี้ส่วนมากจะเป็นคลีนิคเอกชน ใช้กันและใช้สำหรับหูดที่เพิ่งจะเริ่มขึ้นไม่กี่วัน ที่เป็นเม็ดเล็กๆและยาจะเหมาะกับเพศชายมากกว่า ซึ่งยาละลายน้ำง่ายมากเมื่อใช้กับสตรีจะไม่ค่อยได้ผลดีเท่าเพศชายครับผม ยาทั้ง 2 จำพวกนี้เป็นยานำเข้าจากคลังยารวมทั้งผู้นำเข้าอิสระซึ่งจะไม่ค่อยมีขายให้เห็นได้ทั่วๆไปครับผม จำต้องศูนย์ยาใหญ่ๆจริงๆแต่ว่าหากพบแพทย์ก็จะสามารถได้รับยาตัวนี้มาทาภายหลังที่แพทย์แต้มให้ในครั้งแรกครับ เอาล่ะถ้าเช่นนั้นวันนี้คงจะพอเพียงเท่านี้ก่อนแม้มีอะไรน่าดึงดูดจะมา update เขียนเสริมเติมเรื่อยๆครับ
ท้ายที่สุดสำหรับใครที่เป็นโรคนี้อยู่หรือยังยังไม่แน่ใจก็ตามสามารถติดต่อหรือถามไถ่ผมโดยตรงได้ขอรับยินดีให้การช่วยเหลือ รวมถึงผู้ที่อยากได้ไปโรงพยาบาล หรือสถานที่รักษาโดยตรง ทั้งในเขต กทม. แล้วก็ ชนบท ผมสามารถแนะนำท่านได้ ตั้งแต่การเริ่มสังเกตุ การติดต่อพบแพทย์ แล้วก็โรงพยาบาลที่รักษาโดยตรง แบบนี้เพราะแต่ละคนอาจยังไม่มั่นใจ หรือไม่ทราบลักษณะของการมีอาการเบื้องต้นก็ปล่อยปะไม่เอาใจใส่จนกระทั่งหูดลุกลามเป็นก้อน ตอนออกหน่วยมีหลายท่าน และโดยมากเป็นผู้ชาย ที่ไม่กล้าเอ่ยปากถาม หรือทำอะไร กระทั่งต้องใช้แนวทางในที่สุดเป็นผ่าตัด รวมทั้งสมานแผลพักฟื้นให้ยาแก้อักเสบกันหลายราย
ต้นสายปลายเหตุหลักที่ใช้ยาแล้วไม่ได้เรื่อง
1. aldara cream อย่างที่รู้กันว่าเป็นตัวยาเบื้องต้นสำหรับคนที่เริ่มเป็นระยะแรกๆ2-4 อาทิตย์ เดี๋ยวนี้ถ้ารู้ตัวไวและรีบรักษาจะเห็นผลไวมาก แต่ว่าบางท่านรอจนเป็นเยอะแยะแล้วมาเริ่มป้ายยา ด้วยฤทธิ์ของยาที่อ่อนมากๆจึงไม่สามารถที่จะช่วยให้หูดที่เป็นติ่งหลายๆติ่งหลุดออกได้ เวลานี้ผมจึงชี้แนะว่า ให้ใช้เป็นยา wart control ไปแต้ม podo ที่ โรงพยาบาล หรือไวสุดก็ทำการจี๋ไฟฟ้า เลยครับจะสมควรกว่า
2. แค่ทดลองสั่งไปเทส มีหลายคนขอรับอยากรักษาหวังผลให้หาย แม้กระนั้นต้องการเซฟรายจ่ายทดลองสั่งยา aldara ไปเทสดูก่อน 1 ซอง เนื่องจากกลัวแพงและไม่อยากจ่ายมาก ตรงนี้ต้องทำความเข้าใจขอรับว่า ยา aldara อันที่จริงแล้วนั้น 1 ซองเล็กๆนั้นทำมาให้ใช้เพียง 1 ครั้งแค่นั้น มีจำนวนเพียงแค่ 250mg ซึ่งน้อยมากๆเล็กเท่าตราไปรษณียากรดวงเดียวแค่นั้น สำหรับคนที่เป็นน้อยๆบางทีอาจแบ่งใช้ได้ 2-3 ครั้ง ซึ่งอาจจะยังน้อยเกินไปที่จะมองเห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรก็แล้วแต่ ผมจึงแนะนำว่าถ้าหากคิดจะรักษาแล้วทดลองใช้ก่อนอย่างต่ำๆ3 ซอง จะเห็นผลว่าหรือไม่แล้วพอหลังจากนั้นก็ค่อยตกลงใจต่อว่าต่อขานจะใช้ต่อหรือเปลี่ยนแปลงวิธีรักษา แล้วคนจำนวนไม่น้อยไม่รู้ว่ายา aldara สามารถใช้ทาได้ถึง 16 อาทิตย์ครับ ก็เลยอยากให้มีความคิดว่าเรายอมเสียเงินเสียทองเข้าโรงพยาบาลหาหมอ หรือซื้อยารักษาตั้งแต่ตอนแรกๆดีมากยิ่งกว่าปล่อยไว้รอจนถึงลามเยอะแล้วต่อนี้ไปเสียแพงเท่าไรก็จะต้องยอมจ่ายรวมทั้งการดูแลและรักษาก็ยากกว่าด้วยขอรับ
3. ยังมีความประพฤติปฏิบัติการใช้ชีวิตแบบเดิมๆ ไม่รักษาความสะอาด ทานเครื่องดื่มแอลกอฮอลมาก รวมทั้งพักน้อย นี้สำคัญนะครับเพราะว่านอกเหนือจากตัวยาจะสามารถมีส่วนช่วยให้เราหายแล้วการดูแลตัวเองพร้อมกันไปด้วยก็สำคัญครับ เพราะว่าโรคนี้คือเชื้อไวรัส ด้วยเหตุผลดังกล่าวภูมิคุ้มกันเราก็เลยมีส่วนสำคัญสำหรับเพื่อการต้านทานโรคหูดหงอนไก่ หรือ เชื้อHPV นะครับ ลำพังหากร่างกายแย่ถึงจะมียาดีขนาดไหนก็เท่านั้นนะครับ
มาถึงความคิดที่หลายท่านรู้สึกว่ามันจะหายเองโดยไม่รักษานะครับจะต้องบอกเลยว่าสำหรับผู้ที่หายเองถามคำถามว่ามีมั้ย ก็มีนะครับ แม้กระนั้นส่วนน้อยมากมายๆไม่ถึง 20% ครับแล้วคนที่หายเองจำนวนมากควรจะหายตั้งแต่ระยะแรกๆที่หูดยังไม่รุกลุกลาม แม้กระนั้นดังนี้ก็ยังได้โอกาสเกิดขึ้นมาใหม่อีกครับ ผมจึงแนะนำว่าถ้าเป็นโรคนี้แล้ว อย่ารอครับ หากสงสัยไหมมั่นใจเจอหมอให้วิเคราะห์หรือตรวจค้นรอยโรคดีมากยิ่งกว่าครับ เพราะว่าหากรอคอยจนถึงหูดลุกลามแล้วพึ่งจะเริ่มรักษานับว่าเสียโอกาสและเป็นการเสียเวลาไม่คุ้มครองเลยครับ เนื่องจากว่าทีแรกๆรักษาหายได้ง่ายอย่างยิ่งๆขอรับ

หลีกเลี่ยงการใช้ยาบริเวณริมฝีปาก ดวงตา และจมูก
ไม่ควรใช้ยานี้ติดต่อกันนานเกินระยะเวลาที่แพทย์กำหนด เนื่องจากจะเพิ่ม โอกาสการเกิดผลข้างเคียง




ควรรีบเรียนรู้จัก ศึกษา ป้องกัน การป่วยเป็นโรคหูดหงอนไก่อย่างถูกวิธี [url=http://wartscaring.blogspot.com/]โรคหูดหงอนไกการดูแลตนเองในระหว่างการรักษาหูดหงอนไก่

  • ติดตามการดูแลและรักษาโดยการมาเจอหมอตามนัดอย่างสม่ำเสมอ
  • หมั่นตรวจของลับของตนเพื่อหารอยโรคอยู่เสมอ
  • งดเว้นการมีเซ็กส์ในระหว่างการดูแลและรักษา แต่แม้มีความจำเป็นก็ควรใช้ถุงยางอนามัยด้วยทุกคราว เพื่อลดการแพร่ขยายเชื้อ
  • ควรล้างมือให้สะอาดด้วยเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆเป็นประจำ และก็แม้สัมผัสรอยโรคให้ล้างบริเวณที่สัมผัสและล้างมือให้สะอาดด้วยเจลแอลกอฮอล์
  • รักษาสุขอนามัยฐานรากให้ครบสมบูรณ์ เป็นต้นว่า การดูแลรักษาร่างกายและก็ของใช้ให้สะอาด, ล้างมือให้สะอาดเป็นประจำ, รับประทานอาหารที่สุกสะอาด, งดเว้นการสูบยาสูบ ดื่มสุรา ใช้ยาเสพติด รวมทั้งการสำส่อนทางเพศ, บริหารร่างกายอย่างสม่ำเสมอ, ทำจิตใจให้ยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นต้น
  • ในรายที่มีหูดหงอนไก่ขึ้นหลายที่ หรือเป็นๆหายๆอยู่เสมอๆควรจะไปตรวจเลือดเพื่อมองว่ามีการติดเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่อง (HIV) หรือเปล่า
  • ในผู้หญิงที่เป็นหูดหงอนไก่รอบๆปากมดลูก อาจมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูกเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคโรคภูมิคุมกันบกพร่องหรือมีการกระทำเสี่ยงเพิ่มขึ้น ได้แก่ สูบบุหรี่หรือรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดเป็นระยะเวลานาน อื่นๆอีกมากมาย ฉะนั้น จำเป็นที่จะต้องหาทางหลีกเลี่ยงความประพฤติเสี่ยงเหล่านี้ รวมทั้งควรจะตรวจหามะเร็งปากมดลูกในระยะต้นเริ่มขั้นต่ำปีละ 1 ครั้ง
  • ในระหว่างการรักษาหูดหงอนไก่ ถ้าเกิดคนป่วยมีลักษณะเปลี่ยนไปจากปกติ เป็นต้นว่า ผิวหนังบริเวณที่ทำการรักษามีลักษณะเจ็บ แดง ระคายเป็นบริเวณกว้าง หรือคนเจ็บมีความรู้สึกกลุ้มใจในอาการที่เป็นอยู่ ควรรีบไปพบแพทย์ก่อนนัดเสมอ
ยา Podophylline รักษาหูดหงอนไก่ (วิธีการใช้)
สำหรับคนที่เป็นหูดหงอนไก่ครับ มาดูการดูแลและรักษาด้วยยา podo ครับผม
ยาที่ใช้รักษาหูดหงอนไก่ก็จะเรียกว่า 20% โปโดฟิลลีน (Podophylline) ทาทิ้งไว้สัก 6 ชั่วโมงแล้วจึงล้างออก การทาให้ทาเฉพาะ ตรงพื้นที่ที่เป็นหูด, เป็นหงอนไก่ ทาแล้วก็เอาพวกวาสลีนทาทับหรือจะทาทับด้วยน้ำมันใส่ผมก็ได้ ทาเพื่อไม่ให้เกิดความระคายต่อผิวหนังใกล้กันจนกระทั่งเกิดผลได้
ยาควรทาน้อยๆใช้สำลีปั่นหูชุบหมาดๆ ป้ายวันเว้นวัน หรือ ทาทุกเมื่อเชื่อวัน บริเวณที่เป็นขึ้นอยู่กับมากมายน้อยเท่าใด
สำหรับหญิง หากเป็นมากๆครั้งคราวก็จำต้องกระทำผ่าตัด เพราะเหตุว่าหงอนไก่หรือหูดอันนี้อาจขวางทางคลอดของเด็ก และเราจะใช้พวก 20% โปโดฟิลลีน จี๋มิได้ ยาเหล่านี้บางทีอาจดูดซับเข้าไปมาก และก็เป็นอันตรายต่อเด็ก

ต้องการสั่งยารักษาหูดหงอนไก่ ยารักษาหูดหงอนไก่


3. แจ้งโอน + ที่อยู่ และหลักฐานการโอนครับ
กรุงเทพ และ ปริมณฑล 1 วันทำการ
 

 
ต้องการคำแนะนำของแพทย์ป้องกันโรคได้
Line id :  nitipon998



Tags :  ยาโพโด



GPSราคาถูก | เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ | Ran Online | Ragnarok | โปรโมชั่น | เกมส์ออนไลน์

Promotion
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

ฐานข้อมูลผิดพลาด
ลองอีกครั้ง ถ้าเกิดการผิดพลาดอีกครั้ง ให้แจ้งผู้ดูแลระบบด้วย
กลับ