wartscaring จัดหมวดหมู่ชี้แนะรักษาตุ่ม/หูด/หงอนไก่ ป้องกัน ยารักษาหายได้ ไม่ตาย

Advertisement


หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: wartscaring จัดหมวดหมู่ชี้แนะรักษาตุ่ม/หูด/หงอนไก่ ป้องกัน ยารักษาหายได้ ไม่ตาย  (อ่าน 19 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
kkthai20009
Drift King
*****

การ์ม่า: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10693


ดูรายละเอียด อีเมล์










« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 07, 2019, 02:42:44 pm »



ล้อแม็ก แม็ก แม็กซ์แต่งรถ

↑ ลงทะเบียนรับข่าวสาร

ล้อแม็ก

Advertisement

wartscaring แนะนำรักษาตุ่ม/หูด/หงอนไก่ การรักษา ยารักษาหายได้ ไม่ตาย
ลดความเสี่ยงต่อการเกิดหูด [url=http://wartscaring.blogspot.com/]โรคหูดหงอนไกยารักษาหูดหงอนไกà
Update กันยายน 2560
สวัสดีครับ ในบทความก่อนๆได้ชี้แนะในเรื่องของตัวยารักษาโรคหูดหงอนไก่กันไปแล้ว แต่ก็ยังมีปัญหาสำหรับผู้คนจำนวนมากเกี่ยวกับพฤติกรรมการทำงานที่ไม่เอื้อต่อการรักษาและก็สร้างเสริมภูมิต้านทานสำหรับในการต่อต้านโรคนี้ บางบุคคลหายแม้กระนั้นก็กลับไปติดโรคใหม่ได้ง่าย แล้วก็บางคนใช้เวลาสำหรับในการรักษานานแรมเดือนถึงหลายๆเดือนเนื่องจากว่าสถานการณ์ร่างกายมิได้พักอย่างมาก สภาวะเครียด ตัวยาก็เลยปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่เต็มสมรรถนะ บางบุคคลที่ไปพบแพทย์บางทีอาจจะได้ยามากินเพิ่มซึ่งก็คืิอตัวยาที่ช่วยเกี่ยวกับสภาวะกลุ่มนี้นั่นเองครับ ส่วนตัวยารักษาโรคนี้โดนตรงจะเป็นยาชนิดทานะครับผมไม่ใช่ยารับประทาน ผมจึงแนะนำว่าหากให้ได้ผลดีและมีคุณภาพจำเป็นจะต้องทานวิตามินเสริมแล้วก็ออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยรวมทั้งการพักผ่อนครับ
ส่วนนี้จะมาแนะนำสำหรับคนที่ใช้ยาใช้ภายนอกอยู่ไม่ว่าจะจำพวกใดก็ตาม สามารถหาซื้อวิตามินรวมบำรุงร่างกายพวกนี้จะมีขายตามร้านขายยาใหญ่ๆนะครับ ราคาบางครั้งอาจจะสูงหน่อยแต่ว่าผลดีที่ได้เห็นกระจ่างขอรับ
1 ฟาร์มาตอม
2 เซนทรัม
3. แบล็คมอร์ มัลติวิตามิน
ตัวยาพวกนี้ให้เลือกทานเพียงแต่ 1 ตัวเพียงแค่นั้นนะครับ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทานตลอด แม้กระนั้นตอนที่เป็นโรคหูดหรือกำลังรักษาคือตอนที่สภาพการณ์ร่างกายมีปัญหาภูมิคุ้มกันในร่างกายต่ำ จึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลตนเองอย่างเต็มเปี่ยม สามารถทานควบคู่กับยาทาตราบจนกระทั่งหูดหงอนไก่จะหลุดออกและหายสนิทนะครับ
 
หูดหงอนไก่จัดชนิดและประเภทเป็นระยะ 4 ระยะดังนี้
1.ระยะฟักเชื้อ(HPV) ตอนนี้จะเป็นตอนที่ได้รับเชื้อมาใหม่ๆแต่ยังไม่แสดงอาการเป็นติ่งให้มองเห็น จะไม่อาจจะรู้ได้ว่าจะเป็นหูดหงอนไก่รึเปล่า หูดหงอนไก่สามารถฟักเชื้อได้นานถึง 6 เดือน จึงแนะนำถ้าเกิดคนไหนกันแน่สงสัยว่าอยู่ในภาวะเสี่ยงควรจะไปตรวจที่ โรงพยาบาล
2.ระยะเริ่มต้นเริ่ม จะเริ่มมีตุ่มเล็กๆผุดขึ้นมารอบๆอวัยวะเพศ โคน ปลาย และก็รอบรูทวาร เม็ดหูดระยะต้นจะเล็กมากมายคล้ายผื่นแม้กระนั้นจะไม่มีหนอง หรือคัน หรือแสบอะไรก็แล้วแต่ ช่วงอาทิตย์แรกถ้าหากผู้ใดสังเกตุว่าเป็น จะสามารถรักษาโดยใช้ครีมกระตุ้นภูมิต้านทานต่อต้านเชื้อชื่อ aldara cream (จะลงข้อมูลตัวยาข้างล่างนะครับ)
3.ระยะขยายตัว ช่วงนี้จะอยู่ที่ 3 อาทิตย์ ขึ้นไปจนกระทั่งขั้นเป็นมาแล้วหลายเดือน เม็ดหูดจะเริ่มขึ้นเป็นติ่งแน่ชัดจนกระทั่งขนาดเท่าหรือใหญ่มากยิ่งกว่าหัวไม้ขีดไฟ หรือหัวเข็มหมุด การดูแลรักษาจำเป็นต้องใช้ยาที่มีฤทธิ์ผลัดผิวหูดให้ยุ่ยแล้วก็ค่อยๆหลุดออก และก็เมื่อหูดเริ่มลอกก็ควรทายาฆ่าเชื้อควบคู่ไปด้วยเพื่อปกป้องการเกิดซ้ำ อาจจะไม่ 100% แต่ว่าลดการเสี่ยงในการกลับมาเป็นซ้ำได้มากครับผม (ยารักษาก็จะเป็น wart control )
4.ระยะแพร่กระจาย เวลานี้คือหูดจะขยายตัวสุดกำลังเพราะเหตุว่าปล่อยไว้ยาวนานมากแล้วก็ปลายหูดจะแตกเป็นเหมือนดอกกระหล่ำ แลละรับประทานรอบๆรอบทั้งอวัยวะสืบพันธุ์ ในเพศชายอาจจะมีการเสี่ยงในการที่หูดไปขัดปลายท่อฉี่นะครับ การดูแลรักษาจะเป็นการจักจี้กระแสไฟฟ้า หรือผ่าตัดเล็กนั่นเองครับ
เบื่องต้นเลยถ้าหากผู้ใดกันต้องการรักษาโดยการจี้ไฟฟ้า จี้ไนโตรเจนเหลว หรือการผ่าตัดกรณีที่เป็นมากแล้วแผ่ขยายไปทั่วแม้กระนั้นไม่เคยทราบเกี่ยวกับสถานที่การดูแลและรักษา การเข้าไปติดต่อที่ โรงพยาบาลต่างๆรวมทั้งการเบิกค่ารักษาจากสวัสดิการต่างๆที่ท่านมีอยู่ ทดลองโทรมาหารือผมได้นะครับ ยินดีให้คำปรึกษา รพ.ใกล้บ้านท่านโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กทม เพื่อการเข้ารับการรักษาที่สะดวกที่สุดนะครับ
ถุงยางอนามัย ช่วยได้แน่ ถ้าเกิดใช้ถูกวิธี
อย่างไรก็ดี ถุงยางยังช่วยคุ้มครองป้องกันโรคติดต่อทางเพศชมรมโดยมากได้เป็นอย่างดี เพียงจำเป็นต้องใช้ให้ถูกแนวทาง
ควรที่จะเลือกขนาดของถุงยางให้เหมาะกับขนาดของของลับของคุณผู้ชาย แม้ยังคลุมเคลือว่าต้องใช้แค่ไหน ให้ทดลองซื้อมาให้หลายๆขนาด แล้วสังเกตความแน่นในการใส่
ไม่ควรสวมถุงยางอนามัยเกิน 2 ชิ้นต่อการใช้ 1 ครั้ง เพราะว่าอาจจะทำให้ถุงยางเสียดสีกันจนถึงขาดได้ง่าย
ควรจะใช้ถุงยางอนามัย 1 ครั้งต่อ 1 ชิ้น ให้เสร็จให้ทิ้งเลย ห้ามเก็บมาใช้ต่อ
สามารถใช้สารหล่อลื่นทาฉาบข้างนอกถุงยางอนามัย เพื่อการสอดเป็นไปได้โดยง่ายมากเพิ่มขึ้น แต่ว่าควรจะเลือกใช้ประเภทเจล ไม่ควรเลือกใช้ชนิดน้ำมัน เพราะอาจททำให้ถุงยางอนามัยชำรุดทรุดโทรม หรือฉีกจนขาดได้
ควรจะรูดอากาศออกจากกระเปาะของถุงยางให้หมดก่อนสวม เพราะว่าอากาศข้างในถุงยางอาจก่อให้ถุงยางอนามัยแตก หรือขาดได้ง่ายยิ่งขึ้น
หลังทำกิจกรรมเสร็จเป็นระเบียบ ข้างชายควรจะถอนอวัยวะสืบพันธุ์ออกมาก่อนที่อวัยวะสืบพันธุ์จะอ่อนตัว คุ้มครองป้องกันถุงยางอนามัยหลุดเข้าไปในช่องคลอดของข้างหญิง
กามโรค หรือโรคติดต่อทางเพศสัมประเภท ไม่ใช่เรื่องไกลตัว
อาการทางผิวหนังอะไรบ้างที่อยู่ในข่ายต้องสงสัย ว่ามีเหตุที่เกิดจากโรคติดต่อทางเพศสัมจำพวก หาคำตอบเหมาะนี่ค่ะ
1.หูดหงอนไก่
ติ่งเนื้องอกของผิวหนัง ที่เกิดขึ้นมาจาก Human PApilloma Virus ซึ่งเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมชนิด
ไม่เฉพาะแต่เกิดเหมาะอวัยวะสืบพันธุ์ ยังเกิดได้ที่รอบๆลิ้น ในคอ
2. โรคหนองใน
โรคหนองในมีต้นเหตุที่เกิดจากการต่อว่าดเชื้อแบคทีเรีย โกโนเรีย
อาการในผู้ชายคือมีหนองออกมาจากปลายอวัยวะเพศ
ส่วนในหญิงจะมีตกขาวขุ่น ปากมดลูกอักเสบ
3. เริมที่ของลับ
อาการจะเป็นกรุ๊ปของตุ่มน้ำ แตกออกเป็นแผลแสบ
4. แผลที่อวัยวะเพศจาก ซิฟิลิส
แผลที่อวัยวะเพศจะเกิดขึ้นในสามสัปดาห์ข้างหลังติดเชื้อ
5. ผมตกจากโรคซิฟิลิส
มีต้นเหตุมาจากโรคซิฟิลิสระยะที่สองคือข้างในสองเดือนแรกข้างหลังติดโรค
ลักษณะผมร่วงเป็นหย่อมเสมือนมอดแทะ
6. ผื่นที่มือจากซิฟิลิส
เจอในซิฟิลิส ระยะที่สองเช่นเดียวกัน
โดยจะเป็นผื่นสีทองแดงมีสะเก็ด ที่มือเท้า
7.หูดข้าวสุก
เป็นตุ่มขาวขุ่นมีรอยยุบตรงกลางคล้ายสะดือ
8.โรคแผลริมอ่อน
ข้างหลังมีความเสี่ยง ไม่เกินสองสัปดาห์
จะกำเนิดตุ่ม แตกเป็นแผลตูดแผลเลอะเทอะ
9.โรคฝีมะม่วง
เป็นผลมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ติดต่อทางเพศสมาคม
เกิดเป็นฝีที่ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบ
10 หูดที่ลิ้น
โรคติดต่อทางเพศสมาคมสามารถกำเนิดอาการที่โพรงปากได้ในกรณีติดต่อจากการทำ oral sex
โรคอะไรบ้างสามารถติดต่อได้ทางเพศ
-โรคเอดส์ ทำให้ภูมิคุ้มกันขาดตกบกพร่องติดเชื้อโรคฉวยโอกาส
-โรคหนองใน ผลข้างเคียงตัวอย่างเช่นติดเชื้อโรคในอุ้งเชิงกราน ต่อมลูกหมากอักเสบ ติดโรคกระจายทั่วร่างกายเป็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เยื่อหุ้มห่อหัวใจอักเสบได้
-โรคหนองในเทียม มีการติดเชื้อโรคที่อุ้งเชิงกราน ต่อมลูกหมากอักเสบ ตามมาได้
-โรคซิฟิลิส เกิดแผลที่ของลับ ถ้าเกิดมิได้รับการรักษาระยะในที่สุดก่อให้เกิดโรคที่หัวจิตใจ ระบบประสาทได้
-โรคแผลริมอ่อน เกิดเป็นแผล ก้อนหนอง แผลเป็น ท่อเยี่ยวลีบได้ เพื่อดูรูป
-โรคฝีมะม่วง กำเนิดเป็นแผลติดเชื้อโรค ขยายมีหนองหนองบางทีอาจแตกออกเป็นท่อ ระบายหนองออกสู่ภายนอก
-เริม เป็นแผลที่อวัยวะเพศเป็นๆหายๆไม่มีการดูแลรักษาที่หายสนิท
-พยาธิช่องคลอด มีตกขาวผิดปกติ ท่อฉี่อักเสบ ต่อมลูกหมากอักเสบ อุ้งเชิงกรานอักเสบ
-ติดโรคแบคทีเรียในช่องคลอด ตกขาวมีสีและกลิ่นไม่ปกติ
-โลน เป็นตุ่มคันจากตัวโลนรอบๆของลับ
-หูดหงอนไก่ เกิดเป็นก้อนหูดซึ่งข้างหลังการดูแลรักษายังสามารถกลายเป็นได้หลายครั้ง เพิ่มช่องทางการเกิดมะเร็งทวารหนัก โรคมะเร็งปากมดลูก
-หูดข้าวสวย กำเนิดเม็ดก้อนหูดข้าวสุกบริเวณผิวหนังที่ติดเชื้อ สามารถแพร่ในตนเองได้โดยการเกา
 
 วิธีเบื้องต้น สำหรับการรักษาหูดด้วยตัวเอง สามารถทำได้เองที่บ้าน (เป็นวิธีการที่ยังไม่ได้รับการรับรอง)

  • การกระตุ้นแอนติบอดี ด้วยการใช้ก้อนน้ำแข็งถูบริเวณที่เป็นหูดจนกระทั่งรู้สึกชา แล้วให้ใช้เข็มทำลายเชื้อจิ้มลงไปในหูดลึกๆหลายๆครั้ง ซึ่งแนวทางนี้จะเป็นการนำเชื้อไวรัสไปสู่กระแสเลือดเพื่อร่างกายอุตสาหะต่อสู้กับมัน ทำให้หูดหายไปได้ท้ายที่สุด แนวทางแบบนี้การนี้อาจได้ผลดีมากสำหรับบางบุคคล โดยเฉพาะคนที่มีหูดเป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุว่าการจิ้มหูดเพียงแต่ 1 ตุ่มบนร่างกายจะช่วยทำให้ร่างกายพบหูดตุ่มอื่นๆแล้วก็ตรงเข้าไปทำลายได้ในทันทีทันใด
  • ทาวิตามินซี ให้ใช้วิตามินซี 1 เม็ดนำมาบดแล้วหยดน้ำลงไปเพื่อให้ได้เป็นยาป้ายข้นๆแล้วต่อจากนั้นให้ทายาลงบนหูดแล้วปิดทับด้วยปลาสเตอร์ทิ้งเอาไว้ภายในช่วงเวลากลางวัน และก็เมื่อถึงในช่วงเวลาค่ำคืนให้แกะออกเพื่อให้ผิวได้หายใจ
  • แอสไพริน ให้ใช้ยาแอสไพริน 2-3 เม็ดเอามาบดให้ละเอียด หยดน้ำลงไปน้อย แล้วนำยาที่ได้มาป้ายลงบนหูด จากนั้นให้นำปลาสเตอร์จำพวกติดแน่นมาปิดทับทิ้งเอาไว้ 1 คืน (ในยาแอสไพรินจะมีกรดซาลิไซลิกที่ช่วยกัดหูดได้)
  • เบตาดีน ให้ทาเบตาดีนลงบนหูดแล้วปิดทับด้วยปลาสเตอร์ทิ้งเอาไว้เป็นเวลา 1-2 วัน แล้วจึงค่อยเปลี่ยนแปลงปลาสเตอร์ยา
  • ยาสีฟัน ให้ป้ายยาสีฟันลงบนหูดแล้วปิดทับด้วยปลาสเตอร์ยาจำพวกติดแน่น ทิ้งไว้โดยประมาณ 1 คืน โดยให้ทำอีกครั้งไปเรื่อยจนกว่าหูดหายไป
  • น้ำมันวิตามินอี ให้ฉีกแคปซูลวิตามินอีแล้วเช็ดน้ำมันลงบนหูดเพียงนิดหน่อย แล้วปิดทับด้วยปลาสเตอร์ในช่วงเวลาเช้า และแกะออกในกลางคืนเพื่อผิวได้หายใจ
  • น้ำมันละหุ่ง ให้ทาน้ำมันละหุ่งลงบนหูดโดยใช้สำลีก้านวันละ 2 ครั้ง ซึ่งกรดในน้ำมันละหุ่งจะสามารถกัดเซาะหูดได้ แล้วก็ใช้ได้ผลในด้านดีกับหูดที่มีขนาดเล็กแบนบนบริเวณใบหน้าหรือหลังมือ
    ครั้งทรีออยล์ ให้ทาทีทรีออยล์ลงบนหูดในจำนวนบางส่วน แล้วปิดทับด้วยปลาสเตอร์ โดยให้ทำอย่างน้อยเป็นเวลา 3 สัปดาห์
  • น้ำมะนาว ให้บีบน้ำมะนาวลงบนหูด แล้วนำหอมใหญ่สดสับมาวางทับไว้ ให้ทำเช่นนี้ราวๆ 30 นาที วันละ 1 ครั้ง ติดต่อกันตรงเวลา 2-3 อาทิตย์
  • เปลือกของพืชตระกูลส้ม ให้ปอกมะนาวหรือเลมอนบางๆจนได้ขนาดใหญ่กว่าหูดน้อย แล้วปิดทับลงบนหูดโดยใช้ปลาสเตอร์ชนิดติดแน่นหรือเทปกาวติดไว้อีกที แล้วให้เปลี่ยนเปลือกใหม่ทุกวี่วัน ต่อไปราว 1 อาทิตย์ หูดก็จะหลุดออกมา
    แคร์รอต ให้นำห่วงใยรอคอยตมาหั่นเป็นชิ้นๆขูดแคร์รอตจนได้เนื้อละเอียด แล้วเติมน้ำมันมะกอกลงไปพอให้เป็นยาป้าย หลังจากนั้นนำมาทาลงบนหูด 2 ครั้งต่อวัน ตรงเวลา 30 นาที โดยให้ทำเช่นนี้ต่อเนื่องกันเป็นเวลา 2-3 อาทิตย์
  • มะเดื่อ ให้นำมะเดื่อมาบดแล้วป้ายลงบนหูดทิ้งเอาไว้ราว 30 นาที โดยให้ทำแบบนี้ทุกวี่วัน ตรงเวลา 2-3 สัปดาห์
  • ใบโหระพา ให้ใช้ใบโหระพาสดเอามาบดแล้วปิดทับลงบนหูด โดยใช้เทปปิดแผลประเภทกันน้ำพันเอาไว้ ให้ทำเช่นนี้ทุกเมื่อเชื่อวันตรงเวลา 1 อาทิตย์ แล้วสารฆ่าเชื้อเชื้อไวรัสในใบโหระพาจะช่วยฆ่าหูดให้ท่านเอง
  • เปลือกกล้วย ให้ใช้ด้านในของเปลือกกล้วยถูรอบๆที่เป็นหูดเสมอๆ เนื่องจากว่าโพแทสเซียมในกล้วยอาจช่วยให้หูดหายได้เร็วเพิ่มขึ้น หรืออีกวิธีหนึ่งอาจนำเปลือกกล้วยมาตัดให้มีขนาดเล็กกว่าเทป เอาด้านในของเปลือกกล้วยปิดทับลงบนหูด แล้วจากนั้นจึงค่อยนำเทปผ้ามาปิด ปล่อยทิ้งไว้ตรงเวลา 1 วัน โดยให้ทำแบบนี้ทุกวี่วันจวบจนกระทั่งหูดจะหายไป
  • เบกกิ้งโซดา ให้ผสมผงฟูหรือเบกกิ้งโซดาและก็น้ำมันละหุ่งเข้าด้วยกันจนถึงเป็นเนื้อครีม จากนั้นให้เอามาทาลงบนหูดในกลางคืนโดยใช้ปลาสเตอร์ยาปิดเอาไว้ แล้วจึงแกะปลาสเตอร์ออกในยามเช้าวันต่อไป วิธีการแบบนี้สามารถทำซ้ำได้เรื่อยตามความเหมาะสม
  • แอปเปิ้ลไซเดอร์วีนีการ์ (Apple Cider Vinegar – ACV) ให้ใช้น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล แล้วนำสำลีก้อนขนาดพอให้ปิดหูดได้จุ่มไปในน้ำส้มสายยก แล้วให้ปิดด้วยปลาสเตอร์ยาทิ้งไว้ 1 คืน โปรดจำไว้ว่า วิธีการแบบนี้อาจจะเป็นผลให้รู้สึกแสบได้ จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงสำลีแต่ละวัน รวมทั้งติดไว้ทุกคืน ต่อจากนั้นหนึ่งสัปดาห์เม็ดหูดจะเริ่มหลุดลอกออก
  • จุ่มหูดลงไปในน้ำสับปะรด เนื่องจากในน้ำสับปะรดจะมีเอนไซม์ที่ช่วยละลายหูดได้
  • น้ำหล่อเลี้ยงจากต้นดินแดนดิไลออน (Dandelion) ให้เลือกต้นแดนดิไลออนสดๆมาหนึ่งต้น หักก้านออกเป็น 2 ท่อนแล้วก็ใช้น้ำหล่อเลี้ยงสีขาวขุ่นที่ไหลซึมออกมาจากก้านทาลงบนหูด โดยให้ทำเช่นนี้วันละ 3-4 ครั้ง หลังจากนั้นให้ใช้หินภูเขาไฟมาขูดเพื่อเอาชั้นผิวที่ตายแล้วออก โดยให้ทำอย่างสม่ำเสมอจนกระทั่งหูดหายไป
  • น้ำร้อน เป็นแนวทางฐานรากโดยการจุ่มรอบๆที่เป็นหูดลงในน้ำที่ร้อนจัดๆซึ่งความร้อนจะมีผลให้หูดนุ่มขึ้นแล้วก็อาจช่วยฆ่าเชื้อโรคไวรัสได้ แต่ต้องระวังอย่าให้น้ำร้อนเกินกระทั่งลวกเท้า (แนะนำว่าอุณหภูมิของน้ำควรน้อยกว่า 60 องศาเซลเซียส)
  • น้ำร้อนและหินภูเขาไฟ ให้แช่หูดลงในน้ำร้อนตราบจนกระทั่งหูดเริ่มนุ่ม แล้วใช้หินภูเขาไฟหยาบสำหรับผลัดเซลล์ผิวขัดบริเวณหูดจนกว่าพบชั้นผิวจริง จุ่มสำลีก้านลงในน้ำยาฟอกขาวแล้วนำมาแตะต้องบนหัวหูดโดยประมาณ 15 นาที (อาจแสบบ้างเล็กน้อย) เสร็จแล้วให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาด
  • น้ำร้อนรวมทั้งเกลือทะเล ให้แช่บริเวณที่เป็นหูดลงในน้ำเกลืออุ่นๆตรงเวลา 10-15 นาที เพื่อหูดนุ่มขึ้น แล้วให้ขูดเอาชั้นผิวที่ตายแล้วบนหูดออกไปโดยใช้ตะไบเล็บหรือหินภูเขาไฟ จึงนำเกลือทะเลเม็ดใหญ่มาถู ติดปลาสเตอร์ยาหรือเทปทับลงไปเพื่อเม็ดเกลือยังอยู่กับที่ และคอยเปลี่ยนปลาสเตอร์ยาใหม่หลังจากอาบน้ำ เสร็จแล้วให้ล้างมือให้สะอาดเพื่อคุ้มครองการแพร่กระจายของเชื้อหูด
  • รับประทานอาหารที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน อาทิเช่น กระเทียม มันเทศ เมล็ดทานตะวัน ขนมปังโฮลเกรน ข้าว อื่นๆอีกมากมาย
  • กินกระเทียมจำพวกแคปซูล โดยให้กินวันละ 2 ครั้ง ต่อเนื่องกันยาวนานหลายสัปดาห์ แล้วหูดจะเริ่มหลุดออกในตอน 1-2 อาทิตย์แรก แม้กระนั้นให้ทานถัดไปอย่างต่อเนื่องกระทั่งหูดจะหายหมด แล้วก็ให้นำน้ำมันกระเทียมมาทาทับบริเวณที่เป็นหูดราวๆ 1-2 ครั้งต่อวัน ตรงเวลา 1 เดือน
ผลข้างเคียงของโรคหูดหงอนไก่

  • นอกจากลักษณะของรอยโรคที่ไม่น่ามองแล้ว ในการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ร้ายแรง อาทิเช่น สายพันธุ์ 16, 18 ยังอาจจะก่อให้กำเนิดโรคมะเร็งในระบบขยายพันธุ์และก็มะเร็งทวารหนักได้ด้วย ส่วนผลข้างเคียงอื่นๆก็ขึ้นกับตำแหน่งของรอยโรค อย่างเช่น อาจมีเลือดออกข้างหลังมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งมีเหตุมาจากการมีหูดภายในปากมดลูก
  • ในหญิงมีท้อง หูดหงอนไก่บางทีอาจโตขึ้นจนกระทั่งขัดขวางคลอดกระทั่งทำให้เด็กคลอดออกมาลำบาก หรือเชื้อบางทีอาจเข้าไปในปากหรือคอของเด็กในขณะคลอด นำมาซึ่งการก่อให้เกิดหูดในกล่องเสียงซึ่งมีลักษณะต่างๆนาๆ ตั้งแต่เสียงแหบไปจนกระทั่งมีการอุดกั้นของกล่องเสียง ทำให้เด็กออกเสียงหรือหายใจไม่ได้
  • ในกลุ่มชายรักชายจะพบหูดหงอนไก่รอบทวารหนักหรือในทวารหนักได้มากกว่าคนทั่วๆไป ซึ่งการดูแลรักษาในตำแหน่งดังที่กล่าวมาข้างต้นจะทำเป็นยากมาก ด้วยเหตุว่าไม่ว่าจะใช้ยาหรือใช้วิธีการผ่าตัด หูดหงอนไก่ก็ชอบเกิดซ้ำได้บ่อยครั้ง การได้รับการดูแลและรักษาหลายคราวก็เลยอาจจะก่อให้เกิดทวารหนักตีบและมีปัญหาสำหรับในการถ่ายตามมาได้ ส่วนก้อนที่อยู่ลึกเข้าไปในทวารหนักอาจโตมากมายจนทำให้คนป่วยมีอาการท้องผูก ในบางครั้งอาจมีเลือดออกหรือบิดขั้วกระทั่งจะต้องผ่าตัดรีบด่วนหรือจำต้องสูดดมยาสลบ นอกเหนือจากนี้ยังพบมากการติดเชื้อเอชพีวีสายพันธุ์ 16 ร่วมด้วยอยู่บ่อยๆซึ่งจะสมาคมกับการเกิดโรคมะเร็งทวารหนักได้
  • เกิดหูดหงอนไก่ที่ทางเดินหายใจ (Recurrent Respiratory Papillomatosis – RRP) คือ ตั้งแต่โพรงจมูกลงไปจนถึงถุงลมในปอด พบได้มากได้มากที่สุดที่กล่องเสียง ทำให้คนป่วยมีอาการเสียงแหบหรือเกิดการอุดกั้นฟุตบาทหายใจจนถึงเสียชีวิตได้ ในเด็กมักมีสาเหตุมาจากการตำหนิดเชื้อจากแม่ในระหว่างการคลอดดังที่กล่าวมา ส่วนในคนแก่พบมากว่ามีต้นเหตุที่เกิดจากการร่วมเพศทางโพรงปาก หากแม้ภาวการณ์นี้จะเป็นสภาวะที่พบได้ไม่บ่อย (เจอได้ประมาณ 1-4 ต่อพลเมือง 100,000 คน) แม้กระนั้นถ้ากำเนิดแล้วจะสร้างความปวดร้าวทรมาณแสนสาหัสต่อผู้ป่วยอย่างมากมาย
  • ประเด็นการรักษาที่เรื้อรังและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นอย่างมากมาย เนื่องจากในผู้ใหญ่มักจะจบด้วยการผ่าตัดเพื่อลดขนาดของก้อนหูดเพื่อช่วยเรื่องทางเดินหายใจ ซึ่งการผ่าตัดแบบนี้จะทำเป็นยากมากมายตั้งแต่แนวทางการสูดดมยาสลบ ที่คนป่วยอาจขาดอากาศหายใจได้เป็นบางช่วง ยิ่งกว่านั้นตามธรรมชาติแล้วรอยโรคก็มักจะกระจัดกระจายไปทั่ว จึงทำให้ไม่สามารถกำจัดออกหมดได้ข้างในครั้งเดียว รวมทั้งอาจจะต้องได้รับการผ่าตัดมากยิ่งกว่า 5 ครั้งในชีวิต ส่วนในเด็กมักจึงควรได้รับการผ่าตัดโดยเฉลี่ย 4.4 ครั้งต่อปี รวมแล้วราว 19.7 ครั้งในช่วงชีวิต ก็เลยนำมาซึ่งการก่อให้เกิดผลข้างเคียงตามมาเป็นรอยแผล ได้ผลสำเร็จทำให้หลอดลมตีบรวมทั้งหายใจได้ลำบากในระยะยาว

 
 
ตัวยาจะเป็นยาทาทั้งปวงนะครับ ไม่มียากกินครับผม หลายๆคนบางทีอาจจะยังไม่เข้าใจว่าระยะที่ตัวเองเป็นอยู่นั้นจะใช้ยาได้มั้ย และใช้ตัวไหนเลือกไม่ถูกเนื่องจากมีตัวยามากมายหลายแบบรวมทั้งวิตามินเสริมต่างๆ สรุปว่าสำหรับคนที่พึ่งจะเริ่มมาหาข้อมูลใหม่ผมจะชี้แจงตัวยาที่จำเป็นต้องที่สุดที่ต้องใช้ก่อนเลยนะครับ จะได้เข้าใจง่ายๆ ส่วนวิตามินขอตัดไปก่อนนะครับจะได้ไม่สับสน เพราะว่าบางคนก็บางทีอาจจะทานวิตามินเสริมอยู่ก่อนแล้ว
1. Aldara cream ระยะแรกเริ่ม ตอนนี้จะเป็นลักษณะเป็นจุดตุ่มเนืิ้อเล็กๆคล้ายผดผื่นครับผม อาจจะเท่าปลายหัวปากกาเริ่มมีเพียงแต่ไม่กี่ตุ่มเพียงแค่นั้น ตุ่มยังอ่อนๆนิ่มๆ สังเกตุว่าเป็นมาไม่เกิน 4-6 สัปดาห์ (หูดจะไม่มีหนองไม่เจ็บหรือระบมช้ำครับผม ไม่มีอาการใดๆทั้งหมดครับผม เป็นเพียงติ่งเนื้อที่ค่อยๆแพร่กระจาย ถ้าเกิดไม่รักษา )
ช่วงนี้ จะใช้ตัวยา aldara cream จะเป็นลักษณะซองเล็กๆตามภาพนะครับ (1แผงมี 3 ซองตามภาพราคา 660.- ในแผง3ซองนั้นทาได้โดยประมาณ 2 อาทิตย์) ธรรมดาโดยทั่วไปทาราวๆ 1 เดือนครึ่ง - 2 เดือน ตัวยาซองเล็กนิดหนึ่งครับผม ใช้ได้โดยประมาณ 1-2 ครั้ง ชี้แนะเบื้องต้นก็จะใช้ราว1 แผง (3 ซอง)เป็นอย่างต่ำครับ หูดจะเบาๆฝ่อลงที่ละนิดจนเรียบสนิทกับผิวขอรับ หากผู้ใดกันที่ยังคลุมเคลือว่าเป็นมานานแค่ไหนก็แนะนำตัวยาแบบที่ 2 เลยนะครับ ตามภาพด้านล่าง
2. Wart control ระยะเริ่มแพร่ขยาย ตอนนี้ส่วนมากจะเป็นกันมากมายรวมทั้งพึ่งมาหาข้อมูลขอรับด้วยเหตุว่าติ่งจะชัดกระทั่งสังเกตุได้แน่ชัด ผู้ที่เป็นระยะนี้หลายคนเริ่มมีลักษณะอาการกังวล จึงเริ่มจะรักษากันเดี๋ยวนี้เองขอรับ ส่วนตัวยาแบบแรกจะไม่ค่อยได้ผลเท่าไรเนื่องจากว่าเนื้อหูดเริ่มมีชั้นผิวที่ดกยากต่อการดูดซึม ก็เลยจะแนะนำให้ใช้ wart control เลยจะชัวร์กว่าครับผม หรือผู้ใดที่เคยใช้ตัว aldara cream ไม่ได้เรื่อง เป็นต้นว่าใช้มาเกิน 3 ซองไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆก็ตามอาจเพราะว่าเป็นมานานเกินไปครับผม ก็ให้ใช้ตัว wart control เลยครับผม (ราคาขวดละ 1600.-) ใช้เพียงขวดเดียวหายสนิทครับ
 
3. ระยะรุกลาม ช่วงนี้ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นมาเกิน 1 ปี หูดลามเป็นดอกกะหล่ำกระจัดกระจายเต็มพื้นที่ควรจะจี้กระแสไฟฟ้ากับหมอที่ รพ.จากที่เคยชี้แนะไปในบทความก่อนหน้านี้ที่ผ่านมานะครับ คนไหนที่ยังเป็นไม่มากก็รีบรักษาก่อนที่จะถึงระยะนี้นะครับ ปล่อยไว้นานแนวทางการรักษาจะยุ่งยากไม่คุ้มกันเลยนะครับ
ต้องการสั่งซื้อยา ปรึกษาแนะนำบอกต่อ เบอร์ 092-9899456 คุณนิธิพล
#หูดหงอนไก่ #ขายยารักษาหูด #แพทย์เสนอแนะ #แพทย์ช่วยได้ #ส่วนตัว

Tags :  wart no more, โรคหูดหงอนไก่



GPSราคาถูก | เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ | Ran Online | Ragnarok | โปรโมชั่น | เกมส์ออนไลน์

Promotion
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


Related Topics
หัวข้อ เริ่มโดย ตอบ อ่าน กระทู้ล่าสุด
wartscaring ยารักษาวิธีป้องกันวิธีรักษาโรคหูดหงอนไก่ ตุ่มที่อวัยวะเพศ
สินค้าอื่นๆ
Petchchacha 0 2093 กระทู้ล่าสุด พฤศจิกายน 08, 2015, 12:44:10 am
โดย Petchchacha
wartscaring โรคหูดหงอนไก่ การรักษา รักษาหายได้ ลดโอกาสเป็นซ้ำ
สินค้าอื่นๆ
Saichonka 1 328 กระทู้ล่าสุด พฤศจิกายน 17, 2016, 11:09:55 am
โดย Navaphon11991
wartscaring รักษาตุ่ม/หูด/หงอนไก่ วิธีดูแลรักษา ยารักษาหายได้ ไม่ตาย
สินค้าอื่นๆ
Saiswatka 0 266 กระทู้ล่าสุด สิงหาคม 08, 2017, 01:35:50 pm
โดย Saiswatka
wartscaring รักษาตุ่ม/หูด/หงอนไก่ วิธีป้องกันวิธีรักษา ยารักษาหายได้ ลดโอกาสเป็น
สินค้าอื่นๆ
Petchchacha 0 278 กระทู้ล่าสุด สิงหาคม 27, 2017, 09:57:50 am
โดย Petchchacha
wartscaring เสนอแนะรักษาตุ่ม/หูด/หงอนไก่ ดูแลรักษา ยารักษาหายได้ ใช้ยาสม่ำเสมอ
สินค้าอื่นๆ
jeerapunsanook 0 107 กระทู้ล่าสุด สิงหาคม 17, 2018, 08:22:09 pm
โดย jeerapunsanook
wartscaring จำแนกชี้แนะรักษาตุ่ม/หูด/หงอนไก่ วิธีป้องกันวิธีรักษา ยารักษาหายได้
สินค้าอื่นๆ
Chaiworn998 0 104 กระทู้ล่าสุด ตุลาคม 30, 2018, 06:15:52 am
โดย Chaiworn998
wartscaring จัดประเภทชี้แนะรักษาตุ่ม/หูด/หงอนไก่ การรักษา ยารักษาหายได้ เชื่อคำแ
สินค้าอื่นๆ
Posthizzt555 0 102 กระทู้ล่าสุด พฤศจิกายน 19, 2018, 08:59:16 am
โดย Posthizzt555
ฐานข้อมูลผิดพลาด
ลองอีกครั้ง ถ้าเกิดการผิดพลาดอีกครั้ง ให้แจ้งผู้ดูแลระบบด้วย
กลับ