กระทู้ล่าสุดของ: somrudeek75

Advertisement


  แสดงกระทู้
หน้า: [1]
1  พูดคุยทั่วไป / พูดคุยทั่วไป / 5 อันดับ เว็บโฮสติ้งในไทย เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2018, 11:43:14 am
เว็บโฮสติ้งในไทย ที่มีคนให้คะแนนมากที่สุด
ต้องบอกก่อนเลยครับว่าสินค้าหรือบริการของทุกเจ้าต่อไปนี้ใช้งานได้หมด เพียงแต่จะยกตัวอย่างเว็บ hosting ที่มีคนใช้แล้วกลับมาบอกต่อมากที่สุด!!!

 

1.วีโฮสต์เว็บ (VhostWeb)


วีโฮสต์เว็บเป็นผู้ให้บริการ Web Hosting คุณภาพสูงสุด บริการ 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด Uptime 99.99% ให้บริการด้วยเครื่องเซิร์ฟเวอร์คุณภาพสูง พร้อมกับซอร์ฟแวร์ลิขสิทธิ์เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด, ใช้งานง่าย, ประสิทธิภาพสูง อีกทั้งมีระบบ Firewall, ระบบสำรองข้อมูล หรือ Backup, ระบบ Web Monitoring, ระบบ Internet ความเร็วสูง และดูแลเว็บไซต์ท่านตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ มีบริการหลากหลาย ทั้งระบบ Windows และ Linux เช่นบริการ Shared Hosting, Reseller Hosting, VPS Hosting และ Dedicated server รวมทั้งบริการจดทะเบียนโดเมนเนม ทั้ง .com, .net, .org, .info, .biz, .co.th, .in.th, .go.th

 

Shared Hosting
ราคาตั้งแต่ 120 บาท/เดือน ถึง 1,500 บาท/ปี

**********************************************************************

 

 

2.เนทเวิร์คไทย โซลูชั่น เซอร์วิส (NETWORKTHAI SOLUTION SERVICES)


บริษัท เนทเวิร์คไทย โซลูชั่น เซอร์วิส จำกัด เป็นบริษัทที่ให้บริการในระบบ คอมพิวเตอร์ ที่มีความชำนาญทั้งในด้าน Hard Ware และ Soft Ware แล้วยังรวมถึงการให้คำปรึกษาในการวิเคราะห์ระบบ การออกแบบและพัฒนา Application ตลอดจนการดูแลรักษาระบบ บริษัท เนทเวิร์คไทย โซลูชั่น เซอร์วิส จำกัด เริ่มก่อตั้งตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2551 ในนามร้านเนทเวร์คไทยดอทโออาจี ปัจจุบันดำเนินธุรกิจด้านคอมพิวเตอร์แบบครบวงจรในนามบริษัท เนทเวิร์คไทย โซลูชั่น เซอร์วิส จำกัด โดยบุคลากรที่มีประสบการณ์ด้านคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ ให้บริการตั้งแต่หน่วยงานเล็ก ไปจนถึงหน่วยงานขนาดใหญ่ในด้านต่างๆ

 

Shared Hosting
ราคาตั้งแต่ 50 บาท/เดือน ถึง 6,000 บาท/ปี

 

**********************************************************************

 

 

3.ไทย24เว็บโฮส (Thai24WebHost)


ให้บริการทางด้าน web hosting ครบวงจร โดยครอบคลุมการทำงานต่างๆ ทุกรูปแบบ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยใช้อุปกรณ์ (hardware) และเครื่องให้บริการ (server) ที่มีมาตรฐาสากล โดย เครื่องให้บริการ (server) ได้ ถูกวางไว้ที่ กสท. ประเทศไทย เพื่อให้การเข้าถึงข้อมูล เป็นไปอย่าง รวดเร็วที่สุด มีพนักงานด้านเทคนิค ดูแลระบบตลอด 24 ช.ม. มีระบบ Back up เพื่อป้องกันข้อมูลสูญหาย และการป้องกันความปลอดภัยจากการบุกรุกของ hacker

Shared Hosting
ราคาตั้งแต่ 1,100 บาท/เดือน ถึง 5,000 บาท/ปี

 

**********************************************************************

 

 

4.ไทยดรีมโฮส (ThaiDreamHost)


ThaiDreamHost.com บริษัท แนปเทค จำกัด บริการ จดโดเมน จดโดเมนเนม ( domain registration) เว็บโฮสติ้ง( web hosting ), ขายต่อ โฮสติ้ง (Reseller host), ออกแบบเวปไซต์ (web design ) และ เช่าเครื่อง (Dedicated Server), วางเครื่อง (Colocation) ด้วยราคาประหยัด แต่ คุณภาพ ยังคงระดับ Dream service ของ Thaidreamhost.com

Shared Hosting
ราคาตั้งแต่ 550 บาท/เดือน ถึง 18,000 บาท/ปี

 

**********************************************************************

 

 

5.เซิร์ฟเวอร์ทูเดย์ (SERVERTODAY)


บริษัท เซิร์ฟเวอร์ทูเดย์ จำกัด หรือ “เซิร์ฟเวอร์ทูเดย์” เป็นผู้ให้บริการจดทะเบียนโดเมนเนม (Domain Registration) และบริการเช่าพื้นที่จัดเก็บเว็บไซต์ (Web Hosting)

บริการพื้นที่รับฝากเว็บไซต์พร้อมระบบอีเมล์สำหรับองค์กรธุรกิจ บนเครื่องเซิร์ฟเวอร์
HP Proliant ประสิทธิภาพสูง ให้บริการได้ทั้งระบบปฏิบัติการ Windows และ Unix Based ระบบ Anti-Spam และ Anti-Virus เต็มรูปแบบ ช่วยกรองอีเมล์ขยะได้สูงถึง 98.86% มีระบบการสำรองข้อมูลทุกวัน ป้องกันการสูญหายของข้อมูล ภายใต้การดูแล สนับสนุนการใช้งานจากเจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญงานตลอด 24 ชั่วโมง

Shared Hosting
ราคาตั้งแต่ 489 บาท/เดือน ถึง 1,197 บาท/ปี

 

**********************************************************************

 
เว็บโฮสติ้งที่ใช้ระบบ Cloud Hosting มาแรง 2018
และเว็บโฮสติ้งมาแรงและน่าสนใจประจำปี 2018 นี้คือเว็บ www.ssdhosting.in.th ที่มี



1.การทำงานแบบ Cloud Hosting ผ่านการจัดเก็บข้อมูลแบบ SSD ยิ่งทำให้เว็บเร็วแรงยิ่งขึ้น

2.ความปลอดภัย ระบบความปลอดภัยของเซิร์ฟเวอร์ และระบบป้องกันการล่มที่จากผู้ใช้อื่นบนเซิร์ฟเวอร์เดี่ยวกัน

3.การจัดการโดเมน ระบบจัดการโดเมน ที่ช่วยให้คุณบริหารจัดการโดเมนของตัวอย่างได้อย่างเต็มรูปแบบ

4.เก็บข้อมูลบน ssd ฮาร์ดดิส ซึ่งมีความเร็วกว่าการถ่ายโอนข้อมูลบน ฮาร์ดดิสทั่วไป

5.ราคาเริ่มต้นเพียง 800 บาท/ปี 500 MB (SSD) Disk Space ฟรีค่าติดตั้ง พร้อมปรับ Page Speed ให้ฟรีอีกด้วยทำให้เว็บของคุณเข้าเร็วมาก

6.เว็บไซต์มีสีสันสวยงาม ใช้งานง่าย ระบบการซื้อไม่ยุ่งยาก



จะเห็นได้ชัดเลยว่า Shared Hosting นั่นราคาไม่ได้ต่างจาก Cloud Hosting เลยถ้าบวกลบกันดีๆ ต้องบอกว่าเจ้านี้โปรเค้าเด็ดสุดในปี 2018 จริงๆ ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเข้าสู่ยุค 4.0 แล้วนะครับ

 

แชร์โฮสติ้ง (Shared Hosting) คืออะไร



แชร์โฮสเป็นเว็บโฮสติ้งที่แบ่งพื้นที่ให้บริการ  บนการให้บริการของโฮสติ้ง Server เครื่องเดียวกัน ผู้ให้บริการจะจัดสรรทรัพยากรให้ใช้ร่วมกัน เช่นเนื้อที่เก็บข้อมูล CPU ระบบ Network  เปรียบเสมือนบ้านหนึ่งหลังที่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกพร้อมและแบ่งให้หลายๆคนใช้ร่วมกัน

แชร์โฮสเป็นที่นิยมมากเพราะราคาถูกแต่ข้อจำกัดของแชร์โฮสก็คือการจัดสรรทรัพยากรที่ใช้ร่วมกัน เมื่อทรัพยากรใดถูกใช้ไปมากๆจะทำให้เกิดปัญหาทรัพยากรไม่พอ เช่นถ้าผู้เช่าบางรายติดตั้งเว็บไซต์ที่มีการใช้ CPU ของ Server มากๆ เว็บไซด์ของเราเมื่อต้องการใช้ CPU จะไม่สามารถใช้ได้และส่งผลกระทบทำให้เว็บไซด์ของเราทำงานช้าเป็นต้น 

ทรัพยากรสำคัญๆที่ใช้ร่วมกันและส่งผลกระทบบ่อยๆอย่างเช่น CPU หน่วยความจำ(Memory) และความเร็วของเน็ทเวิร์ค(Bandwidth) ส่วนปริมาณพื้นที่เก็บข้อมูลมักจะไม่ค่อยมีปัญหาเพราะมีปริมาณการใช้ค่อนข้างแน่นอนและผู้บริการสามารถขยายได้ง่าย

 

Cloud Hosting คืออะไร



Shared Hosting คือการแบ่งปันการใช้ทรัพยากรบนเครื่องเซอร์เวอร์เครื่องเดียวกัน แต่ Cloud Hosting คือการใช้ทรัพยากรจากเครื่องคอมพิวเตอร์หลายๆเครื่อง เนื้อที่เก็บข้อมูล CPU หน่วยความจำสามารถใช้ได้จากหลายๆ Servers

การจัดการในรูปแบบของ Cloud Hosting มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยที่ดีกว่า Shared Hosting มาก เนื่องจากการกระจายการให้บริการแบบนี้เสมือนว่าหลายๆ Servers รวมกันเป็นเครื่องเดียวแบบ Virtual server หรือ Cloud Server ถ้าหากเครื่อง Server เครื่องใดเครื่องหนึ่งไม่สามารถให้บริการได้ เครื่องอื่นใน Could Server ก็สามารถให้บริการแทนได้

สำหรับในด้านของราคากับการให้บริการมีความยืดหยุ่นและจัดการได้ดีกว่า เมื่อเราจ่ายเงินเพื่อใช้บริการ Cloud Hosting แล้วในภายหน้าเมื่อเราต้องการ Hosing ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่านี้ Cloud Hosting สามารถเพิ่มเนื้อที่ CPU และหน่วยความจำให้ได้ง่ายกว่า โดยไม่กระทบกับเว็บไซด์ของเรา ในราคาที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าการเปลี่ยนไปใช้ Hosting ลักษณะอื่น

 

เห็นได้ชัดว่าการใช้ Cloud Hosting ดีกว่า Shared Hosting อย่างชัดเจนแต่อาจมีราคาที่แตกต่างกันบ้างแต่หากมองภาพว่า Shared Hosting  ผู้ใช้100 คน ใช้เครื่อง server 1 เครื่อง ที่ต้องแย่งกันส่งข้อมูล> รอประมวลผล>รอข้อมูลส่งกลับ ซึ่งจะส่งผลทำให้เว็บไซต์ของคุณช้ามาก แต่หากเป็น Cloud Hosting อยากให้มองภาพเหมือน 1 ผู้ใช้ ต่อ 1 server ละเว็บไซต์ของคุณจะเร็วแค่ใหน

 

 

 

 

เรียบเรียงโดย: MCCONTENT  ยิงฟันยิ้ม  ยิ้ม
ที่มา: http://abouttans.com/view/2018393.html
2  พูดคุยทั่วไป / พูดคุยทั่วไป / บทวิเคราะห์ AIS-dtac ว่าไง! กสทช. เคาะราคาเริ่มต้น 75,654 ล้านบาท รอบใหม่ เริ่ม เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2018, 10:09:20 am


กสทช. เคาะราคาเริ่มต้น 75,654 ล้านบาท รอบใหม่ เริ่ม 24 มิ.ย เบอร์มงคล
ก็บอกได้เลยว่าเป็นกระแสไม่น้อยเลยทีเดียวครับ สำหรับการเริ่มต้นประมูลคลื่น 900 MHz เมื่อปีที่แล้ว ทางหน่วยงานภาครัฐประกาศอย่างชัดเจนว่าเงินที่ได้จากการประมูลในครั้งนี้ เราจะนำมาพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าต่อไป ทั้งนี้การประมูลในครั้งนั้น ก็จบลงด้วยที่ค่าย True และ JAS ได้ไปครอบครอง แต่แล้ววันเวลาผ่านไป เมื่อถึงครบกำหนดการชำระเงินดันมีแต่ค่ายทรูเพียงเจ้าเดียว ที่นำเงินมาชำระงวดแรก เพราะฉะนั้นจึงเกิดคำถามขึ้นว่า JAS หายไปไหน ทำไมไม่มาตามนัด และผลสุดท้ายก็ยังคงคลุมเครือว่าเหตุผลที่แท้จริงแล้ว เกิดอะไรขึ้นกันแน่กับบริษัทจัสมิน เพราะฉะนั้นเราจึงจะพามาวิเคราะห์กันครับ

 

เริ่มกันที่เหตุผลแรกก่อนว่าคลื่น 900 MHz สำคัญอย่างไร มีแรงจูงใจอะไรที่ต้องประมูล?
คลื่น 900 จำเป็นอย่างไร สำหรับตัวคลื่นดังกล่าวคงต้องบอกว่าจะทำให้ใครก็ตามที่ครอบครอง นั้นก็จะสามารถทำธุรกิจได้อย่างไม่ต้องลงแรงมาก ด้วยเหตุที่ว่าการตั้งเสาสัญญาณ 1 ต้น จะมีความครอบ คลุมพื้นที่ได้มากกว่า คลื่น 1800MHz มากถึง 3 ต้น ดังนั้นผู้ที่ประมูลได้จึงเป็นการลดต้นทุนตั้งเสาไปโดยปริยาย รวมถึงการให้บริการในรูปแบบ 4G LTE Advance หรือว่าการรวมคลื่นสัญญาณ ระหว่างคลื่น 1800 – 2100 MHz เพื่อเพิ่มความแรงของสัญญาณ ส่งผลให้มีความเร็วที่เพิ่มขึ้น



ทำไมต้องมีสล็อต 1 หรือสล็อต 2 ของคลื่น 900 มีความหมายอย่างไร?
โดยเริ่มแรกต้องอธิบายว่า การประมูลคลื่น 900 ในครั้งนี้ถูกแบ่งออกเป็น 2 ใบอนุญาต ได้แก่ ชุดที่ 1 คลื่น 895-905 MHz คู่กับ 940-950 MHz (10 MHz) และก็ในชุดที่ 2 คลื่น 905-915 MHz คู่กับคลื่น 950-960 MHz (10 MHz) โดยแต่ละใบอนุญาตจะมีอายุ 15 ปี

ซึ่งถ้าหากสังเกต ก็จะพบว่าคลื่น 900 ชุดที่ 1 จะมีความใกล้เคียงกับคลื่น 3G ของ dtac นั่นก็คือ 850 อยู่ ส่งผลให้เมื่อใช้งานไปในบางพื้นที่อาจพบการรบกวนกันของสัญญาณ ทำให้การติดต่อสื่อสารไม่มีประสิทธิภาพ และเกิดเป็นข้อร้องเรียนในภายหลัง

ดังนั้นทางแก้ไขคือ การลงทุนจัดการกับปัญหาสัญญาณรบกวนเพิ่ม ซึ่งทางกสทช. ระบุว่าอาจมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 3,000 ล้านบาท ส่งผลให้นอกจากจะค่าใบอนุญาตแล้ว ก็ยังต้องเสียค่าใช้จ่ายกับปัญหาดังกล่าวและไม่นับรวมถึงปัจจัยต่างๆ ที่ต้องทำออกมาสมบูรณ์ เพื่อให้ไม่เป็นข้อร้องเรียนจากผู้ใช้บริการ



จึงสรุปได้ว่าคลื่น 900 ชุดที่ 1 : มีแต่ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่นอกเหนือจากใบอนุญาตและในกรณีของ Jas Mobile ต้องมีภาระค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่วเลยทีเดียว เพราะเสาสัญญาณก็ไม่มี จึงเกิดเป็นประเด็นที่น่าสนใจว่าแจ็สจะทำยังไงต่อไป…?

เหตุผลที่ทำให้ : เหล่าโอเปอเรเตอร์ตัดสินใจร่วมประมูลนอกจากคุณสมบัติที่ดีเยี่ยมของคลื่น 900 MHz…?
แน่นอนว่าเหตุผลแรกเลยคือ “การอยู่รอดครับ” กล่าวคือการมีคลื่นอยู่ในมือ เปรียบเหมือนกับเรามีไพ่ที่เหนือกว่า ก็สามารถที่นำมาต่อยอดการทำธุรกิจต่างๆ ผสมผสานกับกลยุทธ์ทางการตลาด เพื่อสร้างผลกำไร หรือรายได้ และเพื่อให้ได้กลายเป็น “ผู้นำการบริการ” ซึ่งเมื่อเปรียบกับการลงทุนแล้ว ถึงแม้จะสูง ถ้าบริหารจัดการดี ปัจจัยภายในที่พร้อมคือ “องค์กร” กับปัจจัยแวดล้อมภายนอกเอื้ออำนวย ผลตอบแทนในรูปแบบต่างๆ ก็ย่อมตามมา และก็จะสอดคล้องกับสาเหตุที่สองคือ “อะไรๆ ก็ไม่แน่นอน”



สาเหตุที่สอง
“อะไรๆ ก็ไม่แน่นอน” ทำไมผมถึงพูดแบบนี้ ณ ตอนนี้หากเรามองไปถึงอนาคต คงคาดเดาได้ยากครับ ว่าชีวิตประจำวันของเราก็จะเป็นอย่างไรต่อไป หรือจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะทุกอย่างอยู่บนความไม่แน่นอนเช่นเดียวกับการดำเนินธุรกิจในเมื่อประเมินเบื้องต้นแล้วว่าคลื่น 900 MHz นั้นมีความคุ้มค่าต่อการลงทุน แล้วเหตุใดถึงต้องอยู่เฉย สังเกตได้จาก True ถึงแม้จะมีคลื่นเต็มไม้เต็มมือ แต่ก็ยังลงมาแข่งขันประมูล และสุดท้ายชนะไปได้ที่สุด แถมยังด้วยจำนวนเงินที่สูงลิ่ว นี่ก็อาจเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ประกอบกับข้อหนึ่ง ระบุได้ว่า การอยู่รอดและการเป็นผู้นำการบริการ รวมถึงการที่ไม่รอให้อนาคตมาตัดสินปัจจุบัน คือ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าจะมีคลื่นมาให้ประมูล !?



สาเหตุที่สาม
“การลงทุนที่คุ้มค่า” อย่างที่กล่าวข้างต้น เนื่องจากคลื่น 900 เป็นคลื่นความถี่ตํ่า ทำให้การลงทุนปักเสาสัญญาณ ไม่ต้องใช้เสาสัญญาณมากต้น เพื่อทำให้เกิดสัญญาณที่ครอบคลุม เหมือนคลื่นความถี่สูง อีกทั้งคลื่นดังกล่าวมีความแรงของสัญญาณประสิทธิภาพสูงส่งผลให้คลื่นสัญญาณนั้นไปได้ไกล และที่สำคัญยังทะลุทะลวง เข้าสู่ภายในบ้านและอาคารได้ดี ดังนั้นการใช้งานติดต่อสื่อสารเรียกได้ว่าไม่ขาดตอนเลยทีเดียว (แต่ก็ต้องขึ้นอยู่คลื่นที่ผู้ให้บริการถือครองอยู่ด้วยว่าเอื้ออำนวยมากน้อยแค่ไหน)



หลังจากที่ทราบข้อมูลเบื้องต้นกันไปแล้ว มาดูกันว่าทำไม True ถึงย่อมจ่ายค่าเงินประมูลใบอนุญาตที่ 2 แพงลิ่ว…?
คงมีอยู่แค่คำตอบเดียวที่ให้ได้ครับว่าคือ “True ต้องการเป็นเบอร์หนึ่งในธุรกิจการให้บริการการติดต่อสื่อสาร” เบอร์มงคล true ด้วยคลื่นที่สะสมอยู่ในมือนั้นก็เรียกได้ว่าเอื้ออำนวยต่อการต่อยอดเป็นธุรกิจต่างๆ ได้อย่างไม่ยากเย็น และที่สำคัญเป็นการประกาศศักยภาพของตนเองว่ามีความเพรียบพร้อมเพียงใด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ถือหุ้น รวมถึงพันธมิตรทางธุรกิจต่างๆ นานา ซึ่งข้อพิสูจน์ก็อย่างที่เราเห็นกันในโฆษณาทุกวันนี้ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยหนี้ที่มหาศาสเช่นกัน



แต่ไฮไลท์คงไม่ได้อยู่ที่ True ครับ แต่ว่ากลับกลายเป็น JAS ต่างหาก ว่าอย่างที่เราทราบกันหลังจากประมูลได้ เรา (ผู้ใช้บริการ) อยากจะเห็นแพ็กเกจเป็นแบบใด เพราะตามหลักการตลาด ถ้าหากว่ามีผู้แข่งขันในธุรกิจเพิ่มขึ้น การออกกลยุทธ์เอาใจลูกค้า ก็ย่อมมากขึ้นตามไปด้วย เพื่อดึงดูดให้เข้ามาใช้บริการ โดยเฉพาะการเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ จึงต้องงัดกลยุทธ์ สำหรับการนับหนึ่งลูกค้า และการคืนทุนที่รวดเร็ว ทว่า……

เมื่อวันเวลาผ่านไปหลังจากการประมูลได้ ทางบริษัท JAS Mobile ก็ยังไม่มีท่าทีแสดงเจตนารมณ์ที่มีความพร้อมและเชื่อมั่นออกมาว่าเรานั้นเอาจริง นอกจากการแถลงการณ์เมื่อเดือนธันวาคม โดยก็มีแค่ การแถลงการณ์ ซึ่งมีเนื้อใจความสำคัญ…และภาพประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นเท่านั้นคือ

เป้าหมายบริษัทคือการเป็นเบอร์สองของตลาดโปรเน็ตที่มีบริการทั้งเครือข่ายบรอดแบนด์แบบมีสายและไร้สาย

ผนึกกำลังการให้บริการอย่างลงตัวทั้งบรอดแบนด์และโมบายอินเทอร์เน็ต

มีการเตรียมเงินลงทุนเสาสัญญาณไว้พร้อมแล้ว แต่จะเป็นเจรจาการเช่าใช้ฐานเสาสถานีร่วมกับรัฐวิสาหกิจ

มั่นใจได้ว่าสามารถชำระเงินประมูลได้ตามกำหนด อันเนื่องมาจากหลักการผ่อนชำระเงินแบบยืดหยุ่นของกสทช.

น่าจะเปิดให้บริการได้ทันช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีพุทธศักราช 2559



หลังจากนั้นก็เงียบหายเข้าไปจนเริ่มมีการถกเถียงว่าสรุปแล้วจะเป็นอย่างไรต่อไป และล่าสุดเมื่อเดือนมีนาคม วันที่ 21 พุทธศักราช 2559 คือวันที่กสทช. ต้องจำว่าเป็นบทเรียนอีกครั้งหนึ่ง เพราะสุดท้ายทางบริษัท Jas Mobile ก็ไม่มาชำระเงินงวดแรกตามกำหนด ส่งผลให้ใบอนุญาตดังกล่าวกลายเป็นโมฆะและต้องประมูลใหม่ในที่สุด…แล้วช่วงเวลาที่ผ่านมาภาครัฐต้องเสียต้นทุนค่าเสียโอกาสเท่าใด
แล้วเหตุผลใดที่บริษัท Jas Mobile ไม่มาชำระเงินตามกำหนด…?
ส่วนรายละเอียดเริ่มตั้งแต่ เหตุผลที่ทำไมนายพิชญ์ไม่เข้าร่วมการประมูลด้วยในคลื่น 900 MHz ทั้งๆ ที่ตอนคลื่น 1800 MHz ก็ได้เข้าร่วมเคาะราคา โดยให้เหตุผลดังนี้

นายพิชญ์ชี้แจงว่าเป็นเรื่องกลยุทธ์, แผนงาน, งบประมาณและการลงทุน โดยให้นโยบายกับทางทีมงานที่เข้าห้องเคาะราคาว่าให้สู้ราคาเต็มที่ได้สูงสุด 80,000 ล้านบาท ซึ่งหน้าที่ทีมงานคือ เคาะราคาไปเริ่อยๆ จนชนะประมูล จึงสรุปว่าการที่นายพิชญ์ไม่เข้าร่วมเคาะราคานั้นเป็นเรื่องของกลยุทธ์ในการแข่งขัน

ส่วนด้านแหล่งเงินทุน นายพิชญ์ยืนยันว่ามีผู้สนับสนุน คือ บริษัทหัวเว่ยและธนาคารกรุงเทพ ซึ่งในด้านธนาคารกรุงเทพ ส่วนตัวได้หารือกับผู้บริหารระดับสูงของธนาคารมาก่อนแล้ว แต่ในนาทีสุดท้ายธนาคารได้โทรศัพท์แจ้งนายพิชญ์ว่าต้องทำค้ำประกันส่วนตัวด้วย รวมถึงต้องนำคุณพ่อของนายพิชญ์มาคํ้าประกันด้วยเช่นกัน จึงไม่สามารถตกลงกันได้ในที่สุด และทำให้ต้องหยุดการเจรจากับธนาคารกรุงเทพ

และในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ 2 เดือน ส่งผลให้ไม่สามารถเตรียมตัวได้ทัน แต่ก็ยังมีธนาคารไอซีพีซีติด ต่อเสนอมาว่า หากหาพันธมิตรร่วมทุนจากประเทศจีนได้ ทางธนาคารก็พร้อมจะรออกหลักทรัพย์ค้ำประกัน (แบงก์การันตี) ให้ ทว่าสุดท้ายก็ไม่เป็นผลสำเร็จเพราะมีเวลาที่กระชั้นชิด



อย่างไรก็ตามผลสรุปในตอนนี้สำหรับคลื่น 900 ใบอนุญาตที่ 1 ก็คือ “การต้องเริ่มต้นประมูลใหม่” โดย กสทช. มีการบอกกฏเกณฑ์ของผู้ร่วมลงประมูลไว้อย่างละเอียดดังต่อไปนี้

1.คุณสมบัติของผู้เข้าร่วมประมูลตัดสิทธิ์ผู้ที่ไม่มาชำระเงินค่าประมูลจากการประมูลครั้งที่แล้ว
2.เคาะราคาเริ่มต้นประมูลที่ 75,654 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาของผู้ที่ชนะการประมูลครั้งก่อน
3. การวางเงินหลักประกันจะเท่าเดิม คือ 5% ของราคาเริ่มต้นการประมูล 75,654 ล้านบาท = 3,783 ล้านบาท
4. จ่ายเงินค่าประมูลแบ่งเป็น 4 งวด เช่นเดิม คืองวดแรก 8,040 ล้านบาท พร้อมแบงก์การันตีส่วนที่เหลือ งวดที่สอง 4,020 ล้านบาท พร้อมแบงก์การันตีส่วนที่เหลือ งวดที่สาม 4,020 ล้านบาท พร้อมแบงก์การันตีส่วนที่เหลือ และงวดสุดท้ายต้องจ่ายที่เหลือทั้งหมด
5. กรณีผู้ชนะการประมูลไม่มาชำระเงินจะยึดเงินหลักประกันจำนวน 3,783 ล้านบาท กสทช. จะเรียกค่ารับผิดเพิ่มขึ้นอีก 11,348 ล้านบาทรวมเป็น 15,131 ล้านบาทหรือคิดเป็น 20% ของราคาตั้งต้นการประมูล และหากมีความเสียหายเพิ่มเติม สำนักงาน กสทช. จะเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติมอีก



6.ร่างหลักเกณฑ์การประมูลใช้เฉพาะครั้งนี้เท่านั้น จึงเสนอเงื่อนไขกรณีมีผู้ประมูลรายเดียว แต่มีการเคาะยืนยันราคา 75,654 ล้านบาท ก็ให้ถือว่าเป็นผู้ชนะการประมูล
7.การประกาศรายชื่อผู้ชนะการประมูลจะประกาศรายชื่อผู้ชนะการประมูลในลำดับที่ 1 และลำดับที่ 2 หากผู้ชนะรายที่ 1 ไม่มาชำระเงินค่าประมูล กสทช. ก็จะเรียกผู้ชนะลำดับที่ 2 มาชำระเงินประมูล และเป็นผู้ชนะแทน ทั้งนี้เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก และในกรณีมีผู้เสนอราคาเท่ากัน 2 ราย กสทช. อาจมีการประกาศเพิ่มเติมให้ดำเนินการยื่นซองราคา เพื่อแข่งขันราคากันเลย

8.และในกรณีที่ไม่มีผู้เข้าประมูล กสทช. จะเคาะราคาถอยหลังจาก 75,654 ล้านบาทตํ่าลงมาเรื่อยๆ และจะหยุดไว้ที่ราคาที่ทางบริษัทกลุ่มทรูได้เคาะไว้ที่ 73,722 ล้านบาท และเงินส่วนที่ขาดรวมถึงค่าเสียหายเพิ่มเติมจะมีการฟ้องร้องจากบริษัท Jas Mobile



โดยจากที่กล่าวมาข้างต้น คงปฏิเสธไม่ได้ว่าจำนวนตัวเลขราคาของการประมูล มีจำนวนที่สูงมากเลยทีเดียว ซึ่งกรณีนี้ทำให้การประมูลครั้งใหม่ที่จะเกิดขึ้น ต้องถือว่าน่าติดตามเลยว่าจะมีผู้เข้าร่วมประมูลหรือไม่ แต่ถ้าไม่มีจริงๆ กสทช. คงเหลือ 2 ทางเลือก 1. เคาะราคาให้ตํ่าลงมาอีก ตํ่ากว่ากลุ่มทรู แต่จะเป็นไปได้หรือ? 2. เก็บคลื่น 900 เข้าห้องปิดตาย ทว่าจะเป็นการสูญเสียทรัพยากรของประเทศไปโดยปริยาย สุดท้ายเราคงต้องติดตามกันต่อไปครับ ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร

 

หลังจากทราบกฏเกณฑ์กันไปแล้ว มาดูกันว่ากำหนดการของระยะเวลาเป็นอย่างไรบ้าง…?
วันที่ 5-28 เม.ย. 2559 เปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อร่างประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมย่าน 895-905 MHz/940-950 MHz (หรือ ร่างหลักเกณฑ์การประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz)
วันที่ 22 เม.ย. 2559 จัดประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อร่างประกาศดังกล่าว
วันที่ 12 พ.ค. 2559 ร่างประกาศฯ จะถูกส่งไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา
วันที่ 13 พ.ค.-12 มิ.ย. 2559 ประกาศเชิญชวนเข้าร่วมการประมูล
วันที่ 13 มิ.ย. 2559 ยื่นคำขอเข้าร่วมการประมูล
วันที่ 24 มิ.ย. 2559 วันประมูล!!!



เรียบเรียงโดย: MCCONTENT

ที่มา: http://galaxy-7.net/technology-it/201805434
3  พูดคุยทั่วไป / พูดคุยทั่วไป / Re: วันอมาวสี,วันปุรณมี คือวันอะไรมีใครรู้ป่าว วันขอเงินพระจันทร์ ปี 2561 เมื่อ: กรกฎาคม 06, 2018, 01:24:42 pm
วันขอเงินพระจันทร์ ปี 2561 วันอมาวสีปี 2561 วันปุรณมี วันขอพระจันทร์ ปี 2561
วันขอเงินพระจันทร์ ปี 2561 ฤกษ์งามยามดียิ่งกว่าดูดวง วันไหว้ขอเงินพระจันทร์ เป็นความเชื่อทางโหราศาสตร์ในเรื่อง วันขอเงินพระจันทร์ ซึ่งเป็นวันที่ตำแหน่งองศาของดวงจันทร์กับดวงอาทิตย์ทับกันสนิท ฤกษ์งามยามดี ประจำปี 2561

วันอมาวสี เป็น วันพระจันทร์ดับ หรือ วันขอเงินจากพระจันทร์ นั้น เป็นวันที่ฟ้า หมายถึง ดูดวง สวรรค์ และพื้นภพของมนุษย์ พื้นภพของนาคา พื้นภพของนรก ประตูทุกแดนภูมิจะเปิด และเป็นวันที่พระอาทิตย์ พระจันทร์ทำมุมที่เอื้อประโยชน์ ต่อมวลมนุษยชน และประชาชนโดยทั่วไป ซึ่งวันฟ้าเปิดนั้น จะมีเพียงเดือนละ 1 วันเท่านั้น แต่ในวันที่ดีอย่างนี้ เราจะต้องทำอย่างไรให้วันนั้นเกิดประโยชน์ เกิดโชคลาภ หรือมีความสำเร็จเกิดขึ้น เริ่มต้อนรับการขอเงินจากพระจันทร์ครั้งแรกของต้นปี ซึ่งตรงกับ วันพุธ ที่ 17 มกราคม 2561 (ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 3 ปีระกา) เวลา 09.17 นาที

 

วิธีปฏิบัติตนในวันขอเงินจากพระจันทร์
1.ประการแรกเริ่มตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้า หากท่านสามารถทำได้หรือสะดวก ควรไปทำบุญตักบาตรในเช้าของวันนั้น พร้อมรับศีลฟังธรรมที่วัดใกล้บ้าน (ในกรณีที่ท่านไม่สะดวกก็ใช้การ เข้าไปกราบคุณพ่อคุณแม่ ขอให้ท่านให้พรแทนก็ได้ค่ะ) หลังจากนั้นในช่วงระหว่างวันท่านควรทำใจให้สงบ พยายามอย่ามีปากเสียงกับใครโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้จิตใจของท่านขุ่นมัว และข้อสำคัญที่สุดนั้นคือภายในวันนั้นห้ามให้ใครมายืมเงินจากท่านโดยเด็ดขาด

 

2.สิ่งที่จะมาเป็นสื่อในการที่จะขอโชคขอลาภจากพระจันทร์ ให้ท่านเตรียมเงิน โดยที่ท่านต้องนำเงินที่เบิกออกมาจากธนาคาร กดออกมาจากเอทีเอ็ม หรือที่เก็บเอาไว้เอาออกมาให้ได้มากที่สุด เก็บใส่กระเป๋าสตางค์ที่ใช้เป็นประจำ และต้องตั้งใจด้วยว่า ในช่วงวันที่เป็นวันพระจันทร์ดับ ภายใน 1-2 วัน ห้ามใช้เงินในส่วนที่เก็บไว้ในกระเป๋านี้ ถ้าต้องใช้ให้แยกส่วนที่จะใช้ในวันนั้นต่างหาก อาจจะไว้ในกระเป๋าเสื้อ กระเป๋ากางเกง ใส่ซอง เพื่อเป็นสิริมงคล และให้นำกระเป๋าที่เก็บเงินเอาไว้ ไปตั้งไว้ในพานหรือไปวางไว้บริเวณหน้าพระพุทธรูป หรือห้องพระประจำบ้าน

 

3.วันขอเงินพระจันทร์ ปี 2561 สามารถขอได้ในช่วงก่อนและหลังเวลาเกิดวันจันทร์ดับหรือวันอมาวสี 12 ชั่วโมง วิธีการก็เช่น เขียนขอสิ่งที่ปรารถนาที่สอดคล้องความเป็นจริง ไม่เกิน 8 ข้อ ไว้บนมือข้างไหนก็ได้ ให้เชื่อมั่นศรัทธา ทำจิตให้นิ่ง มีสมาธิ ต้องขอเพื่อตัวเองเท่านั้น วันขอพรจากฟ้า วันอมาวสี 2561 ขอแทนคนอื่นไม่ได้ ห้ามให้ใครรู้ว่าขออะไรและควรขอในเวลาที่สงบ



วิธีอธิษฐานขอพร
ให้ท่านสมาทานศีล 5 ในวิธีการตรงนี้แหละครับ ที่จะทำให้ท่านมีความบริสุทธิ์โดยศีล และทำให้มีบารมีเพื่อสร้างบุญ สร้างบารมี การที่ท่านได้รับศีล รับพรจากพระ หรือสมาทานศีลเองจากพระพุทธรูป ตลอดจนการที่ท่านได้ไปทำบุญบริจาคทาน จะทำให้ท่านมีพลังบารมีที่จะได้ประกาศ มีประกาศิตขออะไรก็ได้สมดังที่ปรารถนา โดยเริ่มจาก ไหว้พระบูชาพระรัตนตรัย และสวดมนต์เมื่อท่านสวดมนต์ เรียบร้อยแล้ว ให้ท่านสวดบทชุมนุมเทวดา

 

คาถาอธิษฐานขอพร
“สัคเค กาเม จะ รูเป คิริสิขิระตะเฏ จันตะลิกเข วิมาเน ทีเป รัฏเฐ จะ คาเม ตะรุวะนะคะหะเน เคหะ วัตถุมหิ เขตเต ภุมมา จายันทุ เทวา ชะละถะละ วิสะเม ยักขะ คันธัพพะนาคา ติฏฐันตา สันติเกยัง มุนิวะระวะจะนัง สาธะโว เม สุณันตุฯ ธัมมัสสะวะ นะกาโล อะยัมภะทันตา ธัมมัสสะวะ นะกาโล อะยัมภะทันตา ธัมมัสสะวะ นะกาโล อะยัมภะทันตาฯ”

 

คำอธิษฐานว่า “ข้าพเจ้า (ชื่อ/นามสกุล ของท่าน) ขออุทิศส่วนบุญ ส่วนกุศลที่ข้าพเจ้าได้สร้างมาแต่อดีตชาติ ถึงปัจจุบัน ให้แก่เจ้ากรรมนายเวร และสรรพสัตย์ทั้งหลาย ข้าพเจ้าขออุทิศส่วนบุญ ส่วนกุศลทั้งหลายให้เทพเทวา นาคาทุกหมู่เหล่า ตลอดถึงเทพพระอาทิตย์ เทพพระจันทร์ จงได้รับอานิสงส์แห่งผลบุญนี้ ที่ข้าพเจ้าได้สร้างในวันนี้โดยเร็วพลัน เมื่อได้รับผลบุญนี้แล้ว ก็ขอให้ท่านทั้งหลายประทานพรอันประเสริฐให้ข้าพเจ้ามีโชคลาภ มีเงินตราตามที่ปรารถนา จากสิ่งที่ทำด้วยความวิริยะอุตสาหะ ขอให้ได้รับความสำเร็จในเรื่องของการงาน ความสำเร็จในเรื่องความรัก ความสำเร็จในเรื่องของชีวิต

 

ส่วนในคำอธิฐานขอพรต่างๆนั้นก็คงสุดแต่ความพอใจของท่านทั้งหลายและก็ไม่จำเป็นเฉพาะเพียงการขอเงินเพียงอย่างเดียว ในวันดังกล่าวท่านสามารถขอพรใดก็ได้ ไม่จะเรื่องการงานธุรกิจ การค้า การเงิน ความรัก และในหลายๆสิ่งที่ท่านปราถนา ซึ่งการขอเงินกับพระจันทร์นั้นจะเกิดขึ้นได้เพียงเดือนละ 1 วันเท่านั้น สิ่งที่ได้บอกกล่าวมาข้างต้นนั้น ถือได้ว่าเป็นธรรมเนียมปฎิบัติกันในปัจจุบัน ส่วน

ในการจะได้รับมากน้อยเพียงใดนั้น ก็คงบอกกับท่านทั้งหลายไม่ได้แน่ๆ เพราะนี้ก็ต้องร่วมไปถึงบุญบารมีที่แต่ละท่านได้สร้างสะสม ดูดวงกันมาตั้งแต่ครั้งอดีตกาลหรือแม้แต่ในปัจจุบันชาติสรุปท้ายนี้ ก็ขออวยพรให้ทุกท่านมีความสุข ทั้งทางกายใจ สุขสมหวังในสิ่งที่ท่านทั้งหลายต้องการไม่ว่าจะการงาน การเงินความรัก และ สุขภาพตลอดปี 61 (บุญบารมีในชาตินี้ที่ได้มากที่สุดและเกิดผลเร็วที่สุดนั้นคือการดูแลพ่อแม่ให้ท่านมีความมากที่สุด) ก่อนท่านทั้งหลายจะออกไปทำบุญอย่างอื่น ส่วนตารางการไหว้ขอเงินพระจันทร์ตลอดปี 61 อยู่ด้านล่างนี้นะค่ะ

 

“นอกจากวันอมาวสี-วันนิวมูน หรือ วันจันทร์ดับ” ซึ่งมีการเกิดจุดจันทร์ดับและมีความเชื่อมาแต่โบราณว่าเป็นวันเวลาที่เหมาะจะทำพิธี “ขอเงินจันทร์”แล้ว ยังมี”วันปุรณมี-วันจันทร์เพ็ญ” เชื่อว่าเหมาะ ’ขอพรเพื่อมงคลชีวิต ศักดิ์สิทธิ์ในการทำน้ำมนต์ หรือที่เราเรียกว่าวันขอพรพระจันทร์ด้วย

 

ซึ่งวันขอเงินพระจันทร์ ประจำปี 61 มีดังนี้
14 มิ.ย.  , 13 กรกฎาคม , 11 สิงหาคม , 10 กันยายน , 9 ตุลาคม , 7 พฤษจิกายน , 7 ธันวาคม

 

 

เรียบเรียงโดย: MCCONTENT

ที่มา: abouttans.com
4  พูดคุยทั่วไป / พูดคุยทั่วไป / วันอมาวสี,วันปุรณมี คือวันอะไรมีใครรู้ป่าว วันขอเงินพระจันทร์ ปี 2561 เมื่อ: กรกฎาคม 06, 2018, 11:21:27 am
วันขอเงินพระจันทร์ ปี 2561 วันอมาวสีปี 2561 วันปุรณมี วันขอพระจันทร์ ปี 2561
วันขอเงินพระจันทร์ ปี 2561 ฤกษ์งามยามดียิ่งกว่าดูดวง วันไหว้ขอเงินพระจันทร์ เป็นความเชื่อทางโหราศาสตร์ในเรื่อง วันขอเงินพระจันทร์ ซึ่งเป็นวันที่ตำแหน่งองศาของดวงจันทร์กับดวงอาทิตย์ทับกันสนิท ฤกษ์งามยามดี ประจำปี 2561

วันอมาวสี เป็น วันพระจันทร์ดับ หรือ วันขอเงินจากพระจันทร์ นั้น เป็นวันที่ฟ้า หมายถึง สวรรค์ และพื้นภพของมนุษย์ พื้นภพของนาคา พื้นภพของนรก ประตูทุกแดนภูมิจะเปิด และเป็นวันที่พระอาทิตย์ พระจันทร์ทำมุมที่เอื้อประโยชน์ ต่อมวลมนุษยชน และประชาชนโดยทั่วไป ซึ่งวันฟ้าเปิดนั้น จะมีเพียงเดือนละ 1 วันเท่านั้น แต่ในวันที่ดีอย่างนี้ เราจะต้องทำอย่างไรให้วันนั้นเกิดประโยชน์ เกิดโชคลาภ หรือมีความสำเร็จเกิดขึ้น เริ่มต้อนรับการขอเงินจากพระจันทร์ครั้งแรกของต้นปี ซึ่งตรงกับ วันพุธ ที่ 17 มกราคม 2561 (ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 3 ปีระกา) เวลา 09.17 นาที

 

วิธีปฏิบัติตนในวันขอเงินจากพระจันทร์
1.ประการแรกเริ่มตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้า หากท่านสามารถทำได้หรือสะดวก ควรไปทำบุญตักบาตรในเช้าของวันนั้น พร้อมรับศีลฟังธรรมที่วัดใกล้บ้าน (ในกรณีที่ท่านไม่สะดวกก็ใช้การ เข้าไปกราบคุณพ่อคุณแม่ ขอให้ท่านให้พรแทนก็ได้ค่ะ) หลังจากนั้นในช่วงระหว่างวันท่านควรทำใจให้สงบ พยายามอย่ามีปากเสียงกับใครโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้จิตใจของท่านขุ่นมัว และข้อสำคัญที่สุดนั้นคือภายในวันนั้นห้ามให้ใครมายืมเงินจากท่านโดยเด็ดขาด

 

2.สิ่งที่จะมาเป็นสื่อในการที่จะขอโชคขอลาภจากพระจันทร์ ให้ท่านเตรียมเงิน โดยที่ท่านต้องนำเงินที่เบิกออกมาจากธนาคาร กดออกมาจากเอทีเอ็ม หรือที่เก็บเอาไว้เอาออกมาให้ได้มากที่สุด เก็บใส่กระเป๋าสตางค์ที่ใช้เป็นประจำ และต้องตั้งใจด้วยว่า ในช่วงวันที่เป็นวันพระจันทร์ดับ ภายใน 1-2 วัน ห้ามใช้เงินในส่วนที่เก็บไว้ในกระเป๋านี้ ถ้าต้องใช้ให้แยกส่วนที่จะใช้ในวันนั้นต่างหาก อาจจะไว้ในกระเป๋าเสื้อ กระเป๋ากางเกง ใส่ซอง เพื่อเป็นสิริมงคล และให้นำกระเป๋าที่เก็บเงินเอาไว้ ไปตั้งไว้ในพานหรือไปวางไว้บริเวณหน้าพระพุทธรูป หรือห้องพระประจำบ้าน

 

3.วันขอเงินพระจันทร์ ปี 2561 สามารถขอได้ในช่วงก่อนและหลังเวลาเกิดวันจันทร์ดับหรือวันอมาวสี 12 ชั่วโมง วิธีการก็เช่น เขียนขอสิ่งที่ปรารถนาที่สอดคล้องความเป็นจริง ไม่เกิน 8 ข้อ ไว้บนมือข้างไหนก็ได้ ให้เชื่อมั่นศรัทธา ทำจิตให้นิ่ง มีสมาธิ ต้องขอเพื่อตัวเองเท่านั้น วันขอพรจากฟ้า วันอมาวสี 2561 ขอแทนคนอื่นไม่ได้ ห้ามให้ใครรู้ว่าขออะไรและควรขอในเวลาที่สงบ



วิธีอธิษฐานขอพร
ให้ท่านสมาทานศีล 5 ในวิธีการตรงนี้แหละครับ ที่จะทำให้ท่านมีความบริสุทธิ์โดยศีล และทำให้มีบารมีเพื่อสร้างบุญ สร้างบารมี การที่ท่านได้รับศีล รับพรจากพระ หรือสมาทานศีลเองจากพระพุทธรูป ตลอดจนการที่ท่านได้ไปทำบุญบริจาคทาน จะทำให้ท่านมีพลังบารมีที่จะได้ประกาศ มีประกาศิตขออะไรก็ได้สมดังที่ปรารถนา โดยเริ่มจาก ไหว้พระบูชาพระรัตนตรัย และสวดมนต์เมื่อท่านสวดมนต์ เรียบร้อยแล้ว ให้ท่านสวดบทชุมนุมเทวดา

 

คาถาอธิษฐานขอพร
“สัคเค กาเม จะ รูเป คิริสิขิระตะเฏ จันตะลิกเข วิมาเน ทีเป รัฏเฐ จะ คาเม ตะรุวะนะคะหะเน เคหะ วัตถุมหิ เขตเต ภุมมา จายันทุ เทวา ชะละถะละ วิสะเม ยักขะ คันธัพพะนาคา ติฏฐันตา สันติเกยัง มุนิวะระวะจะนัง สาธะโว เม สุณันตุฯ ธัมมัสสะวะ นะกาโล อะยัมภะทันตา ธัมมัสสะวะ นะกาโล อะยัมภะทันตา ธัมมัสสะวะ นะกาโล อะยัมภะทันตาฯ”

 

คำอธิษฐานว่า “ข้าพเจ้า (ชื่อ/นามสกุล ของท่าน) ขออุทิศส่วนบุญ ส่วนกุศลที่ข้าพเจ้าได้สร้างมาแต่อดีตชาติ ถึงปัจจุบัน ให้แก่เจ้ากรรมนายเวร และสรรพสัตย์ทั้งหลาย ข้าพเจ้าขออุทิศส่วนบุญ ส่วนกุศลทั้งหลายให้เทพเทวา นาคาทุกหมู่เหล่า ตลอดถึงเทพพระอาทิตย์ เทพพระจันทร์ จงได้รับอานิสงส์แห่งผลบุญนี้ ที่ข้าพเจ้าได้สร้างในวันนี้โดยเร็วพลัน เมื่อได้รับผลบุญนี้แล้ว ก็ขอให้ท่านทั้งหลายประทานพรอันประเสริฐให้ข้าพเจ้ามีโชคลาภ มีเงินตราตามที่ปรารถนา จากสิ่งที่ทำด้วยความวิริยะอุตสาหะ ขอให้ได้รับความสำเร็จในเรื่องของการงาน ความสำเร็จในเรื่องความรัก ความสำเร็จในเรื่องของชีวิต

 

ส่วนในคำอธิฐานขอพรต่างๆนั้นก็คงสุดแต่ความพอใจของท่านทั้งหลายและก็ไม่จำเป็นเฉพาะเพียงการขอเงินเพียงอย่างเดียว ในวันดังกล่าวท่านสามารถขอพรใดก็ได้ ไม่จะเรื่องการงานธุรกิจ การค้า การเงิน ความรัก และในหลายๆสิ่งที่ท่านปราถนา ซึ่งการขอเงินกับพระจันทร์นั้นจะเกิดขึ้นได้เพียงเดือนละ 1 วันเท่านั้น สิ่งที่ได้บอกกล่าวมาข้างต้นนั้น ถือได้ว่าเป็นธรรมเนียมปฎิบัติกันในปัจจุบัน ส่วน

ในการจะได้รับมากน้อยเพียงใดนั้น ก็คงบอกกับท่านทั้งหลายไม่ได้แน่ๆ เพราะนี้ก็ต้องร่วมไปถึงบุญบารมีที่แต่ละท่านได้สร้างสะสม [url=http://www.goosiam.com/%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%8A%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89/]ดูดว
หน้า: [1]
ฐานข้อมูลผิดพลาด
ลองอีกครั้ง ถ้าเกิดการผิดพลาดอีกครั้ง ให้แจ้งผู้ดูแลระบบด้วย