กรดไหลย้อน (Gerd)

Advertisement


หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: กรดไหลย้อน (Gerd)  (อ่าน 22 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
promiruntee
Drift King
*****

การ์ม่า: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19636


ดูรายละเอียด










« เมื่อ: มกราคม 30, 2020, 12:59:24 pm »



ล้อแม็ก แม็ก แม็กซ์แต่งรถ

↑ ลงทะเบียนรับข่าวสาร

ล้อแม็ก

Advertisement

โรคกรดไหลย้อน (Gastroesophageal Reflux Disease: GERD) มีต้นสายปลายเหตุสำคัญจากการไหลย้อนกลับไปของกรด หรือน้ำย่อยในกระเพาะ ทำให้ของกินย้อนกลับไปขึ้นไปอยู่ในหลอดอาหารส่วนบนพบได้อีกทั้งในเด็กและคนแก่ สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งยังในเวลากลางวันแล้วก็ช่วงเวลากลางคืน หรือแม้แต่ในระหว่างที่มิได้กินอาหารก็ตาม
 
 แบ่งเป็น 2 ประเภท เช่น
 1. โรคกรดไหลย้อนปกติ หมายคือ โรคที่กรดไหลย้อนขึ้นมาจะอยู่เพียงแค่ข้างในหลอดอาหาร จะไม่ไหลย้อนขึ้นเกินหูรูดหลอดอาหารส่วนบน โดยมากจะมีลักษณะอาการเพียงแค่บริเวณหลอดของกินเพียงแค่นั้น
 
 2. โรคกรดไหลย้อนขึ้นมาที่คอแล้วก็กล่องเสียง หมายความว่า โรคที่มีลักษณะทางคอและก็กล่องเสียง จากการไหลถอยกลับของกรดขึ้นมาเหนือหูรูดหลอดอาหารส่วนบนอย่างแตกต่างจากปกติ ทําให้มีการเคืองของคอแล้วก็กล่องเสียง
 
 ต้นเหตุของกรดไหลย้อน
 สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคกรดไหลย้อน มี 3 ปัจจัยหลักร่วมกัน รวมทั้งปัจจัยเสี่ยงอื่นๆที่ทำให้มีการเกิดลักษณะของกรดไหลย้อนได้ ดังนี้
 
 1. หูรูดข้างล่างของหลอดอาหารเปลี่ยนไปจากปกติ
 โดยมากพบในคนชรา ด้วยเหตุว่าหูรูดหมดสภาพไปตามตอนวัยและก็อายุที่มากขึ้น จึงทำให้อาหารและก็น้ำย่อยในกระเพาะถูกดันกลับขึ้นมาในหลอดอาหารได้ง่ายได้ผลสำเร็จให้กำเนิดลักษณะของกรดไหลย้อน อาการพวกนี้สามารถเกิดขึ้นได้จากการดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ หรือการกินยาบางประเภท
 
 2. กระเพาะบีบตัวน้อยลง
 ทำให้อาหารและก็น้ำย่อยที่ย่อยแล้วคั่งอยู่ในกระเพาะเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ด้วยเหตุว่าไม่สามารถบีบตัวให้ลงสู่ไส้ได้หมดในทันที ได้ผลให้เกิดแรงดันในกระเพาะอาหารมากเพิ่มขึ้นทำให้หูรูดถูกดันเปิดออกและก็ดันเอาของกินและก็น้ำย่อยย้อนกลับขึ้นไปในหลอดอาหารนั่นเอง
 
 3. ความไม่ดีเหมือนปกติในการบีบตัวของหลอดอาหาระะะ
 ทำให้อาหารที่รับประทานลงไป เขยื้อนเข้าสู่กระเพาะช้า หรือทำให้ของกินที่ไหลย้อนขึ้นมาจากกระเพาะอาหารค้างอยู่ในหลอดอาหารเป็นเวลานานกว่าปกติ
 
 4. สิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงอื่นๆ
 โรคอ้วน คนอ้วนจะมีความดันในช่องท้องสูงขึ้นยิ่งกว่าคนธรรมดาทั่วไปนำมาซึ่งการทำให้ความดันในกระเพาะอาหารสูงมากขึ้นตามไปด้วย จึงเสี่ยงเป็นโรคกรดไหลย้อนได้มากกว่าธรรมดา
 การท้อง สภาวะท้องที่ใหญ่ขึ้นกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดความดันในกระเพาะมากขึ้นไปด้วย ฉะนั้นหญิงท้องจึงมีความเสี่ยงสำหรับลักษณะของกรดไหลย้อนได้สูง
 การสูบยาสูบ เป็นผลให้กรดในกระเพาะอาหารหลั่งออกมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆและทำให้กระเพาะอาหารบีบตัวลดลง จึงได้โอกาสที่กรดจะไหลย้อนกลับขึ้นมาในหลอดของกินได้ง่าย
 ความตึงเครียด นำมาซึ่งการทำให้กระเพาะอาหารมีการหลั่งกรดออกมามากเพิ่มขึ้น ก็เลยทำให้มีการเสี่ยงสูงต่อโรคกระเพาะและก็โรคกรดไหลย้อน
 การกินอาหารแล้วก็เครื่องดื่มที่ทำให้หูรูดระหว่างหลอดของกินแล้วก็กระเพาะอาหารคลายตัว เป็นต้นว่า ของทอด อาหารที่มีไขมันสูง ช็อกโกแลต กาแฟ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เปปเปอร์มินต์
 การทานอาหารและเครื่องดื่มที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองรอบๆหูรูด อาทิเช่น ของกินรสจัด ของกินที่มีความเป็นกรดสูง น้ำส้ม น้ำมะนาว น้ำมะเขือเทศ พริกไทย
 อาการของกรดไหลย้อน
 อาการของกรดไหลย้อนมีหลากหลายอาการสังกัดอวัยวะที่ถูกเคืองจากกรด
 
 แสบร้อนรอบๆทรวงอกแล้วก็ลิ้นปี่ (heartburn) อาจมีเจ็บปวดรวดร้าวไปที่บริเวณคอ รู้สึกราวกับมีก้อนจุกอยู่ที่คอ กลืนลําบาก กลืนเจ็บ เจ็บคอ แสบคอ เรอหลายครั้ง อาเจียน รู้สึกเสมือนมีน้ำรสเปรี้ยว หรือรสขมไหลย้อนขึ้นมาที่คอ หรือปาก
 จุกแน่นหน้าอกราวกับของกินไม่ย่อย มีกลิ่นปาก เสียวฟัน หรือฟันผุร่วมด้วยได้
 ท้องขึ้น แน่นท้อง อ้วก คลื่นไส้หลังรับประทานอาหาร
 เสียงแหบเรื้อรัง หรือแหบเฉพาะตอนเช้าตรู่ อาจมีเสียงไม่ปกติไปจากเดิม เกิดขึ้นได้เนื่องมาจากกรดที่ไหลย้อนขึ้นมาบริเวณกล่องเสียง กระตุ้นให้เกิดกล่องเสียงอักเสบ
 ไอแห้งๆกระแอมไอบ่อย มีลักษณะอาการไอเรื้อรัง โดยเฉพาะหลังรับประทานอาหาร หรือขณะนอน รู้สึกสำลักน้ำลาย หรือหายใจไม่ออกในค่ำคืน
 บางคนอาจมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล มีน้ำมูกไหลลงคอ หูอื้อ หรือปวดหูได้
 อาการแสบร้อนกลางอกเป็นภาวะที่ร้ายแรงไหม ?
 สำหรับคนที่มีอาการไม่รุนแรงมากรวมทั้งอาการกำเริบนานๆครั้ง อาจรู้สึกเบื่อหน่ายเหมือนถูกรบกวนการใช้ชีวิต แต่ในคนที่เป็นเรื้อรัง หรือมีลักษณะหลายคราในหนึ่งวัน หรือในหนึ่งสัปดาห์ อาจจะเป็นผลให้เกิดภาวะเข้าแทรกได้ ดังเช่น หลอดของกินตีบแคบลงจนกระทั่งกระตุ้นให้เกิดอาการกลืนตรากตรำ อาจทำให้เกิดโรค Barrett’s esophagus ซึ่งเป็นภาวะที่มีเซลล์ลักษณะเสมือนเยื่อบุกระเพาะอาหารมาเจริญรุ่งเรืองที่หลอดของกินส่วนปลาย หรือเกิดการทำลายหลอดของกินอย่างรุนแรงกระทั่งทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งหลอดของกินได้
 
 การวินิจฉัยโรคกรดไหลย้อน
 หมอจะวินิจฉัยโรคกรดไหลย้อนจากการซักประวัติอาการที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ตรวจร่างกายทั่วๆไป ถ้าเกิดกระทำตามคำแนะนำรวมทั้งรับประทานยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น อาจต้องได้รับการวินิจฉัยพิเศษเพิ่ม ซึ่งสังกัดความเหมาะสมของอาการในแต่ละคนด้วย ดังเช่น
 
 ส่องกล้องทางเดินอาหาร ตั้งแต่หลอดของกิน กระเพาะ และลำไส้เล็กส่วนต้น
 วัดความเป็นกรด-ด่างในหลอดของกิน
 เอกซเรย์กลืนสารทึบแสง
 ตรวจการบีบตัวของหลอดของกิน
 ตรวจทางเวชศาสตร์ปรมาณู
 วิธีรักษากรดไหลย้อน
 การรักษาโรคกรดไหลย้อนอย่างถูกทางจะช่วยคุ้มครองไม่ให้เกิดอาการเข้าแทรกอื่นๆลดความทุกข์ทรมานสาหัสที่ทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง การดูแลรักษาโรคกรดไหลย้อน สามารถรักษาได้หลายวิธี ดังนี้
 
 1. รับประทานยาลดกรด
 เพื่อลดการหลั่งกรดในกระเพาะ ช่วยรักษาแล้วก็คุ้มครองปกป้องการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร ควรรับประทานตามแพทย์สั่ง หรือขอความเห็นเภสัชกรที่ร้านขายยาทั่วไป ไม่สมควรซื้อยามารับประทานเอง สามารถจำแนกประเภทยาลดกรดได้ ดังนี้
 
 ยาลดกรดที่มีส่วนประกอบของอะลูมิเนียมไฮดรอกไซด์ (aluminium hydroxide) และก็แมกนีเซียมไฮดรอกไซด์ (magnesium hydroxide) ยานี้จะลดความเป็นกรดอย่างรวดเร็ว อาการแสบร้อนกลางอกจะดีขึ้น ส่งผลต่อระบบขับถ่ายได้น้อย แต่ไม่ควรใช้ในคนไข้โรคไต เนื่องด้วยอลูมิเนียมไฮดคอยกไซด์สามารถลดปริมาณฟอสเฟตในเลือดในคนไข้โรคไตได้
 ยาที่ออกฤทธิ์ลดการสร้างกรดในกระเพาะอาหาร เป็นยาที่ออกฤทธิ์ช้า แต่สามารถลดกรดได้ช้านานนานถึง 12 ชั่วโมง อย่างเช่น ไซเมทิดีน (cimetidine) ฟาโมทิดีน (famotidine) นิซาทิดีน (nizatidine) และรานิทิดีน (ranitidine) ซึ่งตอนนี้ถูกเรียกคืนชั่วครั้งคราวเพื่อตรวจดู อ่านเพิ่ม: ยา Ranitidine เป็นอย่างไร เพราะอะไรถึงเลิกใช้?
 ยาที่คุ้มครองการผลิตกรดรวมทั้งรักษาหลอดของกิน เป็นยาที่ออกฤทธิ์ยั้งการหลั่งกรดได้ช้านานทำให้เยื่อที่เสียหายของหลอดของกินมีเวลาฟื้นฟูกลับมาปกติได้ดังเดิม ดังเช่นว่า แลนโซพราโซล (lansoprazole) รวมทั้งโอมีพราโซล (omeprazole)
 2. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
 การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสำหรับเพื่อการดำรงชีวิตเป็นแนวทางที่ดีที่สุดที่จะช่วยลดอาการต่างๆของกรดไหลย้อน และช่วยคุ้มครองป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำได้ โดยการปรับแต่งที่ตรงจุดที่สุดคือ การแก้ที่ตัวการควรดูแลตัวเองอยู่เสมอถึงแม้อาการจะดีขึ้น หรือหายก็ดีแล้วก็ตาม
 
 หลีกเลี่ยงอาหารที่เพิ่มการหลั่งกรดในกระเพาะ อาทิเช่น อาหารรสเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด แอลกอฮอล์ เครื่องดื่มคาเฟอีน น้ำอัดลม กระเทียม หัวหอม เป็นต้น
 ระงับความเครียด ดังเช่น นอนพักให้เพียงพอ ออกกกำลังกาย นั่งสมาธิ สวดมนต์ หรือทำกิจกรรมต่างๆที่ถูกใจ ก็จะช่วยลดการหลั่งกรดในกระเพาะได้อย่างดีเยี่ยม
 ควบคุมน้ำหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนอ้วน หรือคนที่น้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน หมั่นออกกำลังกายแล้วก็ควบคุมเรื่องของการรับประทานอาหารที่รับประทาน เมื่อน้ำหนักลด ความดันในกระเพาะอาหารก็จะลดลง ทำให้กรดรวมทั้งอาหารในกระเพาะดันหูรูดหลอดของกินลดน้อยลง ลักษณะของกรดไหลย้อนก็จะลดลงและก็ตามด้วย นอกนั้นยังเป็นผลดีต่อสุขภาพด้านอื่นๆแล้วก็ทำให้มีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง
 เลี่ยงการนอนราบ หรือการก้มจับของโดยทันทีภายหลังรับประทานอาหารเสร็จ ควรจะคอยให้อาหารย่อยก่อน 2-3 ชั่วโมง และไม่ควรออกกำลังกายหลังรับประทานอาหารเสร็จในทันทีเช่นกัน เพราะเหตุว่าจะมีผลให้กำเนิดกรดไหลย้อนได้ง่าย
 ควรรับประทานอาหารทีละน้อยๆแต่ว่าบ่อย ดังนี้เพื่อเป็นการป้องกันและไม่ให้กระเพาะหลั่งกรดออกมามากเกินความจำเป็น
 3. ผ่าตัด
 เหมาะกับผู้ที่รักษาด้วยยาเป็นระยะเวลานานแล้ว ไม่อาจควบคุมอาการ หรือหยุดยาได้
 เหมาะสำหรับคนที่ไม่สามารถที่จะกินยาได้เป็นระยะเวลานานๆรวมทั้งได้รับผลกระทบจากยา
 4. ทุเลาลักษณะของกรดไหลย้อนด้วยสมุนไพร
 ขมิ้นชัน จากการค้นคว้ามหาวิทยาลัยมหิดลพบว่า ขมิ้นชันมีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นการหลั่งเมือกในกระเพาะ ช่วยรักษาแผล ต้านทานแบคทีเรีย รวมทั้งคุ้มครองป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะได้ ฉะนั้นขมิ้นชันก็เลยสามารถช่วยลดอาการต่างๆที่เกิดขึ้นมาจากกรดไหลย้อนได้ แม้กระนั้นมีข้อกำหนดและข้อควรคำนึงที่จำเป็นต้องเรียนรู้ก่อนรับประทาน ทางที่ดีควรปรึกษาหมอ หรือเภสัชกรก่อนใช้
 ขิง มีฤทธิ์ช่วยขับลม ลดอาการท้องอืด ท้องอืดท้องเฟ้อจากอาหารไม่ย่อย ทำให้อาการต่างๆที่เกิดจากกรดไหลย้อนลดน้อยลงได้ มีหลายแบบให้เลือกกิน ได้แก่ ยาชง ยาผง ยาแคปซูล ฯลฯ
 กะเพรา มีฤทธิ์ช่วยทุเลาลักษณะของกรดไหลย้อนได้ โดยให้นำกะเพรา 1 กำ มาต้มกับน้ำราวๆ 2-3 ลิตร ด้วยไฟปานกลาง 20 นาที ดื่มครั้งละ 1 แก้ว (250 ml) หลังอาหาร 3 มื้อ รวมทั้งควรจะดื่มหลังรับประทานอาหารแล้ว 10-15 นาที
 โรคกรดไหลย้อนระหว่างท้อง
 หญิงมีครรภ์จำนวนมากเจอกับลักษณะของโรคกรดไหลย้อนโดยยิ่งไปกว่านั้นอาการแสบร้อนกึ่งกลางอก ลักษณะของกรดไหลย้อนสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาการมีท้อง โดยมักมีลักษณะมากยิ่งขึ้นเมื่อท้องเข้าสู่ไตรมาสด้านหลังๆเนื่องจากฮอร์โมนระหว่างตั้งท้องนำมาซึ่งการทำให้ระบบที่ทำหน้าที่ย่อยอาหารทำงานช้าลง รวมทั้งขนาดของมดลูกที่ขยายใหญ่ขึ้นกดเบียดกระเพาะอาหารทำให้กรดและของกินในกระเพาะไหลย้อนขึ้นมาที่หลอดของกินได้ แต่ว่าอาการจะดียิ่งขึ้นเมื่อคลอดเด็กแรกคลอดออกมาแล้ว
 
 จุดประสงค์สำหรับการรักษาโรคกรดไหลย้อนในหญิงตั้งท้องไม่ได้แตกต่างกับคนสามัญเป็น เน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แม้กระนั้นการรับประทานยาลดกรดก็เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยทำให้อาการของกรดไหลย้อนดียิ่งขึ้นได้ ยาลดกรดมีหลายต้นแบบ หญิงท้องควรระมัดระวังถ้าซื้อยามารับประทานเองควรหารือหมอ หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา
 
 หมายเหตุ: อย่าลืมปรึกษาหมอ หรือเภสัชกรก่อนกระทำการใช้ยาทุกคราว เพื่อให้มีความปลอดภัยของคุณรวมทั้งลูกน้อยในครรภ์ แล้วก็ระวังยาลดกรดที่ประกอบด้วยโซเดียมไบคาร์บอเนต (sodium bicarbonate) อาจทำให้มีการสร้างของเหลวมากขึ้น โดยเหตุนี้หญิงตั้งครรภ์ควรจะหลบหลีกยานี้
 
 ยาสูบกับโรคกรดไหลย้อน
 โรคกรดไหลย้อนเป็นอีกหนึ่งโรคที่ถูกทำให้เกิดอาการจากยาสูบได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการแสบร้อนกึ่งกลางอก ซึ่งมีต้นเหตุที่นำมาซึ่งได้ ดังนี้
 
 1.การสูบบุหรี่ทำให้ผลิตน้ำลายได้น้อยลง
 ทำให้รู้สึกปากแห้ง น้ำลายข้นเหนียวหนืด โดยธรรมดาน้ำลายจะเป็นตัวเคลือบหลอดของกินช่วยลดความเป็นกรดที่ย้อนขึ้นมาจากกระเพาะได้ แต่ว่าในผู้ที่ดูดบุหรี่จะมีน้ำลายลดลงทำให้เมื่อกำเนิดลักษณะของกรดไหลย้อน หลอดของกินจะระคายเคืองได้ง่ายและก็เมื่อเกิดแผลแล้วมักหายยากด้วย
 
 2.การสูบยาสูบกระตุ้นการหลั่งกรดในกระเพาะ
 การหลั่งกรดในจำนวนที่มากเกินไปสามารถทำให้เกิดกรดไหลย้อนได้
 
 3.การสูบยาสูบทำให้กล้ามเนื้อหูรูดหลอดของกินส่วนปลายอ่อนแรงแล้วก็คลายตัว
 กล้ามหูรูดนี้ตั้งอยู่ระหว่างหลอดของกินกับกระเพาะ ถ้าหูรูดมีการคลายตัวเปลี่ยนไปจากปกติแล้วจะก่อให้มีการไหลย้อนของกรดและก็ของกินจากกระเพาะขึ้นมาสู่หลอดอาหารได้
 
 4.การสูบบุหรี่ทำให้กรดในกระเพาะมีความรุนแรงเยอะขึ้นเรื่อยๆ
 เนื่องมาจากยาสูบจะกระตุ้นให้เกลือน้ำดีจากลำไส้เล็กไหลลงไปในกระเพาะของกิน อาจจะทำให้เยื่อกระเพาะ หลอดอาหาร แล้วก็ลำไส้เล็กส่วนต้นถูกทำลายได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น
 
 5.การสูบยาสูบทำลายหลอดของกินได้โดยตรง
 เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งหลอดของกินเยอะขึ้นเรื่อยๆด้วย
 
 6.การสูบยาสูบทำให้ย่อยอาหารช้าลง
 เพราะยาสูบไปยับยั้งการหลั่งกรดที่สำคัญของกระเพาะรวมทั้งทำให้เส้นเลือดที่กระเพาะรวมทั้งลำไส้เล็กตีบแคบลง ทำให้โลหิตไหลเวียนไม่ดี มีผลต่อการย่อยของอาหาร อาหารจึงค้างอยู่ในกระเพาะนานขึ้น กำเนิดลักษณะของกรดไหลย้อนตามมาคราวหลังได้
 
 ผลของการดูดบุหรี่ต่อระบบทางเดินอาหาร
 กลไกลการย่อยของกินเริ่มตั้งแต่ปากจนถึงลำไส้ใหญ่ซึ่งยาสูบก็ส่งผลต่ออวัยวะแทบทุกส่วนในร่างกาย ทำให้แนวทางการทำงานของระบบต่างๆไม่ปกติไป เริ่มตั้งแต่โพรงปาก น้ำลายเป็นเอนไซม์ชนิดหนึ่งที่ช่วยสำหรับการย่อยของกิน ที่สำคัญช่วยคลือบหลอดของกิน คุ้มครองปกป้องการระเคืองจากกรดในกระเพาะ แม้กระนั้นเมื่อดูดบุหรี่เข้าไปจะทำให้น้ำลายลดลง หลอดอาหารก็ถูกกัดจากกรดได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น
 
 เมื่อของกินลงไปยังกระเพราะ ยาสูบก็
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : bluesagepress

Tags : bluesagepress.com



GPSราคาถูก | เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ | Ran Online | Ragnarok | โปรโมชั่น | เกมส์ออนไลน์

Promotion
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


ฐานข้อมูลผิดพลาด
ลองอีกครั้ง ถ้าเกิดการผิดพลาดอีกครั้ง ให้แจ้งผู้ดูแลระบบด้วย
กลับ