การศึกษาเรียนรู้ทางคลินิก (Clinical Trial) เป็นอย่างไร?

Advertisement


หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: การศึกษาเรียนรู้ทางคลินิก (Clinical Trial) เป็นอย่างไร?  (อ่าน 5 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
teeratum123
Drift King
*****

การ์ม่า: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20032


ดูรายละเอียด










« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 06, 2020, 09:56:59 pm »



ล้อแม็ก แม็ก แม็กซ์แต่งรถ

↑ ลงทะเบียนรับข่าวสาร

ล้อแม็ก

Advertisement

6 ขั้นตอนที่จำเป็นต้องทำเพื่อมั่นใจว่าการเข้าร่วมเป็นหนทางที่ถูกต้องสำหรับคุณ
หลายท่านคงเคยทราบคำว่า “ผลิตภัณฑ์นี้ผ่านการศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัยทางคลินิกแล้ว” กันมาบ้างใช่ไหม แล้วเคยสงสัยไหมว่า การศึกษาค้นคว้าวิจัยทางสถานพยาบาลเป็นอย่างไร เพราะเหตุใดจำเป็นต้องวิจัย แล้วถ้าเกิดอยากร่วมการทดสอบบ้างจะทำอย่างไร และอีกสารพัดสารพันคำถามเชิญชวนสงสัย เนื้อหานี้จะอธิบายให้ฟังโดยละเอียดจ้ะ
 
การศึกษาเรียนรู้ทางสถานพยาบาล (Clinical Trial) คืออะไร
การค้นคว้าวิจัยทางสถานพยาบาลเป็นเยี่ยมในกรรมวิธีการทดลองใน “คน” ว่า ยา วัคซีน วิธีการรักษา วิตามิน อาหารเสริม หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ ฯลฯ ที่สร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่นั้น สามารถรักษาโรคได้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้หรือเปล่า แล้วก็ปลอดภัยเพียงพอในการจดทะเบียนเพื่อจำหน่ายหรือไม่
 
ทั้งนี้การศึกษาทำการค้นคว้าและทำการวิจัยทางคลินิก ผู้ทำการวิจัยจะเป็นผู้กำหนดต้นแบบการทดลอง และเลือกเฟ้น “อาสาสมัคร” ซึ่งบางทีอาจเป็นคนที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง หรือผู้ป่วยโรคต่างๆตามแต่เป้าประสงค์ในการศึกษาค้นคว้า เพื่อเข้ากระบวนการทดสอบตามที่ตั้งไว้ รวมทั้งติดตามดูคำตอบอย่างใกล้ชิด
 
การค้นคว้าทางสถานพยาบาล (Clinical Trial) ไม่เหมือนกับการศึกษาค้นคว้าวิจัยทางการแพทย์ (Medical Research) อื่นๆตรงที่เป้าประสงค์รวมทั้งแนวทางการศึกษาเล่าเรียน โดยการศึกษาเรียนรู้ทางด้านการแพทย์ทั่วๆไป มีจุดประสงค์เพื่อหาเรื่องแล้วก็ผล ด้วยการ สังเกตมวลชน โดยนักวิจัยไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมสำหรับการระบุสภาพแวดล้อมหรือต้นสายปลายเหตุต่างๆในช่วงเวลาที่การศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัยทางด้านการแพทย์นักค้นคว้าจะเป็นผู้ เลือกเฟ้นอาสาสมัคร และกำหนดรูปแบบและปัจจัยต่างๆสำหรับเพื่อการทดลอง
 
เพราะเหตุไรจำเป็นต้องวิจัยทางคลินิก
ยา วัคซีน กรรมวิธีรักษา หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์อะไรก็ตาม จะต้องผ่านขั้นตอนการทดลองหลายกระบวนการ เพื่อพิสูจน์ว่า สิ่งที่คิดค้นขึ้นนั้น มีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด และไม่เป็นอันตรายสำหรับใช้ในมนุษย์หรือไม่ ก่อนที่จะนำยา วัคซีน กรรมวิธีรักษา หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์อะไรก็แล้วแต่มาใช้อย่างล้นหลาม
 
การศึกษาเรียนรู้ทางสถานพยาบาลถือว่ามีความจำเป็นมาก เพราะถ้าหากว่าไม่มีวิธีการนี้ กระบวนการรักษาใหม่ๆก็เป็นไปไม่ได้เกิดขึ้นได้ กล่าวกล้วยๆว่า โรคบางโรคหรืออาการบางอาการ ก็จะไม่มีวันรักษาให้หายได้ จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องมีการศึกษาเรียนรู้วิจัยอย่างต่อเนื่อง และอาสาสมัครที่จะเข้าร่วมวิจัยก็นับว่าเป็นข้อสำคัญอย่างมาก ที่จะทำให้การศึกษาเรียนรู้วิจัยประสบผลสำเร็จ สามารถความเจริญรักษาใหม่ๆเพื่อผลดีทางการแพทย์และประโยชน์ต่อสังคม
 
เป้าหมายของการศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัยทางสถานพยาบาลมีมากมายด้าน ดังต่อไปนี้
เพื่อป้องกัน การวิจัยทางสถานพยาบาลรูปแบบนี้มีขึ้นเพื่อคุ้มครองการเกิดสภาวะไม่ดีเหมือนปกติในคนที่มีสุขภาพแข็งแรง หรือคุ้มครองป้องกันการป่วยซ้ำ หรือความแตกต่างจากปกติแทรกซ้อน ยกตัวอย่างเช่น การทดลองวัคซีน วิตามิน เกลือแร่ หรือแบบการดำนงชีพ ฯลฯ
เพื่อการตรวจคัดเลือกโรค เพื่อหาวิธีการศึกษาและทำการค้นพบโรคก่อนกำเนิดอาการ ดังเช่น ใช้แมมโมแกรม (Mammogram) ตรวจหาโรคมะเร็งเต้านมระยะก่อนมีลักษณะอาการ หรือการตรวจค้นระดับอัลฟาฟีโทโปรตีน (Alpha fetoprotein) ซึ่งถ้าเกิดค่านี้สูงขึ้น บางทีอาจชี้ว่าคนไข้นั้นบางครั้งก็อาจจะเป็นมะเร็งตับ ฯลฯ
เพื่อการวิเคราะห์โรค เพื่ออธิบายว่า ความเปลี่ยนไปจากปกตินั้น เกิดขึ้นจากสาเหตุใด กำเนิดที่อวัยวะใด หรืออยู่ในระยะใดของโรค ดังเช่น การฉีดสีเพื่อมองว่าหลอดเลือดหัวใจหลอดเส้นใดแคบ หรือการทดลองผิวหนังเพื่อวิเคราะห์ว่าคนป่วยนั้นแพ้สารใด เป็นต้น
เพื่อรักษาโรค การศึกษาค้นคว้าวิจัยทางสถานพยาบาลนี้จะนำมาซึ่งการก่อให้เกิดการดูแลและรักษา ได้แก่ ทดลองสมรรถนะของยาสำหรับผู้ป่วยโรคภูมิคุมกันบกพร่อง หรือทดลองการผ่าตัดด้วยแนวทางใหม่ๆฯลฯ
เพื่อทะนุถนอมโรค เพื่อหาวิธีการช่วยเหลือโรค ที่จะทำให้ท่านภาพชีวิตของคนไข้โรคเรื้อรังดียิ่งขึ้น ลดอาการข้างๆจากการใช้ยา ชะลอความเสื่อมโทรมของสุขภาพทั่วๆไป โดยไม่มีจุดหมายที่จะรักษาโรคให้หาย
เพื่อประเมินชีวสมมูล การค้นคว้าทางคลินิกนี้ เพื่อเทียบว่า ยา ที่มีตัวยาสำคัญ ขนาด รวมทั้งต้นแบบแบบเดียวกัน แม้กระนั้นกระบวนการผลิต และผู้สร้างแตกต่างกัน จะได้ผลการรักษาเสมอภาคหรือไม่ ซึ่งจะใช้ประกอบการพินิจขอขึ้นบัญชีตำรับยาสามัญ และทำให้ราษฎรส่วนมากได้ใช้ยาที่มีคุณภาพเสมอภาค แต่ว่าราคาที่ถูกกว่า
กลุ่มตัวอย่างเป็นคนไหน
กลุ่มของตัวอย่างที่จะเข้าร่วมการศึกษาทำการค้นคว้าและทำการวิจัยทางคลินิก ควรมีคุณลักษณะตรงจากที่นักวิจัยระบุ ซึ่งบางทีอาจเป็นคนที่มีสุขภาพแข็งแรง หรือเป็นผู้ป่วยโรคต่างๆก็ได้ แม้กระนั้นเพราะการศึกษาทำการค้นคว้าและทำการวิจัยทางสถานพยาบาล เป็นการวิจัยใน “คน” ก็เลยมีข้อกำหนดที่เป็นศีลธรรมในการศึกษาค้นคว้าอย่างเคร่งครัดคือ
 
คนป่วยจะเข้าสู่กรรมวิธีวิจัยทางสถานพยาบาลได้ ก็เมื่อแพทย์ผู้รับผิดชอบ “ยังไม่แน่ใจว่าการเยียวยาแบบใดจะเหมาะสมกับคนป่วยนั้น”
 
อย่างไรก็ดี คนไข้ไม่สมควรไปสู่กรรมวิธีศึกษาค้นคว้าทางสถานพยาบาล ถ้าหากหมอผู้รับผิดชอบหรือคนป่วยเชื่อมั่น (ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลทางการแพทย์ไหม) ว่าการรักษาสำหรับการวิจัยทางคลินิก “ไม่เหมาะสมกับคนป่วย เมื่อเทียบกับการมิได้รับการรักษาหรือบำบัดรักษาด้วยวิธีอื่น”
 
ผู้ใดเป็นนักวิจัยทางคลินิก
การศึกษาค้นคว้าวิจัยทางสถานพยาบาล ไม่ใช่ว่าคนไหนกันแน่ก็วิจัยได้ แต่การศึกษาวิจัยทางสถานพยาบาลทุกแผนการต้องขึ้นบัญชีการค้นคว้ากับฐานข้อมูลที่ส่วนรวมเข้าถึงได้ ก่อนเริ่มการคัดสรรอาสาสมัครวิจัยคนแรก
 
เดี๋ยวนี้การศึกษาค้นคว้าวิจัยทางคลินิกได้รับการตรวจตรา ควบคุมคุณภาพอย่างเอาจริงเอาจังทั้งจากภาครัฐและเอกชน โดยแหล่งสมัครสมาชิกงานค้นคว้าทางสถานพยาบาลที่องค์การอนามัยโลก(WHO) ได้รับรองให้เป็น Primary Registries Network มีทั้งปวง 15 แห่งทั่วทั้งโลก โดยในประเทศไทยสถาบันที่เริ่มเข้ามามีบทบาทมี 2 สถาบันคือ
 
ClinicalTrials.gov เป็นหน่วยงานกลางของประเทศสหรัฐอเมริกา
Thai Clinical Trials Registry: TCTR การสมัครสมาชิกการวิจัยแบบทดสอบทางสถานพยาบาลของเมืองไทย ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2552 โดยกลุ่มนักค้นคว้าจากสถาบันต่างๆประกอบด้วย จุฬาลงมือณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ทำการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ เครือข่ายศึกษาค้นคว้ากรุ๊ปสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (MedResNet) มูลนิธิช่วยเหลือวิจัยด้านการแพทย์แล้วก็กระทรวงสาธารณสุข
HonestDocs ได้คัดเลือกการศึกษาวิจัยทางคลินิกที่น่าดึงดูด แล้วก็ได้สมัครสมาชิกอย่างถูกต้อง เพื่อให้ผู้สนใจ เข้าไปเล่าเรียนรายละเอียดเพิ่มเติมแล้วก็ลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครถึงที่เหมาะ https://www.honestdocs.co/campaigns/clinical-trials
 
ทั้งนี้สถาบันที่รับสมัครสมาชิกการศึกษาทำการค้นคว้าและทำการวิจัยนั้น มีบทบาท สำหรับในการเก็บข้อมูลการศึกษาวิจัยทางคลินิกโดยเฉพาะ งานศึกษาเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ดังนี้เพื่อทุกคนสามารถนำผลการศึกษาวิจัยที่เกิดขึ้นไปใช้ด้วยความมั่นใจ มีประสิทธิผล ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ได้วางไว้ ที่สำคัญคือ มีประสิทธิภาพ คุ้มใช้จ่ายรวมทั้งเวลา หลีกเลี่ยงการวิจัยที่ซ้ำซ้อน โดยคาดหวังให้กำเนิดความเจริญรุ่งเรืองสำหรับเพื่อการค้นพบของใหม่ทางด้านการแพทย์ใหม่ๆเพื่อคุณประโยชน์ต่อมนุษย์ทุกคน
 
การศึกษาเรียนรู้วิจัยทางคลินิกอันตรายไหม ?
หลายๆคนอาจกลุ้มอกกลุ้มใจวาการพิจัยทางสถานพยาบาลจะเกิดอันตรายหรือไม่ ที่จริงแล้วขั้นตอนการศึกษาค้นคว้าทางสถานพยาบาลนั้น กว่าที่จะมีการทดลองในมนุษย์ได้นั้น ควรต้องมีการทดสอบอย่างระมัดระวังหลายกระบวนการ ทั้งในหลอดทดสอบและก็สัตว์ทดลอง จนกระทั่งได้ผลลัพธ์ที่กระจ่างแจ้ง จึงจะเอามาทดลองประสิทธิภาพในมนุษย์ โดยการทดลองคุณภาพนี้ก็มีลำดับชั้นที่ชัดแจ้ง มีการระบุคุณสมบัติของอาสาสมัครอย่างเคร่งครัด ตามหลักจริยธรรมที่กล่าวไปแล้วตามข้างต้น รวมถึงกำหนดจำนวนการใช้ยาให้ถี่ถ้วน รวมทั้งติดตามดูผลอย่างใกล้ชิด เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายกับอาสาสมัครให้มากที่สุด
 
ถ้าต้องการร่วมวิจัยจำต้องทำอย่างไร ?
เมื่ออ่านข้อมูลแล้ว ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยบางทีอาจพอใจ ต้องการร่วมการค้นคว้าทางคลินิกบ้าง เรามีขั้นตอนที่จำต้องทำก่อนสมัครร่วมวิจัยทางคลินิกดังนี้
 
คุณจำต้องรู้เรื่องว่าการศึกษาค้นคว้าทางสถานพยาบาลนั้น มีจุดมุ่งหมายเพื่ออะไร และมีกรรมวิธีศึกษาค้นคว้าอย่างไร
เลือกการศึกษาเรียนรู้วิจัยทางการแพทย์ที่น่าจะเป็นประโยชน์กับตัวคุณเอง และการที่คุณร่วมการค้นคว้าน่าจะเป็นผลในด้านดีต่อการศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัยโดยภาพรวม
ตรวจตราคุณสมบัติตัวเอง ว่าตรงตามที่งานศึกษาค้นคว้าและทำการวิจัยอยากหรือเปล่า โดยต้องอ่านหลักเกณฑ์การร่วมการศึกษาวิจัยโดยละเอียด ตัวอย่างเช่น อายุ เพศ เชื้อชาติ ประเภทของโรค ระยะของโรค เรื่องราวรักษา และก็ข้อยกเว้นต่างๆด้วย
ทำความเข้าใจ “การเสี่ยง” และ “ประโยชน์” ที่จะได้จากการเข้าร่วมวิจัยด้านการแพทย์ ซึ่งคุณจะต้องรู้เรื่องก่อนว่าทุกการค้นคว้าอาจมิได้ให้ผลลัพธ์ที่ดีเสมอ และก็มีโอกาสที่จะเกิดข้อผิดพลาดเกิดขึ้น
ติดต่อสนทนากับผู้ทำการวิจัย เพื่อถามไถ่ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทดลอง เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาประกอบกิจการตกลงใจว่าการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้มีความเสี่ยงแล้วก็ผลดีมากน้อยแค่ไหน คุ้มที่จะร่วมหรือเปล่า ส่งผลเสียต่อชีวิตประจำวันมากน้อยแค่ไหน และก็กระทบต่อการดำเนินชีวิตในอนาคตหรือไม่ โดยสิ่งที่จำเป็นต้องถามผู้ศึกษาวิจัยคือ ผลลัทธ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ภายหลังการศึกษาวิจัย อีกทั้งทางบวกและทางลบ รวมถึงวิเคราะห์เงื่อนไขต่างๆโดยละเอียด เช่น มีค่าใช้จ่ายเสริมเติมหรือเปล่า จึงควรพักรักษาตัวที่โรงหมอหรือเปล่า หรือต้องเดินทางมาร่วมการวิจัยหลายครั้งขนาดไหน
สำรวจเนื้อหาทุกสิ่งทุกอย่างอย่างรอบคอบและก็แจ้งชัดก่อนที่จะยอมร่วมการทดลอง
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : autoinsuranceprof

Tags : autoinsuranceprof,autoinsuranceprof.info,http://autoinsuranceprof.info



GPSราคาถูก | เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ | Ran Online | Ragnarok | โปรโมชั่น | เกมส์ออนไลน์

Promotion
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


Related Topics
หัวข้อ เริ่มโดย ตอบ อ่าน กระทู้ล่าสุด
Clinical validation คืออะไร เพราะอะไรเครื่องวัดความดันต้องมี Microlife
สินค้าอื่นๆ
Luckyz0nl3 0 275 กระทู้ล่าสุด มิถุนายน 13, 2019, 06:40:41 pm
โดย Luckyz0nl3
Clinical validation เป็นยังไง ทำไมเครื่องวัดความดันต้องมี Microlife
สินค้าอื่นๆ
SEO.No1 0 388 กระทู้ล่าสุด มิถุนายน 13, 2019, 09:18:16 pm
โดย SEO.No1
Clinical validation เป็นยังไง ทำไมเครื่องวัดความดันต้องมี เครื่องวัดความดัน Micr
สินค้าอื่นๆ
SEO.No1 0 274 กระทู้ล่าสุด มิถุนายน 14, 2019, 03:29:24 am
โดย SEO.No1
Clinical validation คืออะไร เพราะเหตุใดเครื่องวัดความดันควรมี เครื่องวัดความดัน
สินค้าอื่นๆ
seoonline12 0 291 กระทู้ล่าสุด มิถุนายน 14, 2019, 06:48:41 am
โดย seoonline12
Clinical validation คืออะไร ทำไมเครื่องวัดความดันต้องมี เครื่องวัดความดัน
สินค้าอื่นๆ
SEO.No1 0 280 กระทู้ล่าสุด มิถุนายน 23, 2019, 12:06:11 pm
โดย SEO.No1
Clinical validation เป็นอย่างไร เพราะเหตุไรเครื่องวัดความดันต้องมี เครื่องวัดควา
สินค้าอื่นๆ
SEO.No1 0 306 กระทู้ล่าสุด มิถุนายน 23, 2019, 12:58:37 pm
โดย SEO.No1
Clinical validation เป็นอย่างไร เพราะเหตุไรเครื่องวัดความดันควรมี เครื่องวัดความ
สินค้าอื่นๆ
Narongrit999 0 292 กระทู้ล่าสุด มิถุนายน 23, 2019, 01:07:18 pm
โดย Narongrit999
ฐานข้อมูลผิดพลาด
ลองอีกครั้ง ถ้าเกิดการผิดพลาดอีกครั้ง ให้แจ้งผู้ดูแลระบบด้วย
กลับ