Advertisement
ถิ่นกำเนิดว่านชักมดลูก อย
ว่านชักมดลูกตัวเมีย (Curcuma comosa Roxb.) ซึ่งจะมี คุณสมบัติของหัวกลมรีตามแนวตั้ง มีแขนงสั้น (ตามภาพแรก) และ ว่านชักมดลูกตัวผู้ (Curcuma latifolia) จะมีจะมีลักษณะต่างจากตัวเมียตรงที่ หัวใต้ดินจะกลมแป้นมากกว่า และแขนงจะยาวมากกว่า ทำให้การซื้อมาใช้บางครั้งอาจจะจำแนกลำบาก เพราะบางครั้งเมื่อนำมาเทียบกันทั้งตัวเมียและตัวผู้จะเหมือนกันมาก โดยจะปลูกมากในจังหวัดเลย และจ.เพชรบูรณ์ทั้งนี้ได้พบว่ามีพืชจำพวกหนึ่งที่มีต้นกำเนิดในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งจะมีชนิดคล้ายกับว่านชักมดลูกของไทยมาก และยังมีคุณสมบัติที่คล้ายกันอีกด้วย โดยมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Curcuma Xanthorrhiza และมีงานค้นพบเกี่ยวกับพืชคุณสมบัตินี่ค่อนข้างมาก ทำให้มีผู้คนที่เข้าใจผิดว่ามันคือว่านชักมดลูกที่พบได้ในประเทศไทย และยังมีสารสำคัญคนละกลุ่มอีกด้วย
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้[/url]
มีประเภทเป็นเหง้าที่แตกหน่ออยู่ใต้ดิน เหง้ามีสีเหลืองหรือสีน้ำตาลอมส้ม เมื่อแก่จะเป็นสีเทา เนื้อภายในเหง้ามีสีส้มหรือแดงเข้ม กลิ่นฉุน รสขม ลำต้นตั้งตรง มีกาบใบกลมเป็นลำต้นเทียมที่อยู่เหนือดินเรียงซ้อนกันอยู่ สูงประมาณ 1-2 เมตร กาบด้านนอกมีสีเขียว ส่วนด้านในเป็นสีลักษณะลำต้นโดยทั่วไปจะคล้ายกับต้นขมิ้นอ้อย ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม หัวจะเริ่มแก่และนำมาใช้สรรพคุณได้
ใบว่านชักมดลูกออกเป็นใบเดี่ยวๆ ที่ส่วนปลายของลำต้นเทียม ใบมีชนิดเรียวยาวคล้ายต้นขิง มีความกว้างประมาณ 15-20 ซม. ยาวประมาณ 40-100ซม. แผ่นใบสีเขียว ขอบใบเรียบ โคนและปลายใบแหลม ต้นตัวผู้จะมีเส้นกลางใบเป็นสีม่วง ส่วนต้นตัวเมียเส้นกลางใบจะเป็นสีเขียว จะเริ่มแทงใบในช่วงต้นฤดูฝนหรือประมาณเดือนมีนาคม-เมษายน
ดอกว่านชักมดลูกออกเป็นช่อกระจุกเชิงลดรูปทรงกระบอกบนก้านดอก คล้ายดอกขมิ้น ก้านช่อดอกยาวประมาณ 15-20 ซม. มีกลีบรองดอกสีแดงสด ใบประดับเป็นริ้วสีชมพูอ่อน เมื่อดอกเจริญเติบโตเต็มที่ก็จะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง