สัตววัตถุ เเรด

Advertisement


หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สัตววัตถุ เเรด  (อ่าน 65 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
watamon
Drift King
*****

การ์ม่า: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 654


ดูรายละเอียด อีเมล์










« เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2017, 08:09:22 am »



ล้อแม็ก แม็ก แม็กซ์แต่งรถ

↑ ลงทะเบียนรับข่าวสาร

ล้อแม็ก

Advertisement

[b]สมุนไพร[/b].com/wp-content/uploads/2017/09/%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%94.png" alt="" border="0" />
เเร[/size][/b]
แรดเป็นสัตว์กินนมกรุ๊ปหนึ่ง จัดอยู่ในสกุล Rhinocerotidae เป็นสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์  ทั้งโลกมีสัตว์เหล่านี้คงเหลืออยู่เพียง  ๕  จำพวก [url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร
เป็นแรดที่พบในทวีปเอเชีย  ๓  ประเภท คือ กระซู่ แรดชวา และแรดอินเดีย เจอในทวีปแอฟริกา ๒ จำพวก คือ แรดขาวและก็แรดดำ
ชีววิทยาของแรด
๑.กระซู่
มีชื่อวิทยาสาสตร์ว่า Dicerorhinus sumatrensis (fischer)
มีชื่อสามัญว่า asian two-horned  rhinoceros  หรือ  Sumatran  rhinoceros
เป็นสัตว์กีบคี่ หมายถึง มีเล็บ  ๓  เล็บ  ทั้งเท้าหน้าแล้วก็เท้าหลัง  มี  ๒  นอ  เมื่อโตเมที่มีความสูงที่ไหล่  ๑-๑.ค๐  เมตร  น้ำหนักราว  ๑  ตัน  มีหนังครึ้มแล้วก็มีขนปกคลุมทั่วตัวโดยยิ่งไปกว่านั้นในตัวที่แก่น้อย  ขนนี้จะน้อยลงเมื่อแก่มากยิ่งขึ้น  โดยทั่วไปลำตัวสีเทาเหมือนสีเถ้าหรือสีน้ำตาลเข้ม  ด้านหลังของลำตัวมีรอยพับของหนังเพียงพับเดียวอยู่ที่บริเวณด้านหลังของขาคู่หน้า  กระซู่ทั้ง  ๒  เพศมมีนอ  ๒  นอ  นอหน้ายาวราว  ๒๕  ซม.  ส่วนนอหลังมักยาวไม่เกิน  ๑๐  เซนติเมตร  หรืออาจเป็นเพียงตุ่มนูนขึ้นมาในตัวเมียกระซู่เป็นสัตว์ที่ไต่เขาเก่ง  มีประสาทรับกลิ่นดีมาก  ทำมาหากินตอนกลางคืน รับประทานใบไม้  กิ่งไม้  รวมทั้งผลไม้ป่าเป็นอาหาร  เป็นประจำดำเนินชีวิตอย่างโดดเดี่ยว  ยกเว้นในฤดูสืบพันธุ์  หรือช่วงที่ตัวเมียเลี้ยงลูกอ่อน  ตกลูกครั้งละ  ๑  ตัว  ระยะตั้งท้อง  ๗-๘  เดือน  แก่ยืน  ๓๒  ปี
กระซู่มีเขตการกระจายพันธุ์ตั้งแต่เมืองอัสสัมของอินเดีย   แล้วก็ในบังกลาเทศ  ประเทศพม่า  ไทย  เวียดนาม  มาเลเซีย  แล้วก็อินโดนีเซีย  มักอาศัยตามชายเขาสูงที่มีหนามรกทึบ  แต่ว่าลงมาอยู่ในป่าที่ราบต่ำส่วนปลายฤดูฝน  ซึ่งมักมีปลักรวมทั้งน้ำอยู่ทั่วไป  ในปัจจุบันกระซู่จัดเป็นสัตว์ป่าสงวนชนิดหนึ่งใน  ๑๕  ชนิดของไทย
๒. แรดชวา  (เขมรเรียกระมาด)
มีชื่อวิทยาศาสตร์  Rhioceros  sondaicus  Desmarest
มีชื่อสามัญว่า  lesser  one-horned  rhinoceros  sinv  Javan  rhinoceros
เป็นสัตว์กีบคี่ หมายถึง มีเล็บ  ๓  เล็บ  ทั้งยังเท้าหน้าและก็เท้าหลัง  มีนอเดียว  เมื่อโตเต็มที่มีความสูงที่ไหล่  ๑.๖๐-๑.๘๐  เมตร  น้ำหนักตัว  ๑.๕-๒  ตัน  มีหนังหนาแล้วก็มีขนขึ้นห่างๆ ลำตัวสีเทาออกดำ  ด้านหลังของลำตัวมีรอยพับของหนัง  ๓  รอย  ตรงแถวๆศีรษะไหล่  ข้างหลังของขาคู่หน้า  และด้านหน้าของขาคู่หลัง  แรดเพศผู้มีนอเดียว  มีความยาวไม่เกิน  ๒๕  ซม.  ส่วนตัวภรรยานั้นมองเห็นเป็นเพียงแต่ตุ่มนูนขึ้นมา แรดชวาเคยเป็นสัตว์ที่ทำมาหากินอยู่รวมกันเป็นฝูง  แต่ว่าตอนนี้พบหากินโดดๆ หรืออยู่เป็นคู่ในฤดูสืบพันธุ์  กินใบไม้  กิ่งไม้  และผลไม้ป่าที่หล่นอยู่บนพื้นดินเป็นอาหาร  ออกลูกครั้งลพ  ๑  ตัว  ระยะท้องนาน  ๑๖  เดือน มีเขตการกระจายชนิดตั้งแต่ในประเทศบังกลาเทศ  เมียนมาร์  ไทย  เวียดนาม  เขมร  มาเลเซีย  และอินโดนีเซีย  พบบ่อยในป่าดงดิบชื่นที่มีน้ำอุดมสมบูรณ์  หรือป่าทึบริมฝั่งสมุทร  โดยมากหาเลี้ยงชีพอยู่ตามป่าที่ราบ  ไม่พบอยู่ตามภูเขาสูง  ปัจจุบันนี้แรดชวาจัดเป็นสัตว์ป่าสงวนชนิดหนึ่งใน  ๑๕  ชนิดของไทย
๓. แรดอินเดีย
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า  Rhinoceros  unicornis  Linnaeus
มีชื่อสามัญว่า  Indian  rhinoceros
เป็นแรดใหญ่ประเภทนอเดียว  สูงราว  ๒  เมตร  หนัก  ๒-๓  ตัน  เรียกตัวมีหนังครึ้มคล้ายโล่ที่ไหล่  ที่ตะโพก  หนังเป็นปุ่มนูนกลมเห็นได้ชัด  ไม่มีขนมากนักเว้นเสียแต่ที่ขอบหูรวมทั้งปลายหาง  มีหนังพับผ่านหลัง  ๒  แห่ง  คือ  ที่ข้างหลังของไหล่รวมทั้งที่ด้านหน้าของสะโพก  แม้กระนั้นไม่มีพับหนังข้ามคอ  หางสั้นอยู่ในหลืบพักของก้น  มีท้องนานราว  ๑๙  เดือน  อายุยืนราว  ๕๐  ปี  แรดอินเดียอาศัยอยู่ในป่าลุ่มริมแม่น้ำ  เคยพบได้มากในหุบเขาแม่น้ำสินธุ  ที่ราบลุ่มแม่น้ำคงคา  หุบเขาแม่น้ำพรหมบุตร  รวมทั้งรอบๆตีนเขาหิมาลัยตั้งแต่ประเทศปากีสถานถึงรัฐอัสสัมอินเดีย
๔. แรดขาว
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า  Ceratotherium  simum  Burchell
มีชื่อสามัญว่า  white  rhinoceros  หรือ  square-lipped  rhinoceros
มีขนาดใหญ่กว่าแรดอื่นๆ สูงราว  ๑.๖๐-๒  เมตร  ขนาดวัดจากหัวถึงโคนหาง  ๓.๖๐-๕  เมตร  หนัก  ๒.๓ – ๓  ตัน  มีนอ  ๒  นอ  นอหน้ายาวราว  ๖๐  ซม.  แม้กระนั้นบางตัวนอยาวถึง  ๑.๕๐  เมตร  หัวยาว  ปากกว้าง  หูยาวกว่าแรดดำ  รวมทั้งปลายหูแหลม  หน้าผากลาด  และมนกว่าแรดดำ  หัวไหล่นูนเป็นก้อน  ผิวหนังเป็นตุ่มนูนน้อยกว่าแรดดำ  ผิวสีน้ำตาลอมเหลืองหรือสีเขา  ผิวหนังทั่วตัวไม่มีขน  เว้นเสียแต่ขนที่ปลายหูและขนหาง  ริมฝีปากบนมีรูปร่างคล้ายสี่เหลี่ยมจัตุรัส  แรดชนิดนี้ชอบรับประทานหน้ามากกว่าใบไม้  มีหัวยาวเพื่อให้ก้มตัวกินต้นหญ้าได้ง่าย  บนไหล่มีโหนกสูง  มีจมูกดี  แต่ตาแล้วก็หูไม่ดี  ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงเล็กๆ ราว  ๔—๕  ตัว  แต่ว่าบางทีอาจเจอได้ถึงฝูงละ  ๑๘  ตัว  ไม่ดุมากแรดขาวเคยอาศัยอยู่รอบๆภาคตะวันตกของทวีปแอฟริกา  รอบๆหุบเขาลุ่มแม่น้ำไนล์  แม้กระนั้นในปัจจุบันได้สิ้นพันธุ์ไปจากรอบๆนี้  พบในแอฟริกากลางรอบๆทะเลสาบชาดกับแม่น้ำไนล์ขาว  รวมทั้งในแอฟริกาใต้  ทางตอนใต้ของแม่น้ำออเรนจ์ไปทางด้านตะวัยตก  จนกระทั่งภาคตะวันออกของประเทศนามิเบีย  แรดขาวโตถึงวัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุ  ๗-๑๐  ปี  มีท้องนาน  ๑๘  เดือน  เป็นปกติคลอดลูกเพียงแต่ตัวเดียว  เมื่ออายุ  ๑ เดือนก็เดินตามแม่ได้แล้ว  อายุ   ๑  อาทิตย์เริ่มกินหญ้า  แก่ยืน   ๓๐-๔๐  ปี
๖.แรดดำ
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า  Diceros  bicornis  Linnaeus
มีชื่อสามัญว่า  hook-lipped rhinoceros  หรือ   African  black  rhinoceros
เป็นแรดที่มีรูปร่างใหญ่   เทอะทะหนังหนา  สีน้ำตาลอ่อนผสมเทาหรือเทาแก่   ตามลำตัวไม่มีขน  เว้นเสียแต่รอบๆใบหูแล้วก็ปลายหาง  ไม่มีต่อมเหงื่อ  ตาเล็ก  ริมฝีปากบนเป็นติ่งหรือจะงอยแหลมนิดหน่อย  ยืดหดได้  ใช้เหนี่ยวกิ่งไม้เข้าปากได้  มี  ๒  นอ  นออันหน้าใหญ่ใจโตรวมทั้งยาวกว่าอันข้างหลัง  หางสั้น  แข็ง  ใบหูกลม  ไม่มีฟันตัดรวมทั้งฟันเขี้ยว  เท้ามี  ๓  เล็บ  ขนาดลำตัวยาวราว  ๓.๓๐  เมตร  ความสูงถึงไหล่ราว  ๑.๗๐  เมตร  น้ำหนักราว  ๒  ตัน  ตัวเมียมีเต้านม  ๒  เต้า  เหมือนปกติแรดดำถูกใจอยู่ตัวผู้เดียว  จะอยู่เป็นคู่เฉพาะในระยะเวลาผสมพันธุ์  ออกหากินค่ำคืน  ถูกใจหาเลี้ยงชีพตามทุ่งหญ้าและรอบๆป่าเขา  รังเกียจเข้าไปทำมาหากินในป่าลึก  นิสัยดุ  หูและก็จมูกไว  แรดดำโตเป็นวัยรุ่นพร้อมสืบพันธุ์ได้เมื่อมีอายุราว  ๗  ปี  ท้องนาน  ๑๕-๑๖  เดือน  ตกลูกทีละ  ๑  ตัว  ลูกแรดกินนมแม่อยู่นานราว  ๒  ปี  แล้วก็อยู่กับแม่นาน  ๓-๔  ปี แรดที่พบในบ้านพวกเรามีเพียงแต่  ๒  จำพวกแรก  คือ   กระซู่และแรดชวา

[url=http://www.disthai.com/]ผลดีทางย[/size][/b]
แพทย์แผนไทยเคยใช้นอแรดเข้ามาเป็นเครื่องยาในยาโบราณหลายขนาน  แต่ว่าในตอนนี้ใช้ลดน้อยลง  เนื่องจากว่าหายากรวมทั้งมีราคาแพง นอแรดเป็นสิ่งแข็งเสมือนเขาสัตว์  ตัน  แตกออกขึ้นมาเหนือจมูกของสัตว์พวกแรด  นอแรดที่ดีต้องมีเปลือกนอกดำไหม้  สีค่อยจางไปที่โคน  จนเป็นสีเทาอมน้ำตาล  เนื้อในมีสีเทาผสมขาว  มีจุดสีเทาดำ  หนังสือเรียนสรรพคุณยาโบราณว่า  นอแรดมีกลิ่นหอมสดชื่นเย็น  ไม่คาว  มีรสเปรี้ยวเค็มเย็น  มีสรรพคุณแก้ไข้สูง  แก้พิษร้อน  แก้คลื่นไส้เป็นเลือด  แก้ถ่ายเป็นเลือด  เป็นยาระงับประสาท  โดยใช้บดเป็นผุยผงผสมกับน้ำกิน  เป็นยาขมเจริญอาหาร  แก้อาการเกร็งเพื่อเป็นการอนุรักษ์สัตว์พวกนี้ไว้  ก็เลยไม่สมควรใช้หรือส่งเสริมให้ใช้  เครื่องยาที่ใช้แทนกันได้คือเขากระบือ  (ควาย)  แต่จะต้องใช้ในปริมาณมากกว่าหลายเท่า

Tags : สมุนไพร



GPSราคาถูก | เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ | Ran Online | Ragnarok | โปรโมชั่น | เกมส์ออนไลน์

Promotion
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

ฐานข้อมูลผิดพลาด
ลองอีกครั้ง ถ้าเกิดการผิดพลาดอีกครั้ง ให้แจ้งผู้ดูแลระบบด้วย
กลับ