Advertisement
[url=http://www.disthai.com/]สมุนไพรใบระนาชื่อท้องถิ่นอื่น ใบระนาด , ผักระบาด (ภาคกึ่งกลาง) เมืองมอน (จังหวัดกรุงเทพ)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Argyreia nervosa (Burm.f.) Bojerชื่อพ้อง Argyreia speciosa (L.f.) Sweetชื่อสกุล CONVOLVULACEAEชื่อสามัญ Bai rabaat.ลักษณะทั่วไปทางวิชาพฤกษศาสตร์ไม้เถา (ExC) ลักษณะเลื้อยยาว ตามลำต้นและแขนงมีขนนุ่มสีขาวหรือน้ำตาลปนเหลือง หนาแน่น มียางเหนียวสีขาว
ใบ เป็นใบคนเดียว ลักษณะใบรูปไข่หรือรูปกลม กว้าง 8-25 ซม. ยาวโดยประมาณ 10-30 ซม. ปลายใบมน แหลมหรือแหลมเป็นหาง มีติ่งเล็กสั้น โคนใบรูปหัวใจเว้าลึก แผ่นใบเกลี้ยงหรือออกจะหมดจด ด้านท้องใบมีขนเหมือนเส้นไหมสีขาว เทาหรือน้ำตาลปนเหลือง หนาแน่น เส้นกลางใบ แล้วก็เส้นใบจะเด่นชัดทางด้านท้องใบ เส้นกิ่งก้านสาขาใบมีจำนวนไม่น้อยเรียงขนานกันเป็นขันบันได ก้านใบสั้นกว่า หรือยาวพอๆกับตัวใบ
สมุนไพร ดอก ออกใกล้เป็นช่อ ก้านช่อดอกแข็ง ยาวถึง 20 เซนติเมตร ก้านดอกสั้นเป็นเหลี่ยม ใบประดับประดาใหญ่ ลักษณะรูปไข่ขอบขนาน หรือรูปรี ยาว 3.5-5 เซนติเมตร ปลายเรียวคม ภายนอกมีขนนุ่มฟู ด้านในสะอาด หลุดตกง่าย กลีบรองกลีบดอกรูปรีกว้าง ปลายใบมนหรือแหลม และสองกลีบนอกยาว 15 ม.ม ส่วนสามกลีบในสั้น ด้านนอกนั้น มีขนสีขาวนุ่มหนาแน่น ข้างในหมดจด กลีบใหญ่ เชื่อมติดกันเป็นรูปท่อหรือกรวย ยาว 6 ซม. สีม่วงปนชมพู ลาบกลีบจะเป็นแฉกตื้นๆที่บริเวณกึ่งกลางกลีบแต่ละกลีบมีขนุ่มหนาแน่น ก้านเกสรผู้มีขนฟูที่โคน
ผล ลักษณะกลม เส้นผ่านศูนย์กลางโดยประมาณ 2ซม. ปลายมีติ่งสีน้ำตาลอมเหลือง
นิเวศวิทยามีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย ในประเทศไทยกำเนิดตามที่รกร้างว่างเปล่า ชายป่าดงดิบ แล้วก็ป่าเบญจพรรณทั่วๆไป ส่วนมากปลูกขึ้นร้านค้าเป็นไม้ประดับรวมทั้งบังร่มเงาก้าวหน้า
การปลูกรวมทั้งแพร่พันธุ์เป็นไม้กลางแจ้ง ชอบแสงแดดจัด จะขึ้นเกาะพาดตามต้รไม้ต้นๆเจริญวัยได้ดิบได้ดีในดินร่วยซุยที่มีสารอินทรีย์มากมาย ขยายพันธ์ุด้วยการตอนทาบกิ่ง หรือการปักชำ
ส่วนที่ใช้ รส และก็สรรพคุณ ราก รสจืดเฝื่อนฝาด เป็นยาขับน้ำเหลืองเสีย บำรุงปรับแต่งข้ออักเสบ กระตุ้นความกำหนัด ขับฉี่ แก้โรคเท้าช้าง โรคอ้วนที่่มีต้นเหตุมาจากการสะสมไขมันมากใบ รสเฝื่อนฝาด ใช้พอกฝีและรอยแผลแก้อักเสบ แก้โรคผิวหนังทั่วๆไป น้ำคั้นหยอดหูแก้หูอักเสบ
วิธีใช้รวมทั้งจำนวนที่ใช้- เป็นยารักษาโรคผิวหนัง โดยใช้ใบสด 4-7 ใบ ล้างน้ำให้สะอาด แล้วนำมาโขลกอย่างถี่ถ้วน ใช้ทารวมทั้งพอกบริเวณที่เป็น วันละ 2-3 ครั้ง บ่อยๆ กระทั่งจะหาย
Tags : สมุนไพร