สัตวแพทย์รักษาหมาแมว ด่วนฉุกเฉิน รักษาโรคผิวหนังต่างๆ ผ่าคลอด ตั้งอยู่ซ.พัฒนาการ

Advertisement


หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สัตวแพทย์รักษาหมาแมว ด่วนฉุกเฉิน รักษาโรคผิวหนังต่างๆ ผ่าคลอด ตั้งอยู่ซ.พัฒนาการ  (อ่าน 64 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Saiswatka
Drift King
*****

การ์ม่า: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 22027


ดูรายละเอียด อีเมล์










« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2018, 03:30:38 pm »



ล้อแม็ก แม็ก แม็กซ์แต่งรถ

↑ ลงทะเบียนรับข่าวสาร

ล้อแม็ก

Advertisement

สัตวแพทย์รักษาหมาแมว ด่วนฉุกเฉิน ขูดหินปูน ผ่าคลอด ตั้งอยู่ซ.พัฒนาการ 20 ติดห้าง Maxvalue
คลินิกของเรรักษาสัตว์[/url] อยู่ตรง ซ.พัฒนาการ 30 ทะลุกันได้ ติดห้าง Maxvalue
 
การตัดหางสุนัข
สุนัขบางจำพวกนิยมตัดหาง ให้เหลือความยาวตามลักษณะในพันธุ์นั้นนิยม ซึ่งก็ควรตัดในเวลาที่ยังแก่ยังน้อยๆอยู่เพื่อจะไม่มีเลือดออกมามาก สุนัขไม่เจ็บปวด แผลหายเร็วแล้วก็ทำเป็นง่ายโดยไม่ต้องวางยาสลบ เพราะฉะนั้นหมาจำพวกที่จะต้องตัดหางหลังคลอดควรนำลูกสุนัขไปกระทำตัดหางภายในหนึ่งอาทิตย์แม้จะตัดหางเองจำเป็นต้องทำในระยะไม่เกิน 7 คราวหลังคลอด โดยการขลิบขนบริเวณหางที่อยากตัดทิ้งให้ถึงผิวหนังแล้วชำระล้างด้วยการใช้แอลกอฮอล์ หรือทิงเจอร์ไอโอดีน ทาให้ทั่ว ภายหลังก็รูดผิวหนังขึ้นมาทางโคนหางแล้วใช้เชือกหรือยางรัดไว้ให้แน่นตรงข้อที่ 2 ของกระดูกโคนหาง ใช้กรรไกรที่ทำลายเชื้อแล้วตัดตรงระหว่างข้อของกระดูกที่จะตัด แล้วแต้มด้วยทิงเจอร์ไอโอดีน ทิ้งไว้ 4-5 ชั่วโมง จึงค่อยเอาเชือกหรือยางรัดออกปลดปล่อยให้แผลหาย ส่วนใหญ่ผิวหนังของหางที่รูดขึ้นไปก็จะรูดลงมาเอง หรือบางครั้งอาจจะเย็บปิดก็ได้ถ้าหากอยาก
การตัดหูสุนัข
หมาบางพันธุ์นิยมตัดหู ดังเช่น บ็อกเซอร์, โดเบอร์แมน, มินิเจอร์ พินเซอร์ และก็เกรท เดน ซึ่งก็ควรกระทำตัดหูเมื่อลูกสุนัขอายุระหว่าง 12-14 สัปดาห์ เพราะว่าขนาดโตพอที่จะกระทำการหน้าผาตัดได้ง่าย ทนต่อการวางยาสลบ ภายหลังจากตัดแล้วหมอจะต้องดามหูไว้จนกว่าหูจะตั้งชันตามอยากได้ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์ ระหว่างนี้เจ้าของจะต้องรอดูและอยู่ให้สุนัขเกาแผลจนไหมที่เย็บหลุด หรือแผลเลอะเทอะ เนื่องจากว่าจะก่อให้รูปทรงของหูไม่เป็นไปตามอยาก
การอาบน้ำหมา
สุนัขก็เสมือนผู้ที่ต้องรักษาความสะอาดและก็ตกแต่งให้ดูงาม น่ารักน่าเอ็นดูอยู่เป็นประจำ เพราะว่ามันไม่อาจจะจะชำระล้างและเสริมสวยให้ กับตัวเองได้ ผู้เลี้ยงก็เลยจะต้องปฏิบัติหน้าที่ พึงพอใจในตัวของมันเสมือนหนึ่งเป็นตัวของมันเองอย่างยิ่งจริงๆ การอาบน้ำต้องใช้แชมพู และก็สบู่ควบคู่ไปด้วย ควรที่จะทำการเลือกซื้อแชมพูหรือไม่ก็สบู่ที่สร้างขึ้นสำหรับใช้กับสุนัขเพียงแค่นั้น อย่านำยาสระผมหรือสบู่ของคนมาใช้กับสุนัขโดยเด็ดขาด เนื่องจากว่าผิวหนังของสุนัขบางจำพวกเปราะบางมากมาย แม้อาบน้ำด้วยยาสระผมหรือสบู่ของคน จะทำให้มีปัญหาเรื่องขนแห้ง หยาบ และมีสะเก็ดรังแคขึ้นบนผิวหนัง บางตัวเป็นหนักถึงบางทีก็อาจจะขนตกไปเลยก็มี เดี๋ยวนี้แชมพูหมามีให้เลือกหลายสูตร มีทั้งยังแบบผสมครีมในตัว ชนิดทูอินวัน หรือ ทรีอินวัน จำพวกที่มีสารฆ่าตัวเห็บ ฆ่าหมัด จำนวนมากเยอะแยะไปหมด ก่อนซื้อควรอ่านมองฉลากข้างขวดว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณลักษณะอะไรบ้าง บรรจุเท่าใด หมดอายุวันไหน แล้วจึงเลือกซื้อมาใช้ให้ถูกกับลูกหมาของพวกเรา
แนวทางอาบน้ำให้หมา
วัสดุอุปกรณ์ต้องเตรียม คือ ยาสระผมสำหรับสุนัข ผ้าที่มีไว้เพื่อเช็ดตัว อ่างน้ำ หรือสายยาง ที่ต่อจากก๊อก เครื่องเป่าผม
กระบวนการอาบน้ำให้สุนัขทำได้ดังนี้ เป็น
1. จับหมาให้อยู่ในอ่างนิ่งๆโดยการจับที่ปลอกที่มีไว้ใส่คอ เป็นได้ควรจะอุดหู ทั้งสองข้าง ของสุนัขด้วยสำลีเพื่อปกป้องไม่ให้น้ำน่าฟัง แล้วจึงค่อยเทน้ำลง บนตัวสุนัขให้ทั่วตลอดตัว
2. ใช้ยาสระผมสุนัขเทลงบนตัวหมา แล้วจึงใช้มือถูนวดแชมพูให้ทั่วใน ตอนที่มืออีกข้างหนึ่งยังจับปลอกใส่คอหมาอยู่เพื่อจะให้มันอยู่นิ่งๆ
3. ล้างยาสระผมที่ส่วนหัวของลูกหมาก่อน แล้วต่อจากนั้นจึงล้างยาสระผมที่ลำตัวให้ แล้วก็ใช้ผ้าถูให้ แห้งหมดทั้งตัว
4. เอาสำลีที่อุดหูออก แล้วเป่าขนให้แห้ง กับแปรงขนให้ได้รูป ทรงตามที่ต้องการ
 
แนวทางการหวีและแปรงขนหมา
การแปรงขนหมาทุกเมื่อเชื่อวันจะมีผลให้สุนัขมีสุขภาพดี ขนเป็นเงาสวย ไม่มีสิ่งสกปรกหมักหมมอยู่ ในขนหมา ชนิดขนยาว ยกตัวอย่างเช่น อาฟกัน ฮาวด์ ชิสุ ควรหวี ทุกเมื่อเชื่อวัน ส่วนหมาชนิดขนสั้น อาทิเช่น บลูด็อก เกรดเดน แปรงขนเพียง2-3 ครั้ง ต่ออาทิตย์ก็เพียงพอ ส่วนหมาประเภทพุดเดิ้ลต้องใช้การตัดแต่งขน จะหวีให้ตรงแบบหมาชนิดอื่นมิได้
การหวีขนหมาพันธุ์ขนสั้น
วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้มีแปรงบิสเทิล แปรงหวีสลิดเกอร์ หวีตรง ขั้นตอนการหวี มีดังนี้
- ใช้หวีแปรงสลิดเกอร์หวีก่อน เพื่อจำกัดเอาขนที่พันออกไม่ให้กำเนิดก้อน สังกะตัง ออกแรงหวีเพียง เบาๆนุ่มๆหวียาวๆจากคอถึงลำตัวทำแบบนี้ทั่วตัว
- ใช้หวีบิสเทิลแปรง เพื่อเอาขนที่ตายแล้วแล้วก็สิ่งสกปรกให้หลุดออกจากขนย้ายหมาหมดทั้งตัว
- ใช้หวีตรง หวีบริเวณที่ยาว อย่างเช่น ส่วนของหาง เท้า ขา ถ้าเกิดพบว่าขนพันกันให้ใช้กรรไกรเอาออก หมาจะได้ไม่เจ็บ
การหวีขนสุนัขที่สั้นเกรียน
อุปกรณ์ที่ใช้มี แปรงรับเบอร์ หนังชามัวร์ แปรงบิสเทิล
- ใช้แปรงรับเบอร์ เพื่อแปรงย้อนขนหมาจะทำให้ขนตาย แล้วก็สะเก็ด ผิวหนัง สิ่งสกปรกหลุดออกโดยง่าย
- ใช้แปรงบิสเทิล แปรงขนตัวสุนัขอีกรอบให้ทั่วตลอดตัว เพื่อเอาขนที่ตายรวมทั้งสะเก็ดออก
- เช็คขนสุนัขด้วยหนังชามัวร์ เพื่อให้ขนเป็นมันเงางาม
การหวีขนสุนัขที่ขนตรงยาว
เครื่องมือที่ใช้มีแปรงสลิดเกอร์ แปรงบิสเทิล หวีตรง กรรไกร
- ใช้แปรงสลิดเกอร์หวีขนก่อน เพื่อทำให้ขนที่พันกันอยู่คลายตัวออก
- ใช้แปรงบิสเทิลหวีตามอีกรอบ เพื่อทำให้ขนมันเงา แล้วก็หวีง่ายดายมากยิ่งขึ้นไปอีก
- ใช้หวีตรง หวีจัดให้ขนย้ายสุนัขตกลงไปข้างลำตัว ทางด้านซ้ายแล้วก็ทางด้านขวาตามแนวขน
- ใช้กรรไกรตัดแต่งรอบๆเท้าแล้วก็หู เพื่อเป็นระเบียบเรียบร้อยมองงดงาม
การดูแลหูสุนัข
หูมีความสำคัญอย่างมากที่จะจะต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างยิ่ง สุนัขที่มีหูธรรมดาควรจะมีสีชมพูเรื่อยๆสะอาด ไม่มีกลิ่นผิดปกติ หูควรสะอาดไม่มีขี้หูมากจนเกินไป ไม่มีตัวเห็บ หรือหมัด ไม่เป็นแผล หนอง สุนัขบางจำพวกรวมถึงพวกพุดเดิ้ล มักมีขนขึ้นที่บริเวณช่องหู ขนเหล่านี้จะเป็นตัวเพาะเชื้อโรค แล้วก็หมักหมมส่งเปรอะเปื้อนทั้งหลายแหล่ได้อย่างดีเยี่ยม พวกหูยานก็เก็บสิ่ง
เปรอะเปื้อนต่างๆได้ง่ายก็เลยต้องหมั่นเอาใจใส่ขัดสิ่งสกปรกในช่องหูออกให้หมด พวกหูตั้งนี้รักษาง่าย เพราะว่าช่องหูสามารถถ่ายเทกับอากาศภายนอกได้โดยธรรมชาติ ดังนั้นสิ่งสกปรกต่างๆก็เลยไม่สามารถหมักหมมจนกระทั่งเกิดโรคได้มากนัก ถ้าหากหูหมาเปรอะเปื้อนมากมายก็ควรที่จะใช้สำลีหรือผ้านุ่มๆเช็ดบริเวณใบหูและก็รูหูส่วนนอกๆบ่อยๆทางที่ดีข้างหลังการอาบน้ำ เนื่องจากว่าสามารถตรวจทานว่ามีน้ำหลงเหลือเข้าไปในรูหูหรือเปล่า ถ้ามีจะได้เช็ดออกให้แห้ง เป็นการคุ้มครองป้องกันหูอักเสบได้ด้วย แม้กระนั้นอย่าได้เพียรพยายามทำความสะอาดลึกเข้าไปในรูหูเด็ดขาด บริเวณอ่อนไหวดังกล่าวข้างต้นควรจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของแพทย์
 
การดูแลตาหมา
ตาของสุนัขที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงจะมีแววตาแจ่มใส ไม่ขุ่นหมองหรือมีสีแดง หรือมีขี้ตา รวมทั้งน้ำตาไหลเป็นรอยเปื้อนอยู่เสมอก็แปลว่าต้องมีอะไรผิดปกติเข้าตา หากเป็นโรคตาอักเสบปกติเพราะเหตุว่าผงเข้าตา ก็ควรจะใช้น้ำยาล้างตา 4-5 หยด ใส่เพื่อสิ่งสกปรกออกก่อน แล้วก็ใช้ผ้าที่สะอาดขัดถูเบาๆรอบๆขอบตาออกได้ ถ้าเป็นมากกว่านี้น่าจะนำไปพบสัตวแพทย์หมาบางพันธุ์ ตัวอย่างเช่น พวก พุดเดิ้ล มักมีรอยด่างสีน้ำตาลที่ขนใต้ตาเสมอ ที่เป็นเช่นนี้ด้วยเหตุว่าขนบริเวณนั้นชื้นแฉะเนื่องจากว่าหยดน้ำตาของสุนัข คราบเปื้อนน้ำตานี้จะติดแน่นที่หัวตาย้อยลงมา การกำจัดรอยด่างนี้ทำเป็นโดยการหมั่นขัดให้บ่อยๆครั้งทุกเมื่อเชื่อวัน เพื่อให้ขนที่ติดคราบเปื้อนน้ำตานี้ค่อยๆหลุดร่วงหมดไปหมาบางตัวตาแฉะ อาจจะเป็นเนื่องจากว่าขนตาขึ้นเปลี่ยนไปจากปกติ แยงเข้าไปในดวงตา การดูแลรักษาอาการนี้ควรเป็นหน้าที่ของสัตวแพทย์
การดูแลฟันหมา
โดยทั่วไปแล้วสุนัขฟันผุได้ยากมากมาย แต่ที่เห็นหลายครั้งเป็น เหงือกอักเสบ เกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากฟันหมาไม่สะอาด ขี้ฟันหมักหมมจนถึงจับแบบเป็นๆคราบที่เป็นสีเหลืองติดตามที่ผิวฟัน คือ หินปูนนั่นเอง บางคราวหินปูนมีมากและก็ลุกลามไปจนถึงเงือก ทำให้เหงือกอักเสบ มีกลิ่นปาก ตราบจนกระทั่งฟันหลุดไปสุดท้ายแนวทางป้องกันการจับตัวของหินปูน ควรให้หมารับประทานอาหารสำเร็จรูปที่เป็นเม็ดแห้ง หรือให้แทะเล็มกระดูกเสียบ้างเพื่อขัดฟัน แต่ถ้าจะให้ดีจริงๆควรจะให้สัตวแพทย์ตรวจฟันทุกปี สุนัขบางจำพวกก็มีการเรียงตัวของฟันที่แย่มาก มีเหงือกเป็นหนองและก็ฟันหลุดเสมอการให้เล็มกระดูกไม่บางทีอาจช่วยได้เลย เหล่านี้จำต้องตรวจฟัน และชำระล้างเสมอโดยสัตวแพทย์
การดูแลเล็บหมา
เล็บหมาจะแตกออกจิกลงดิน มันจะสึกไปเองโดยธรรมชาติ แม้กระนั้นถ้าหากเป็นหมาที่เลี้ยงบนพื้นไม้หรือพื้นปูนซีเมนต์ ชอบเจอปัญหาเล็บไม่สึก มีเล็บยาวเร็วกว่าธรรมดาทำให้เดินไม่สะดวก รวมทั้งเมื่อทิ้งไว้ นานๆจะทำให้นิ้วคด หรือแยกห่างออกจากกัน บางทีก็ถอนหรือฉีกแตกจนกระทั่งกำเนิดหนองได้ จะทำให้สุนัขเจ็บปวดมากมายเวลาเดิน โดยเหตุนี้ก็เลยจำเป็นต้องหมั่นตรวจสอบแลตัดเล็บเท้าให้สั้นอยู่เสมอการตัดเล็บหมาควรที่จะใช้กรรไกรสำหรับเพื่อการตัดโดยเฉพาะ จะทำได้โดยง่ายและก็ไม่เป็นอันตราย ได้รอยตัดที่กลมโค้ง การตัดควรตัดที่ปลายเพียงเล็กน้อย ระวังอย่าตัดให้ถูกปลายประสาทสีชมพูในเล็บได้หมาที่มีเล็บดำไม่สามารถที่จะแลเห็นปลายประสาทนี้ได้ ฉะนั้นตัดเล็บก็เลยทำได้แค่คลิบปลายเพียงแค่เล็กๆน้อยๆ หรือตัดตรงตำแหน่งต่ำจากบริเวณที่มีเลือดมาเลี้ยงสัก 3 มิลลิเมตร การตัดเล็บควรทำทุกเดือน โดยหลังการอาบน้ำ เนื่องจากว่าเล็บที่เปียกน้ำจะอ่อนตัดง่ายดายเสียยิ่งกว่าธรรมดา
   

หมาที่มิได้รับการฝึกบางทีอาจเปลี่ยนเป็นหมานิสัยเสียและก็ทำให้เป็นอันตรายกับผู้ครอบครองได้ เจ้าของควรจะเริ่มฝึกหมาตั้งแต่ยังเล็กๆจะง่ายกว่าโดยฝึกหัดให้รู้จักดีกับการรับคำสั่ง การเดินโดยใช้สายลาก การเล่นเกม หมาที่ได้รับการฝึกฝนตั้งแต่เล็กถ้าหากความประพฤติปฏิบัติที่ไม่ดีตอนโตจะแก้ไขได้ง่ายดายกว่าสุนัขที่ไม่ได้รับการฝึกให้เชื่อฟังคำสั่ง
เมื่อไหร่ที่ควรจะเริ่มฝึก
คุณไม่สมควรเป็นจริงเป็นจังกับการฝึกสุนัขมากสักเท่าไรนัก ถ้าเกิดหมาอายุยังไม่ถึง 7-8 เดือน นักจิตวิทยาสัตว์บางบุคคลกล่าวว่า ลูกหมาบางตัวสามารถเริ่มฝึกฝนได้เมื่ออายุตั้งแต่ 7 อาทิตย์ แล้วจากนั้นก็ให้เทคนิคต่างๆค่อยๆสอนภายหลัง แต่ อันที่จริงแล้วเรื่องของแนวทางต่างๆปลดปล่อยให้นักฝึกฝนหมาอาชีพเป็นครูฝึกดียิ่งกว่า เวลาที่ลูกหมาของคุณยังอยู่ในตอนต้นๆของความเป็นลูกหมา ตั้งอกตั้งใจเอาชนะดวงใจมันให้ได้ มันจะรักแล้วก็เชื่อถือคุณ การฝึกเบื้องต้นจะเริ่มได้เมื่ออายุ 3-4 เดือน ช่วงอายุนี้ควรฝึกฝนให้เดินงามในเวลาที่คุณจูง นั่ง นอน ตามคำสั่ง แล้วก็เข้ามาหาคุณเวลาคุณเรียกมัน
 
เมื่อมันเริ่มเรียนรู้ให้ใช้เพียงแต่คำบอกเล่าเป็นคำสั่งโดยไม่ต้องออกท่าทาง อบรมพร่ำสอนกับมันเสมอๆเมื่อมันทำผิดก็ปรับปรุงมันมันถูก แรกๆก็ใจดีกับมันก่อน และหลังจากนั้นก็ค่อยๆเคร่งครัดขึ้นเรื่อยๆตามความเจริญรุ่งเรืองของการฝึกหัด อย่าหมดความอดทนหรือไม่พอใจเสียก่อน อย่าตีมันด้วยมือหรือเชือกลากตอนที่ฝึกฝน แค่เพียงคุณดุมันหรือว่ามันก็รู้สึกไม่ถูกมากพอแล้ว
เมื่อสุนัขทำในสิ่งที่คุณต้องการ สรรเสริญมันพร้อมทั้งลูบข้างหลังมันไปด้วย อย่าตบรางวัลหมาด้วยขนมหรือปฏิบัติกับมันดีเกินความจำเป็นขณะฝึกหัด หมาที่เคยชินกับนิสัยการรับรางวัลแบบนี้จะเชื่อใจไม่ค่อยได้ ด้วยเหตุว่ามันจะไม่ค่อยยอมทำอะไรถ้าหากไม่ได้กลิ่นของหวานหรือของรางวัล ถ้าเกิดฝ่าฝืนคำสั่งหรือทำอย่างไม่ค่อยเต็มอกเต็มใจ (เหลวไหล) คุณน่าจะพูดกับมันดีๆถัดไปมันจะดียิ่งขึ้นเรื่อยๆ
เสียงที่ใช้ฝึก
เมื่อคุณฝึกหมาให้ใช้เสียงสำหรับเพื่อการบัญชาที่แข็งขันและกระจ่างแจ้ง คราวแรกคุณออกคำสั่งไปแล้วจะต้องยืนกรานคำสั่งเดิมไปจนถึงมันเชื่อฟัง หรือแม้แต่จะผลักมันให้มาฟังคุณก็ตามแต่ มันจำเป็นต้องศึกษาว่าการฝึกฝนนั้นแตกต่างจากการเล่น เมื่อใดที่มีการสั่งการมันจำต้องเชื่อฟังไม่ว่าจะมีอะไรมาทำให้วอกแวกก็แล้วแต่ ต้องจำไว้ว่าน้ำเสียงรวมทั้งน้ำหนักเสียงของคุณ (จำต้องไม่ดังลั่น) จะมีผลต่อหมาเป็นส่วนมาก จะต้องพูดด้วยคำพูดที่เน้นย้ำแน่น สำหรับในการใช้คำกล่าวระหว่างฝึกหัดจำกัดคำสั่งของคุณให้ใช้คำเพียงแต่ 2-3 คำ หากเป็นได้ก็อย่าเปลี่ยนคำสั่ง มันเป็นเรื่องดีที่สุดถ้าเกิดจะมีครูฝึกสุนัขเพียงคนเดียว คนอื่นบางทีอาจใช้คำบัญชาไม่เหมือนกันออกไป วิธีฝึกก็ต่างไปซึ่งอาจจะส่งผลให้หมางงมากได้ หมาที่ได้ยินคำสั่งจำพวก "มานี่" "มาหาหน่อย" "เร็วๆเข้า" หรือคำสั่งทำนองนี้แต่ว่ามีความต้องการเดียวกันคือให้มันมาหา ถ้าคุณใช้คำสั่งมากไม่น้อยเลยทีเดียวขนาดนี้มันจะงงงันมาก ให้ใช้คำไหนคำนั้นดีเยี่ยมที่สุด
 
บทเรียนที่ใช้ฝึกฝน
การฝึกฝนเป็นงานหนักทั้งหมาและคนฝึก สุนัขเล็กๆใช้เวลาฝึกหัดในตอนหนึ่งได้ไม่เกิน 10 นาที ก็จะไม่ต้องการที่จะอยากฝึกต่อด้วยเหตุผลดังกล่าวควรจะจำกัดอย่าให้บทเรียนบทแรกยาวเกินไปนัก แล้วจึงค่อยๆเพิ่มเวลาไปเป็นระยะจนถึงถึง 30 นาที คุณเองก็บางทีอาจเจอได้ว่าคุณก็เริ่มหมดความทรหดอดทนเช่นเดียวกันเมื่อใกล้ๆจะหมดเวลาฝึก เมื่อคุณมีความคิดว่าคุณอารมณ์ไม่ดีให้หยุดฝึกหัด ใช้เวลาที่เหลืออยู่ทบทวนบทเรียนเก่าๆไปก่อน แล้วก็ก่อนหลังบทเรียนต้องมีขณะพักเล่นด้วยจริงๆระหว่างเรียน แม้แต่สุนัขที่เด็กที่สุดก็จะเรียนรู้ได้เองว่าในช่วงเวลาที่จำเป็นต้องเรียนนั้นเป็นช่วงๆที่จะต้องเข้มงวดมุ่งมั่น ส่วนความสนุกจะตามมาภายหลังจากนี้
อย่าใช้เวลาสำหรับการฝึกหัดระยะแรกๆเท่าไรนัก มิฉะนั้นหมาก็จะเบื่อ บากบั่นจบบทเรียนในช่วงที่ดีๆถ้าสุนัขมิได้ทำในสิ่งที่คุณอยากนั้นเป็นเนื่องจากว่าคุณไม่สามารถทำให้มันจำเจริญพอ
 
สิ่งที่ใช้ในการฝึกฝน
1. เชือกที่ใช้จูงสุนัข ใช้เรียกกันอย่างแพร่หลายว่า "ตัวนำ" โดยเหตุนั้นพวกเราจะใช้คำนี้แทน ตัวนำ ที่เยี่ยมที่สุดสำหรับฝึกนั้นเป็นผ้าทอหรือสาน ยาว 6 ฟุต โดยมากใช้สีทึมๆมอๆหรือจะใช้เป็นหนังขนาดเท่ากัน หรือจะใช้แบบเป็นสีสันก็มีใช้กันอยู่บ้าง แล้วแต่คุณจะเลือก
2. จำเป็นต้องใช้ปลอกที่เอาไว้สำหรับใส่คอฝึกหัดสุนัขพร้อมกันไปด้วย ปลอกสำหรับใส่คอฝึกจำนวนมากทำด้วยไนล่อนหรือ โซ่เหล็ก ซึ่งมีห่วงติดอยู่ที่ปลายทั้งสองข้าง แล้วก็ใช้ตัวนำคล้องกับปลายห่วงทั้งคู่ ใช้ผ่อนหรือดึงบังคับหมา แม้ว่าจะฟังดูน่าตกใจ แต่ว่ามันก็ไม่ได้ทำให้สุนัขของคุณจำเป็นต้องเจ็บอะไร แล้วก็มันก็ต้องใช้สำหรับการฝึกด้วย ควรฝึกฝนวิธีการใช้ปลอกที่เอาไว้ใส่คอให้ถูก ปลอกที่มีไว้ใส่คอฝึกหัดน่าจะใส่รอบคอหมา เพื่อคุณจะสามารถล่ามตัวนำกับห่วงตรงปลายปลอกที่เอาไว้สำหรับใส่คอ อย่าใส่ห่วงใต้คอ มันเป็นสิ่งสำคัญในการใส่ปลอกที่มีไว้ใส่คอฝึกฝนให้ถูก มันจะได้แน่นเวลาคุณดังตัวนำ และก็ง่ายเวลาคุณผ่อนไหมได้รั้งตัวนำ
3. วิธีในการจับกุมตัวนำก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากมาย เพราะเหตุว่าปลอกที่มีไว้ใส่คอน่าจะหย่อนอยู่ตลอดเวลา เว้นแต่เวลาดึง จับวงเชือกไว้ด้วยมือขวา ไขว้มือไปข้างๆ ส่วนมือซ้ายจับตัวนำไว้ให้ใกล้ปลอกที่มีไว้ใส่คอฝึกสูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ที่เหลือของตัวนำก็จะขมวดเป็นวงได้ (ที่คุณถือด้วยมือขวา) แนบแขนข้างนี้กับลำตัว การคลาย ดึง หรือคลาย ทุกสิ่งทำด้วยมือซ้าย ด้วยการกระตุก
 
การฝึกฝนให้ตาม
"การตาม" เป็นศัพท์สำหรับหมาจุดมุ่งหมายความว่า ให้หมาเดินไปด้านข้างของคุณชิดกับขาคุณ มีตัวนำด้วยหรือไม่มีก็ได้ ถ้าเกิดคุณอดทนและก็พยายามพอ คุณสามารถฝึกหัดหมาให้เดินเคียงคู่คุณได้ในถนนอันยัดเยียด หรือผ่านสุนัขตัวอื่นๆได้อย่างดี ถึงในช่วงเวลานี้คุณก็ได้ศึกษาถึงขั้นตอนการใส่ปลอกใส่คอ การใช้ตัวนำแล้วคุณก็พร้อมที่จะเริ่มบทเรียนแรกสำหรับการฝึกฝนการตาม ให้หมานั่งอยู่ด้านซ้าย เรียกชื่อ และก็ใช้คำสั่ง "ตาม" เริ่มก้าวเท้าซ้ายของคุณ ดึงตัวนำนิดหน่อย เพื่อให้หมาได้เริ่ม ต้องเรียกชื่อมันก่อนเสมอ แล้วและก็ตามด้วยคำบัญชา ดังเช่นว่า "แดงตาม" การเอ่ยชื่อจะช่วยทำให้มันสนใจเพิ่มมากขึ้น ทำให้มันได้รู้ว่าคุณกำลังสั่งให้มัน (แดง เป็นชื่อสมมุติของหมาในที่นี้)
ให้เดินอย่างกระฉับกระเฉงแต่ละก้าว เดินวนเป็นวงกลมใหญ่ หรือเดินไปเป็นสี่เหลี่ยม หรือเส้นตรงก็ได้ ช่วงเวลาที่เดินแน่ใจว่าหมาของคุณอยู่ข้างซ้ายและใกล้ขาของคุณเสมอ ถ้าเกิดมันเดินล้าหลังคุณให้กระตุกตัวนำเบาๆให้มันเดินให้ทันคุณ และจากนั้นก็ดูมันว่าก็ดีแล้วที่ทำอย่างนี้ ถ้าเกิดมันเดินนำหน้าคุณหรือออกห่างไป ให้คุณหยุดพร้อมกับกระตุกตัวนำอย่างแรง ดึงมันกลับมาอยู่ตรงที่ที่ถูก ควรจะชมมันทุกครั้งที่มันเดินเหมาะสมถูกทาง ทันทีที่คุณกระตุกตัวนำเพื่อให้สุนัขคุณอยู่ถูกที่ก็ให้ผ่อนสายตัวนำไปด้วย อย่างลากหมาหรือดึงตัวนำเพราะเหตุว่าจะเกิดการดึงกันไปดังกันมา ซึ่งไม่เป็นผลดีเลย
เพื่อหมามุ่งมั่นฝึกฝน จำเป็นต้องกล่าวกับมันในช่วงเวลาที่คุณให้มันกลับมาถูกที่คุณน่าจะฝึกการเดินหันหลังกลับด้วยการกระตุกตัวนำเบาๆตอนที่คุณหมุนตัวด้วย มันจะทำความเข้าใจไปครั้งละนิดละหน่อยว่ามันจำเป็นต้องตั้งใจ หรือจะถูกกระตุกให้กลับมาอยู่ข้างตัวคุณ รวมทั้งคุณสามารถเปลี่ยนแปลงวิธีการไปได้เรื่อยๆโดยการเปลี่ยนความเร็วบ้าง หันหลังกลับ เดินตรง หรือว่าเดินซิกข์แซกผ่านสนามที่ใช้ฝึกฝน เป็นต้น
"ตาม" คือ "นั่ง" ด้วย สำหรับสุนัขแล้วคำสั่งว่า "ตาม" จะเป็นมันจำต้องนั่งอยู่ข้างซ้ายของคุณด้วย เมื่อคุณหยุดโดยไม่มีคำสั่งอะไรเพิ่มในช่วงเวลาที่คุณฝึกฝนให้ตาม ทำให้มันนั่งเมื่อคุณหยุด ทีแรกใช้คำบัญชาว่า "นั่ง" แต่ถัดไปไม่ต้องสั่งอีก มันจะคิดทราบแล้วก็จะนั่งได้เองเมื่อคุณหยุด แล้วก็จะคอยคำบัญชา "ตาม" ใหม่ เพื่อจะลุกเดินอีกรอบ
 
การฝึกหัดให้นั่ง
การฝึกฝนหมาให้นั่งออกจะง่าย โดยให้มันยืนอยู่ข้างซ้ายมือ ให้ถือเนื้อถือตัวนำสั้นๆแล้วสั่งว่า "นั่ง" ขณะสั่งให้ดึงตัวนำขึ้นกับกดช่วงหลังของสุนัขลง แม้กระนั้นอย่าให้มันลงไปหมอบหรือยืนขึ้น ถ้าหากมันลงหมอบให้กระตุกตัวนำขึ้นจนถึงมันลุกขึ้นยืนแล้วนั่ง ถ้าหากมันกระทำตามคำบัญชาช้าๆให้ดังมันอย่างแรงกระทั่งมันทำตามอย่างความจำเป็นของเรา ให้มันอยู่ในท่านั่งสักชั่วขณะหนึ่ง และก็หลังจากนั้นจึงค่อยผ่อนความตึงของตัวนำกับดูมันด้วย ทวนคำสั่งอย่างหนักแน่นตอนที่คุณลากมันในท่านั่ง ย้ำเพื่อมันจำคำสั่งได้ขึ้นใจ ถ้าหากว่ามันเคลื่อนละก้อให้ทวนคำสั่งอีกทีแล้วให้มันนั่งลง หลังจากนี้มันก็จะนึกรู้และก็นั่งไปเองโดยไม่ต้องกดหลังมันอีก เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วแปลว่ามันจะนั่งเองได้ ชมเชยมันเสมอๆให้รางวัลโดยความประพฤติกับมันอย่างอ่อนโยน และก็ชมเชยมันบ่อยๆด้วยคำพูดที่นุ่มนวล
 
การฝึกฝนให้หมอบลงหรือหมอบ
จุดหมายขั้นตอนนี้เป็น ทำให้สุนัขหมอบลงกับคำสั่ง "หมอบ" หรือเมื่อสั่งการด้วยมือ ให้คุณยกมือมาด้านหน้าพลิกโบกฝ่ามือลง แม้กระนั้น คุณจำต้องทำไปจนกว่าหมาจะเข้าประเด็นหลักหมายของคำสั่งและจะทำเองได้โดยไม่มีปฏิกิริยากึ่งบังคับจากคุณ สัญญาณมือน่าจะทำพร้อมกันไปกับการออกคำสั่ง คำบัญชานี้บางทีก็อาจจะยากไปหน่อยในระยะแรก เพราะเหตุว่ามันรู้สึกเหมือนคุณยกมือเพื่อจะทำร้ายมันและก็มันปกป้องตัวเองมิได้ บางทีก็อาจจะวิ่งเตลิดไปก็ได้ ให้เอาใจมันด้วยคำยกย่องหรือทำกับมันดีๆเมื่อมันปฏิบัติตามคำสั่งแล้วมันจะทำความเข้าใจไปเองว่าไม่มีอะไรที่เลวเกิดขึ้น ในทางตรงกันข้ามมันจะรู้จักคำบัญชาว่า "หมอบ" แล้วถ้าหากมันเอาอย่างนายจะพอใจ
อย่าเริ่มฝึกสุนัขหมอบลงจนถึงมันรู้เรื่องคำสั่งนั่งได้อย่างดีเยี่ยมเสียก่อน ให้หมาอยู่ในท่านั่งแล้วก็คุณย่อเข่าอยู่ตรงหน้า ยกขาหน้าของมันด้วยมือแต่ละข้างของคุณ จับตรงเหนือศอก ยกขามันขึ้นแล้วดึงลงมาที่พื้นข้างหน้า ในขณะเดียวกันก็สั่งการว่า "หมอบ" แล้วดึงขาหน้ามันลงมาติดพื้น
ดึงมันลงมาที่พื้นรวมทั้งทำให้มันรู้ดีว่าท่านี้เป็นท่าที่อยากได้ให้มันทำ วิธีแบบนี้ดีมากยิ่งกว่าจะไปบังคับให้มันทำ มิฉะนั้นจะก่อให้มันรู้สึกตกใจและเริ่มจะเกลียดการฝึกหัดอะไรก็แล้วแต่เลย หมั่นเสวนากันมัน บอกมันให้รู้ว่าคุณดีใจ พอใจ เวลาที่มันเอาอย่างคำสั่ง แล้วคุณจะพบว่าคุณเป็นสุขกับการฝึกหมา
ภายหลังที่มันเริ่มทำความเข้าใจ เลื่อนตัวนำไปอยู่ใต้เท้าซ้ายและออกคำสั่ง "หมอบ" ในขณะเดียวกันดึงตัวนำด้วยจะช่วยให้สุนัขหมอบลง ระยะนี้ยกมือคุณแล้วโบกลงส่งสัญญาณมืออีกรอบ อย่าหวังว่ามันจะสามารถทำได้ด้วยคำบัญชาเพียงแต่ครั้งเดียว จงอดทนฝึกหัดกับมันไปเรื่อยมันก็จะร่วมมือด้วย ถ้าคุณแสดงให้มันมีความเห็นว่าอะไรบ้างที่คุณอยากให้มันทำ
การฝึกฝนให้อยู่นิ่งๆ
ขั้นถัดไปคือการฝึกหัดสุนัขให้อยู่นิ่งๆในท่านั่งหรือหมอบ ดังคราวก่อนโดยใช้ตัวนำสอนคำบัญชานี้ ตราบจนกระทั่งสุนัขของคุณตอบรับคำบัญชาด้วยการเลียนแบบคำบัญชา แล้วจึงเอาตัวนำออก การฝึกฝนเริ่มด้วยการนั่งนิ่งๆจัดให้หมาอยู่ในท่านั่งข้างคุณในท่านั่งแนบขาอัตโนมัติ ถือเชือกในมือข้างหนึ่ง (โดยมากผู้ฝึกถูกใจถือมือซ้าย) ก้าวไปข้างหน้าแล้วหันหน้ามาหามัน ยื่นมือออกไป นิ้วชี้ไปที่ช่วงจมูกของมันแล้วสั่งว่า "อยู่นิ่ง" ถ้ามันทำท่าจะเดินตามคุณเนื่องจากเป็นธรรมชาติของมันที่จะทำ ด้วยเหตุว่ามันอยู่ในท่าที่จะตาม ให้กระตุกตัวนำ เพื่อมันกลับมานั่งก่อน ยกมือมาไว้ข้างหน้ามันแล้วทวนคำสั่งอย่างหนักแน่นอีกรั้ง ให้มันอยู่ในท่านั่งนั้นสัก 2-3 วินาที ก่อนจะให้ลงมือดำเนินการอย่างอื่น แต่ละครั้งที่มันทำสำเร็จคุณจำเป็นต้องกล่าวชมมันเรื่อยๆแสดงให้มันมีความเห็นว่าคุณพอใจกับมันด้วย
ทวนวิธีนี้อีกรอบตราบจนกระทั่งสุนัขของคุณทำเหมือนกับว่ามันรู้เรื่องว่าคุณจะให้มันทำอะไร เมื่อมันได้ทำความเข้าใจตลอดขั้นตอนแล้ว เดินออกมาด้านขวาของหมาอ้อมไปด้านหลัง ก้าวอีก 2 ก้าวไปข้างหน้า อีกสัก 2-3 ก้าวไปด้านข้าง ทำไปเรื่อยจนกว่าคุณไปจนสุดสายเชือก ครั้งใดที่หมาจะออกตามคุณ สลัดเชือกยื่นแขนออกโบกไม้โบกมือลงแล้วสั่งการอย่างเฉียบขาด เมื่อมันชี้ให้เห็นถึงความสมัครใจที่อยู่ในท่าที่ถูกต้อง ในขณะที่คุณเดินออกไปสุดเชือกนั่นหมายถึงคุณพร้อมที่จะฝึกฝนมันถัดไปอีก ให้อยู่ในท่าเดิมโดยใช้เชือกยาวกว่าเดิม (ราว25-30 ฟุต) แล้วท้ายสุดให้ฝึกโดยการเอาเชือกออก
 
การเปลี่ยนความประพฤติที่นิสัยไม่ดี
 หากลูกหมาแสดงความนิสัยไม่ดี ดังเช่น หวงของกิน หวงของเล่นเด็ก ข่มขู่เวลาจับอาบน้ำ กรรมวิธีสอนให้สุนัขรู้ดีว่าคุณคือเจ้านาย ก็คือการจับเค้านอนตะแคงราบไปกับพื้นแล้วใช้มือกดคอเค้าไว้ (เสมือนแม่งับคอลูกเพื่อสั่งสอน) ให้ท่านกดไว้แบบนี้จนถึงเค้ายอมแพ้ และคลายอารมณ์ลง (ให้ทำอย่างงี้หลายนาทีโดยเฉพาะที่ เป็นครั้งแรก) คุณจึงปล่อยมือออกมา แล้วอย่าลืมว่าให้บอกเรียกชื่อเค้าอย่างนุ่มนวลล่ะระหว่างตอนที่คุณกดมือลงไป แนวทางการกำราบนี้ใช้ได้เฉพาะในเวลาที่ลูกสุนัขของคุณกระทำตัวในทางที่ไม่สมควรแค่นั้น อย่างเช่น ที่เค้าแยกเขี้ยวยิงฟัน ใส่คุณในขณะที่คุณแต่งตัวให้เค้า ไม่ต้องวิตกกังวลว่าเขาจะเจ็บ เนื่องจากขั้นตอนการกำราบแบบงี้จะไม่ทำให้เค้าเจ็บ แล้วก็นี่เป็นวิธเดียวกับที่สุนัขที่อยู่ในตำแหน่งที่เหนือกว่า แสดงออกและทำกับลูกฝูงตัวที่เด็กกว่าให้เจียมเนื้อเจียมตัว แต่ว่าอย่าลืมปล่อยมือออกจากคอเค้าก็แล้วกัน ถ้าคุณมีความเห็นว่าเค้ายอมคุณแล้ว ถึงแม้เค้าดิ้นตัวหนีคุณอย่างสุดกำลังก็ตาม
แนวทางการแปลว่าเราเหนือกว่า
ให้พวกเราบีบปากหมาด้วยมือย่างระมัดระวังแล้วปล่อยมือ ก็เป็นอีกวิธีสำหรับในการแสดงความเหนือกว่าของคุณต่อหมา และเป็นการเสริมความน่าเคารพให้กับตำแหน่งหัวหน้าฝูงให้ท่านได้ดิบได้ดี ทุกคนในครอบครัวควรจะรู้เรื่องตรงกันว่า สุนัขอยู่ในสถานะที่เป็นน้องเล็กที่สุดของบ้าน ไม่ใช่เจ้านายแล้วก็ควรปฏิบัติกับเขาอย่างงั้น? เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้สุนัขของคุณแสดงความกำเริบแล้วก็อยากยิ่งใหญ่ ไม่ควรให้อนุญาตให้สุนัขขึ้นมานั่งบน โซฟาหรือนอนบนเตียงโดยที่คุณไม่ได้อนุญาตอย่างเด็ดขาด
ส่วนการที่เค้ามองเห็นขาใครๆในครอบครัวคุณ เป็น ?สุนัขตัวเมีย? ก็เกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง แต่ไม่ได



GPSราคาถูก | เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ | Ran Online | Ragnarok | โปรโมชั่น | เกมส์ออนไลน์

Promotion
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

ฐานข้อมูลผิดพลาด
ลองอีกครั้ง ถ้าเกิดการผิดพลาดอีกครั้ง ให้แจ้งผู้ดูแลระบบด้วย
กลับ