สมุนไพรลูกใต้ใบพร้อมทั้งวิธิรักษาสรรพคุณเเละประโยชน์

Advertisement


หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สมุนไพรลูกใต้ใบพร้อมทั้งวิธิรักษาสรรพคุณเเละประโยชน์  (อ่าน 31 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
diorarmani2000
Drift King
*****

การ์ม่า: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 11666


ดูรายละเอียด อีเมล์










« เมื่อ: พฤษภาคม 21, 2018, 09:59:48 am »



ล้อแม็ก แม็ก แม็กซ์แต่งรถ

↑ ลงทะเบียนรับข่าวสาร

ล้อแม็ก

Advertisement


ลูกใต้ใบ
ชื่อสมุนไพร  ลูกใต้ใบ
ชื่ออื่นๆ/ชื่อท้องถิ่น  ต้นหญ้าใต้ใบ,มะขามป้อมดิน,หน่วยใต้ใบ (ภาคเหนือ) ,ต้นหญ้าใต้ใบขาว (สุราษฎร์ธานี),จูเกี๋ยเช่า (จีน)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Phyllanthus amarus Schumach. & Thonn.
ชื่อสามัญ Egg woman, Tamalaki, Stonebreaker.
วงศ์  EUPHORBIACEAE
ถิ่นกำเนิด ลูกใต้ใบมีบ้านเกิดเมืองนอนในแถบเขตร้อนต่างๆของโลกทั้งในทวีป อเมริกาใต้ แอฟริกา และก็เอเชีย แล้วก็มีการกระจายจำพวกไปอยู่ในหลายๆประเทศเขตร้อนของภูมิภาคดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ดังเช่นว่า ประเทศเปรู บราซิล ทางตอนใต้ของอเมริกา อินเดีย ไทย เมียนมาร์ ลาว ฯลฯ ส่วนในประเทศไทยนั้น ต้นลูกใต้ใบสามารถเจอได้ทั่วทุกจังหวัด ตั้งแต่ในสมัยก่อนจนกระทั่งตอนนี้ โดยพบได้บ่อยในหรือตามรอบๆเงาไม้ใหญ่ในกลางแจ้งทั่วไป หรือขึ้นแซมกับพืชที่เกษตรกรปลูก จนกระทั่งจะต้องถูกกำจัดราวกับวัชพืชอื่นๆเลยทีเดียว
ลักษณะทั่วไป ลูกใต้ใบ เป็นพืชล้มลุกขนาดเล็กจัดอยู่ในสกุล Euphorbiaceae จีนัส Phyllanthus เหตุที่มีชื่อเรียกว่า ลูกใต้ใบ, หญ้าลูกใต้ใบ หรือ หญ้าใต้ใบ เพราะว่ามีผลขนาด เล็กออกตามซอกก้านใบย่อยและแขวนลงให้มีความคิดเห็นว่าลูกอยู่ใต้ใบ ในประเทศไทยมีไม้ล้มลุกที่ มีลักษณะดังที่กล่าวมาข้างต้นคล้ายกันและก็ถูกเรียกว่าลูกใต้ใบอยู่อย่างต่ำ 5 ชนิดหรือสปีชีส์ (species) เป็นต้นว่า Phyllanthus amarus Schumach. & Thonn., P. debilis, P. niruri, P. urinary Linn (ต้นหญ้าใต้ใบ) รวมทั้ง P. virgatus G. Forst. แต่ว่ามีรายงานการศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัยพบว่าลูกใต้ใบจำพวก P.amarus Schumach. & Thonn. นั้นเป็นประเภทที่ให้สารที่มีสรรพคุณทางยามากที่สุด ซึ่งลูกใต้ใบฃนิดนี้มีลักษณะทางวิชาพฤกษศาสตร์ดังต่อไปนี้

  • ต้นลูกใต้ใบ จัดเป็นพืชล้มลุก มีอายุเพียงแค่ปีเดียว มีความสูงโดยประมาณ 10-50 เซนติเมตร แตกกิ่งก้านสาขามาก ลำต้นไม่มีขน แล้วก็ทุกส่วนของต้นมีรสขม
  • ลูกใต้ใบ[/url] ใบเป็นใบผู้เดียวประกอบแบบขนนกเรียงสลับกันชั้นเดียวปลายคี่ มีใบย่อยประมาณ 23-25 ใบ รูปแบบของใบย่อยเป็นรูปขอบขนานแกมรูปไข่กลับ โคนใบมนแคบ ส่วนปลายใบมนกว้างของใบเรียบไม่มีขน ใบด้านล่างสีอ่อนกว่าด้านบน ใบมีขนาดกว้างราว 3-4 มม.รวมทั้งยาวราว

    5-10 มม. มีก้านใบสั้นมาก มีหูใบสีขาวนวล ลักษณะเป็นสามเหลี่ยมปลายแหลมเกาะติดอยู่ 2 อัน

  • ดอกลูกใต้ใบ ดอกเป็นแบบแยกเพศ มีขนาดเล็กสีขาว เส้นผ่านศูนย์กลางราว 0.08 เซติเมตร ดอกเพศเมียมักจะอยู่บริเวณโคนก้านใบ ส่วนดอกเพศผู้ชอบอยู่บริเวณส่วนปลายของก้านใบ มักออกเป็นกลุ่มๆละ 2-3 ดอก โดยดอกตัวเมียจะมีขนาดใหญ่กว่าดอกเพศผู้ราวๆ 2 เท่า รวมทั้งดอกโดดเดี่ยวๆเกสรตัวผู้มี 3 ก้าน โคนก้านเกสรเชื่อมกันเล็กน้อย มีอับเรณูแตกอยู่ตามแนวระดับ ส่วนกลีบรองและกลีบดอกไม้เป็นรูปไข่ ขอบกลีบมีสีอ่อน
  • ผลลูกใต้ใบ รูปแบบของผลเป็นรูปทรงกลมแป้น ผิวเรียบมีสีเขียวอ่อนนวล ผลมีขนาดโดยประมาณ 0.15 เซนติเมตร โดยผลมักจะเกาะติดอยู่รอบๆใต้โคนของใบย่อย รวมทั้งอยู่ในบริเวณกึ่งกลางก้านใบ ผลเมื่อแก่จะแตกเป็นพู 6 พู ในแต่ละพูจะมีเม็ด 1 เมล็ด สีน้ำตาล มีลักษณะเป็นรูปเสี้ยว 1 ส่วน 6 ของทรงกลม มีสันตามทางยาวทางด้านหลัง และก็มีขนาดเล็กมากมายราวๆ 0.1 เซนติเมตร

การขยายพันธุ์  ลูกใต้ใบเป็นพันธุ์พืชซึ่งสามารถพบบ่อยในที่โล่งแจ้งรวมทั้งตามริมไม้ในที่แจ้งทั่วทุกภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งฤดูฝนก็เลยไม่มีการนิยมปลูกในเชิงการค้าแต่อย่างใด  ส่วนการขยายพันธุ์ของลูกใต้ใบนั้นสามารถแพร่พันธุ์ได้โดยการใช้เม็ด  ในขณะนี้นั้นเมื่อเริ่มมีการตื่นตัวถึงคุณประโยชน์ของลูกใต้ใบที่มีรายงานการศึกษาค้นคว้าวิจัยมารับรองแล้วนั้น  จึงเริ่มมองเห็นมีการเพาะกล้าของลูกใต้ใบมารวมทั้งเกษตรกรก็เริ่มเพาะปลูกลูกใต้ใบเพื่อจัดจำหน่ายเพิ่มมากขึ้นกว่าสมัยก่อน
องค์ประกอบทางเคมี องค์ประกอบทางเคมีของลูกใต้ใบจะประกอบไปด้วยสารแทนนิน (Tannins), ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids), ลิกแนนส์ (Lignans), ไกลโคไซด์ (Glycosides), ซาโปนิน (Saponin) อื่นๆอีกมากมาย  รวมทั้งสมุนไพรลูกใต้ใบยังประกอบไปด้วยแร่ธาตุที่สำคัญอีกยกตัวอย่างเช่น  ธาตุโซเดียม 0.86 %, ธาตุโพแทสเซียม 12.84 %,  ธาตุเหล็ก 10.68 %, ธาตุแคลเซียม 6.57 %, ธาตุแมกนีเซียม 0.34 %, ธาตุอะลูมิเนียม 3.92 %, ธาตุฟอสฟอรัส 0.34 %
 
 
 
 
 
 
                                                       ที่มา  :  Wikipedia
สรรพคุณ  ด้านคุณประโยชน์ของลุกใต้ใบนั้นคนไทยมีความเชื่อมาตั้งแต่ครั้งโบราณว่าลูกใต้ใบสามารถคุ้มครองตับจากพิษของสารเคมี รวมทั้งถูกนำมาใช้เป็นสมุนไพรเพื่อช่วยรักษาคนเจ็บที่เป็นโรคมะเร็งตับให้มีอายุยาวขึ้น และยังมีสรรพคุณตามตำรายาไทยอีกหลายชนิดเช่น ใช้เป็นยาบำรุงร่างกาย  บำรุงธาตุในร่างกาย เจริญอาหาร รักษาโรคตา ควบคุมรวมทั้งลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยลดความดันเลือด แก้ไข้ ลดความร้อน ช่วยลดไข้ทุกประเภท ช่วยรักษามาลาเรีย ช่วยแก้อาการไอ ช่วยแก้โรคหืด ช่วยแก้อาการร้อนในหิวน้ำ ช่วยขับเหงื่อ ขับฉี่ ช่วยขับเสลด แก้ท้องร่วง  แก้ปวดท้อง  โรคท้องมาน แก้บิด ข้อตกขาวไข้ระดูของสตรี รักษาไข้ทับรอบเดือน  ช่วยทำนุบำรุงสายตา ทำให้สายตาดี แก้ไข้ ลดความร้อน ช่วยลดไข้ทุกชนิด ช่วยแก้พิษตานซาง แก้น้ำเหลืองเสีย  บำรุงตับ รักษาโรคตับเหลือง ยอดอ่อนใช้รักษาลักษณะของการปวดข้อ  ปวดกระดูก ลดอาการอักเสบ แก้เริม ฯลฯ
รูปแบบ/ขนาดวิธีใช้

  • แก้ไข้ ให้นำต้นสด 1 กำมือ ต้มกับน้ำจำนวน 2 ถ้วยแก้ว แล้วต่อจากนั้นเคี่ยวจนถึงเหลือน้ำ 1 1/2 ถ้วยแก้ว รับประทานครั้งละครึ่งถ้วยแก้ว
  • รักษาโรคเริม ให้ใช้ลูกใต้ใบราวๆ 5 ใบ ตำผสมกับเหล้าแล้วคั้นเอาแต่เอามา หลังจากนั้นใช้สำลีชุบน้ำยามาแปะตรงที่เป็น
  • รักษาลักษณะของการปวดข้อ ใช้ยอดอ่อนมาต้มกับน้ำแล้วดื่มรักษาอาการปวดกระดูก ปวดข้อ
  • แก้ปวดเมื่อย นำลูกใต้ใบมาล้างน้ำ และสับเป็นชิ้นเล็กๆผึ่งแดดให้แห้ง ต้มใส่หม้อดิน เอามาดื่มแทนชา
  • แก้ไอ นำใบอ่อนของต้นใต้ใบ 1 กำมือ ต้มกับน้ำ 2 แก้ว เคี่ยวจนถึงเหลือน้ำ 1 1/2 แก้วใช้จิบแก้ไอ
  • ขับรอบเดือน นำต้นลูกใต้ใบมาต้มรับประทาน ก็จะช่วยสำหรับในการปรับสมดุลเลือดลมภายในร่างกาย ทำให้ระดูมาเป็นปกติได้
  • ไข้ทับประจำเดือน ให้นำลูกใต้ใบ 5 มาล้างน้ำสะอาด นำมาตำผสมเหล้าขาว คั้นเฉพาะน้ำยามาดื่มครั้งละ 1 ถ้วยชา
  • บำรุงสายตาให้ใช้ผลต้มดื่มและก็ยังช่วยรักษาโรคตา
  • กำจัดพิษออกจากตับ ใช้ต้มดื่มติดต่อกันประมาณ 1 สัปดาห์ คุ้มครองปกป้องไม่ให้ตับถูกทำลายจากสารพิษต่างๆแล้วก็ช่วยบำรุงรักษาตับ

การเรียนรู้ทางเภสัชวิทยา  จากการศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัยในหลอดทดลองหลายรายงานพบว่าลูกใต้ใบสามารถยับยั้ง DNA poly-merase ของ HBV ซึ่งเป็นเอนไซม์สำหรับสังเคราะห์ DNA ของเชื้อไวรัสตับอักเสบบี เช่น สารสกัดเมทานอลจากลูกใต้ใบ (ไม่เจาะจงความเข้มข้น) สารสกัดเมทานอลจากต้น (ไม่ระบุความเข้มข้น) สารสกัดน้ำจากต้น มีค่า IC50 เท่ากับ 500 มค.ก./มิลลิลิตร สารสกัดน้ำจากต้น ความเข้มข้น 75 มค.กรัม/มิลลิลิตร สารสกัดน้ำจากทั้งต้นมีฤทธิ์อ่ออนสำหรับการยับยั้ง DNA polymerase ของ HBV มีค่า IC50 พอๆกับ 59 มค.ก./มล. แล้วก็ขนาด 43 มค.กรัม/มล. มีฤทธิ์อ่อนสำหรับเพื่อการยังยั้ง HBV สารสกัดเมทานอลยังมีฤทธิ์ยั้ง HBV antigen
สารสกัดน้ำจากต้น ความเข้มข้น 100 มค.กรัม/มล. สามารถยับยั้งการแบ่งตัวด้านในเซลล์ HBV สารสกัดเอทานอล สารสักดเฮกเซน สารสกัดคลอโรฟอร์ม สารสกัดบิวทานอล และก็สารสกัดน้ำจากอีกทั้งต้น ขนาด 4 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร มีฤทธิ์ต้าน HBV  antigen ขึ้นรถสัดบิวทานอลมีฤทธิ์สูงสุด และยับยั้งปฏิกิริยาระหว่า HBs Ag/Hbe Ag ยับยั้งการสังเคราะห์ DNA ของ HBV และก็ยั้งการ expression ของ HBV antigen สารสกัดน้ำจากทั้งยังต้น ความเข้มข้น 0.5 มิลลิกรัม/มล. ทดสอบในเซลล์เพาะเลี้ยง hepatoma cell line HepA2 ที่ถูกทำให้ติดเชื้อ HBV พบว่าสารสกัดจะยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์รวมทั้งกดการผลิต Hbs Ag แต่ไม่ลดการสร้าง HBsAg gene promotor ซึ่งจะไปกระตุ้น CAT activity สารสกัดน้ำจากใบมีฤทธิ์ยั้งการ expression ของ HBV antigen โดยมี IC50 เท่ากับ 5 มค.กรัม/มล.
ส่วนการทดลองในสัตว์ทดสอบพบว่าสารสกัดลูกใต้ใบให้ผลสำหรับการยับยั้งเชื้อ HBV ในสัตว์ทดสอบโดยเมื่อฉีดสารสกัดน้ำจากทั้งต้นขนาด 80 มก./กิโลกรัม เข้าช่องท้องหนู G26 transgenic mice จะยับยั้งการเกิด transcription ในตับหนูโดยลด HBV mRNA รวมทั้งขนาด 100 มค.ก./มล. (ไม่ระบุวิธีการบริหารยา) จะลดการเกิด  transgenic เหมือนกัน โดยระดับของ HBs Ag mRNA ในเซลล์ตับลดลง และยับยั้ง expression ของ HBV mRNA
นอกนั้นยังมีผู้ศึกษาค้นคว้าและวิจัยแยกสารประกอบกรุ๊ป lignan ได้จากสารสกัด ethyl acetate จากลูกใต้ใบซึ่งมี ฤทธิ์ต่อต้านมะเร็งโดยพบว่าไปยับยั้งการแสดงออกของ ยีน Bcl-2 และก็การหยุดยั้งหลักการทำงานของ โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี telomerase ร่วมกับการกระตุ้นการทำงานแสดงออกของ ยีน c-myc และหลักการทำงานของ เอนไซม์ caspases นำมาซึ่งการก่อให้เกิดกระบวนการตายของเซลล์แบบ apoptosis รวมทั้งยังมีการทำการศึกษาทางเภสัชวิทยาต่างๆอีกดังเช่น

  • สารสกัดด้วยเอทานอลของรากลูกใต้ใบประเภท P. amarus มีฤทธิ์สำหรับเพื่อการต้านทานอนุมูลอิสระ แล้วก็ยังสามารถช่วยลด Oxidative stress ได้เมื่อเรียนในหลอดทดลอง ส่วนในสารสกัดแบบน้ำชาของลูกใต้ใบก็พบว่ามีสารต้านอนุมูลอิสระเหมือนกัน
  • สารสกัดด้วยเมทานอลของลูกใต้ใบชนิด P. amarus มีฤทธิ์ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดของหนูที่เป็นโรคเบาหวานจากการฉีดสาร Alloxan และก็สารสกัดด้วยน้ำจากใบและก็เม็ดของ P. amarus ก็มีฤทธิ์ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้เหมือนกัน โดยมีการทดสอบการใช้ดื่มน้ำตาลซูโครส 10% ตรงเวลา 30 วันเพื่อทำให้สภาวะน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น แต่ผลของการทดลองก็พบว่าสามารถช่วยลดสภาวะโรคเบาหวานได้
  • มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่อง สารสกัดด้วยน้ำรวมทั้งแอลกอฮอล์ของลูกใต้ใบประเภท P. amarus มีฤทธิ์แรงในการช่วยยั้ง HIV-1 โดยเป็นสารออกฤทธิ์ในกรุ๊ป Gallotannin ซึ่งสาร Corilagin, Ellagitannins และก็ Geraniin นั้นจะมีฤทธิ์แรงที่สุด นอกนั้นยังช่วยยั้งเชื้อ HIVE ได้ถึง 30% แล้วก็มีผลยับยั้งเชื้อ HIVE ทั้งยังใน in vitro และใน in vivo
  • ช่วยป้องกันการเกิดพิษต่อตับของหนูขาวจากการได้รับยาพาราเซตามอล โดยพบว่าการให้ต้มหรือผงของลูกใต้ใบปริมาณ 1 ครั้งในขนาด 3.2 กรัม/น้ำหนักตัว 1 โลในหนูทดลอง ก่อนให้พาราเซตามอลตรงเวลา 1 ชั่วโมง ส่งผลช่วยลดความเป็นพิษได้ดีที่สุด
  • สารสกัดด้วยเมทานอลของลูกใต้ใบ P. amarus มีฤทธิ์ในการต้านการก่อกลายชนิดของสาร 2-acetaminofluorene (2-AFF), 4-nitro-O-phenylenediamine, Aflatoxin B1, Sodium azide รวมทั้ง N-methyl-N-nitro-N- nitrosoguanidine เมื่อทำการวิจัยด้วย Ames test ในตัวทดลอง โดยผลของการต่อต้านการก่อกลายประเภทของสารสกัดใน in vitro จะดีกว่าใน in vivo

ฤทธิ์คุ้มครองปกป้องตับของลูกใต้ใบในหนูขาว  การเรียนรู้ในหนูขาวโดยแบ่งหนูขาวออกเป็น 5 กลุ่ม กรุ๊ปที่ 1 เป็นกรุ๊ปควบคุมให้รับประทานสารละลายกลูโคส (Isocaloric glucose solution) กรุ๊ปที่ 2 เป็นกลุ่มที่ได้รับสารละลายเอทานอล (20% น้ำหนัก/ความจุ) ขนาด 5 กรัม/กก./วัน กรุ๊ปที่ 3 ได้รับสารสกัดใบของลูกใต้ใบด้วยเมทานอลขนาด 250 มก./กิโลกรัม/วัน ร่วมกับสารละลายเดกซ์โทรส กรุ๊ปที่ 4 รวมทั้ง 5 เป็นกรุ๊ปที่ได้รับสารสกัดใบของลูกใต้ใบด้วยเมทานอลขนาด 250 และก็ 500 มก./กก./วัน ร่วมกับสารละลายเอทานอลขนาด 5 ก./กิโลกรัม/วัน เป็นลำดับ นาน 4 อาทิตย์ (เอทานอลให้นาน 3 อาทิตย์) พบว่าเมื่อเปรียบเทียบกับหนูที่ได้รับเอทานอลเพียงอย่างเดียว สารสกัดลูกใต้ใบขนาด 250 แล้วก็ 500 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน ในหนูกลุ่มที่ 4 รวมทั้ง 5 ที่รั้งนำให้กำเนิดความเป็นพิษที่ตับด้วย เอทานอลสามารถลดระดับการเกิด lipid peroxidation ได้ 29.10 รวมทั้ง 45.67% เป็นลำดับ และยังสามารถเพิ่มระดับรูปแบบการทำงานของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี reduced glutathione (GSH), superoxide dimutase (SOD), catalase (CAT) ในตับ โดยกรุ๊ปที่ได้รับสารสกัดลูกใต้ใบขนาด 250 มิลลิกรัม/กก./วัน สามารถเพิ่มระดับลักษณะการทำงานของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี GSH, SOD แล้วก็ CAT ได้ 27.60, 36.36 และ 28.61% ตามลำดับ ตอนที่กรุ๊ปที่ได้รับสารสกัดลูกใต้ใบขนาด 500 มก./กก./วัน สามารถเพิ่มหลักการทำงานของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วได้ 81.60, 51.03 และก็ 37.41% ตามลำดับ และก็หนูในกลุ่มที่ 4 แล้วก็ 5 ยังสามารถลดแนวทางการทำงานของเอนไซม์ glutathione-S transferase ได้ 28.19 แล้วก็ 47.99% ยิ่งไปกว่านี้ยังพบว่าหนูกลุ่มที่ได้รับสารสกัดลูกใต้ใบ 250 มก./กก./วัน ร่วมกับ เอทานอล (กลุ่มที่ 4) หลักการทำงานของเอนไซม์ alanine transaminase (ALT) aspartate transaminase (AST) รวมทั้ง alkaline phosphatase (ALP) ในตับเพิ่มขึ้น 12.68, 42.35 แล้วก็ 40.01% ตามลำดับ เวลาที่ ALT รวมทั้ง AST ในพลาสมาลดน้อยลง 41.38 รวมทั้ง 51.90% เหมือนกับหนูในกลุ่มที่ 5 ที่ได้รับสารสกัดลูกใต้ใบ 500 มก./กก./วัน ร่วมกับเอทานอล ระดับของ ALT, AST และก็ ALP ในตับมากขึ้น 42.35, 21.63 และก็ 116.9% ในเวลาที่ค่า ALT และก็ AST ในพลาสมาต่ำลง 51.90 แล้วก็ 51.20% จากการศึกษาสรุปได้ว่าสารสกัดใบของลูกใต้ใบด้วยเมทานอลสามารถคุ้มครองปกป้องการถูกทำลายของตับในหนูขาวที่เหนี่ยวนำให้เกิดพิษที่ตับได้

การศึกษาทางสถานพยาบาล การเล่าเรียนคนไข้ที่เป็นยานพาหนะของโรคตับอักเสบบีจำนวน 78 คน (แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 40 คน กรุ๊ปควบคุม 38 คน) สามารถติดตามผลหลังการทดสอบ 1 เดือน ได้เพียงแต่ 60 คน (แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 37 คน กลุ่มควบคุม 23 คน) กลุ่มทดลองจะกินยาผงลูกใต้ใบอีกทั้งต้นบรรจุแคปซูลขนาด 200 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง นาน 30 วัน กลุ่มควบคุมจะรับประทานยาหลอกคือ lactose แทน ใช้การตรวจค้น HBs Ag รวมทั้ง HBe Ag ในซีรัมของคนเจ็บด้วยวิธี ELISA
ภายหลังจากทดลอง 1 เดือน พบว่าผู้ป่วยในกลุ่มทดลอง 22 คน ใน 37 คน (59%) ตรวจเจอ HBs Ag ในซีรัมเป็นผลลบ ในขณะที่มีผู้ป่วยในกลุ่มที่ได้รับยาหลอกเพียงแค่ 1 คนแค่นั้น (4%) ที่ตรวจเจอ HBs Ag ในซีรัมได้ผลลบ ในผู้ป่วยที่ตรวจพบ HBs Ag ในซีรัมได้ผลลบใน 1 เดือนแรก ปริมาณ 22 คน ในกลุ่มทดลอง และก็ 1คนภายในกรุ๊ปควบคุม และก็เมื่อติดตามการรักษาจนกระทั่ง 9 เดือน เหลือผู้ป่วยในกลุ่มทดลองเพียง 1 คน ยังตรวจเจอ HBs Ag ได้ผลสำเร็จลบดังเช่นว่าเดิมผู้เจ็บป่วยที่เป็นพาหะที่มี HBs Ag แล้วก็ HBe Ag จะมีผลสนองตอบต่อการดูแลรักษาน้อยกว่ากรุ๊ปพาหะที่ไม่มี HBe Ag กลุ่มที่มี HBs Ag และก็ HBe Ag จะปราศจากการเป็นพาหะหลังการทดสอบเพียงแต่ 29% (5 ใน 17 คน) แล้วก็กรุ๊ปที่ไม่มี HBe Ag จะปราศจากการเป็นพาหนะข้างหลังการทดลองถึง 85% (17 ใน 20 คน) ส่วนคนเจ็บที่เป็นพาหะที่ได้รับยาหลอก 1 คน ที่ตรวจพบ HBs Ag เป็นผลลบนั้นเป็นพาหะที่เดิมมีเพียง HBs Ag เท่านั้น รวมทั้งเป็นพาหะที่ไม่มีอาการ ไม่พบอาการใกล้กันในคนไข้ทุกคนที่ทำงานเรียนในคราวนี้ แต่ว่าแต่หลังจากติดตามผลตอบแทน 3 เดือน พบว่าจำนวนผู้ป่วยในกลุ่มทดลองและก็กลุ่มควบคุมมีความแตกต่างกันอย่างเป็นจริงเป็นจังทางสถิติโดยกลุ่มควบคุมเหลือเพียงแค่ 19 คน ขณะที่กลุ่มทดลองมีถึง 36 คน
นอกเหนือจากนั้นลูกใต้ใบยังสามารถลดการอักเสบของตับได้ ดังสำหรับเพื่อการทดสอบให้คนไข้ชายและก็หญิงที่เป็นตับอักเสบเรื้อรัง รับประทานผลจากลูกใต้ใบต้นขนาด 1.5 ก./วัน ให้ผู้เจ็บป่วยตับอักเสบเรื้อรังทั้งคู่เพศกินต้นลูกใต้ใบ (ไม่เจาะจงขนาด) พบว่าสาร catechin จะลดระดับบิลิรูบินในพลาสมา และก็ลด Bromsulfthalein clearance (BSP clearance) การเรียนรู้ในผู้เจ็บป่วยตับอักเสบจากเชื้อไวรัส 120 ราย รับประทานยาตำรับของอายุรเวท 4 ชนิด มีสมุนไพรพลายชนิดรวมทั้งลูกใต้ใบด้วย (ไม่ระบุขนาดที่กิน) ผู้ป่วยทุกคนมิได้รับยาแผนปัจจุบัน พบว่าคนไข้โดยมากจะมีค่า serum glutamic oxaloacetic transaminase (SGOT). Serum glutamic pyruvic transaminase (SGPT) รวมทั้งบิลิรูบินน้อยลง แล้วก็มีผู้ป่วย 1 รายที่ตรวจเจอ HBs Ag สำเร็จลบ
การศึกษาทางพิษวิทยา

  • การทดสอบความเป็นพิษ สารสกัดเซลล์ที่ได้จากการเพาะเลี้ยงด้วยเอทานอล (50%) เมื่อให้หนูถีบจักรรับประทาน พบว่าขนาดสูงสุดก่อนกำเนิดอาการพิษเป็น1 กรัม/กิโลกรัม สารสกัด 50% อัลกฮออส์จากทั้งต้น เมื่อให้หนูรับประทานหรือฉีดเข้าใต้ผิวหนัง ขนาด 10 ก./กิโลกรัม ไม่พบพิษ สารสกัดน้ำจากพืชทั้งยังต้น เมื่อฉีดเข้าช่องท้องหนูถีบจักร ขนาด .01 มก. หรือ 1.8 มิลลิกรัม ไม่พบพิษ สารสกัดด้วยไดคลอโรมีเทน เอทานอล แล้วก็สารสกัดด้วยน้ำ เมื่อให้เข้าทางกระเพาะอาหารหนูถีบจักรในขนาด 500 มก./กิโลกรัม ไม่เจอพิษ สารสกัดน้ำจากทั้งยังต้นฉีดเข้าท้องลูกเป็ดขนาด 500 มิลลิกรัม/กก. ไม่เจอพิษ สารสกัดเอทานอล 95% จากทั้งยังต้น เมื่อให้เข้าทางกระเพาะอาหารหนูถีบจักร ขนาด 100 มก./กก. นาน 30 วัน ไม่เจอพิษ หนูที่กินสารสกัดจากพืชที่อยู่เหนือดิน (ไม่ระบุประเภทของสารสกัด) ขนาด 0.2 มก.วัน เป็นเวลา 90 วัน ไม่เจอพิษ เมื่อให้ผู้ใหญ่ทั้งปวงศชาย และหญิงรับประทานลูกใต้ใบขนาด 2.7 ก./วัน ไม่เจอพิษ คนแก่รับประทานพืชส่วนที่อยู่เหนือดินขนาด 1.5 ก.ไม่พบพิษ แล้วก็เมื่อให้เด็กรับประทานพืชอีกทั้งต้น (ไม่กำหนดขนาดที่รับประทาน) ไม่เจอพิษ

ส่วนสกัดของสารสกัด (ไม่เจาะจงชนิดแล้วก็ขนาดของสารสกัด) เมื่อให้เข้าทางช่องท้องหรือฉีดเข้าใต้ผิวหนังของหนูถีบจักรรวมทั้งหนูขาว นำไปสู่แนวทางในการซัก ส่วนสกัดของสารสกัด (ไม่กำหนดจำพวกและขนาด) มีฤทธิ์ลดอัตราการเต้นรวมทั้งบีบตัวของหัวใจกบ หนูขาว แล้วก็หนูถีบจักร ส่วนสกัดของสารสกัด (ไม่ระบุจำพวกและก็ขนาด) มีฤทธิ์ลดความดันในสุนัข

  • ผลต่อระบบสืบพันธุ์ เมื่อให้หนูถีบจักรเพศผู้ กินสารสกัดอัลกอออล์จากทั้งต้น ขนาด 100,250,400 และก็ 500 มิลลิกรัม/กิโลกรัม จะลดอัตราการมีลูกลง 10,32,52 แล้วก็ 72% ตามลำดับ และก็เมื่อให้หนูกินสารสกัดดังกล่าวข้างต้นในขนาดสูงพอๆกับ 500 มก./กิโลกรัม จะลด cauda epididymal sperm counts ลดการเคลื่องที่ของสเปิร์ม ยังยั้ง succinate dehydrogenase ใน epididymis แล้วก็ testis เปอร์เซ็นต์ของสเปิร์มที่มีชีวิตต่ำลง

เมื่อให้สารสกัดเอทานอล 95% จากทั้งยังต้น ทางสายยางให้อาหารแก่หนูถีบจักรเพศเมีย ขนาด 100 มิลลิกรัม/กิโลกรัม นาน 30 วัน จะก่อให้หนูมีลูกยาก

  • เป็นพิษต่อเซลล์ สารสกัดน้ำจากทั้งยังต้น ความเข้มข้น 1 มก./มิลลิลิตร,200 มค.กรัม/มล. และ 500 มค.ก./มิลลิลิตร เป็นพิษต่อเซลล์ sarcoma (Rous virus) (11), Ca-Hepatocarinoma-G2(7) แล้วก็ cell  line HuH-7 (13) เป็นลำดับ
ข้อเสนอแนะ/ข้อควรพิจารณา

  • สตรีตั้งครรภ์ห้ามรับประทานลูกใต้ใบเนื่องจากว่าลูกใต้ใบมีคุณประโยชน์สำหรับการขับรอบเดือนซึ่งอาจจะทำให้ก่อให้เกิดอันตรายได้
  • ลูกใต้ใบมีฤทธิ์ทางเภสัชที่ดังยาแอสไพริน เพราะฉะนั้นผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการแข่งขันตัวของเลือดไม่ควรรับประทาน
  • การใช้สมุนไพรลูกใต้ใบนั้น ไม่สมควรใช้ติดต่อกันนานเกินไป และไม่ควรใช้กำเนิดขนาดที่กำหนดในฉลากผลิตภัณฑ์
  • ผู้ที่เป็นโรคตับ โรคไตควรปรึกษาหมอก่อนใช้เสมอ
หนังสืออ้างอิง

  • ศรีพร เหลียงกเงินอบกิจ.ลูกใต้ใบ&ตับอักเสบบี.จุลสารข้อมูลสมุนไพร.
  • รศ.ภกญ.นวลน้อย จูฑะพงษ์.รายงานการวิจัยฤทธิ์ของลูกใต้ใบต่อหน้าที่ไมโตคอนเดรียในตับหนูขาว.สาขาวิชาเภสัชวิทยา สำนักวิชาวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี.
  • ฤทธิ์คุ้มครองป้องกันตับของลูกใต้ใบในหนูขาว.ข่าวการเปลี่ยนแปลงสมุนไพร.สำนักงานข้อมูลสมุนไพรคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.
  • ลีที่นา ผู้พัฒนตระกูล, 2530. สมุนไพรไทยตอนที่ 5 . ข้างวิชาพฤกษศาสตร์ป่าไม้ กองบำรุง กรมป่าไม้, จ.กรุงเทพฯ http://www.disthai.com/[/b]
  • Faremi TY, Suru SM, Fafunso MA, Obioha UE.Hepatoprotective potentials of Phyllanthus amarus againt etanol-induced oxidative stress in rats. Food Chem Toxicol.2008;46:2658-64
  • Van Welzen, P., Chayamarit, K. (2007) Euphorbiaceae, in: Santisuk, T., Larsen, K. (Eds.),

Flora of Thailand. Prachachon Co. LTD., Bangkok, pp. 473-507.

  • เต็ม สมิติเตียนนันทน์,2544. ชื่อพรรณไม้ที่เมืองไทย. ส่วนวิชาพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิชาการป่าไม้ กรมป่าไม้, จังหวัดกรุงเทพมหานคร.
  • Giridharan, P., Somasundaram, S.T., Perumal, K., Vishwakarma, R.A., Karthikeyan, N.P., Velmurugan, R., Balakrishnan, A. (2002) Novel substituted methylenedioxy lignan suppresses proliferation of cancer cells by inhibiting telomerase and activation of c-myc and caspases leading to apoptosis. British Journal of Cancer 87: 98-105.



GPSราคาถูก | เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ | Ran Online | Ragnarok | โปรโมชั่น | เกมส์ออนไลน์

Promotion
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

ฐานข้อมูลผิดพลาด
ลองอีกครั้ง ถ้าเกิดการผิดพลาดอีกครั้ง ให้แจ้งผู้ดูแลระบบด้วย
กลับ