Advertisement
ปล่อยไหลด้วยเกียร์ N ผู้คนจำนวนมากที่เคยขับขี่รถเกียร์ปกติมาก่อน อาจติดนิสัยเข้าเกียร์ว่างแล้วปล่อยให้รถไหลไปเรื่อยๆจนกระทั่งอยู่กับที่ ซึ่งในกรณีรถเกียร์ปกติสามารถทำได้โดยไม่มีปัญหา แต่ในเกียร์ออโต้ไม่สมควรที่จะกระทำอย่างมาก ด้วยเหตุว่าการดันเกียร์ไปยังตำแหน่ง N จะก่อให้ปั๊มหยุดการฉีดจ่ายน้ำมันหล่อลื่นห้องเกียร์ เวลาที่ชุดเกียร์เองยังคงหมุนอยู่ตามการหมุนของล้อ ซึ่งจะมีผลให้ชุดเกียร์มีการสึกหรอได้ เพราะเหนื่อยดันน้ำมันเกียร์ช่วยหล่อลื่น นอกจากนี้ การปลดปล่อยรถยนต์ไหลขณะใส่เกียร์ N ด้วยเหตุว่าเข้าใจว่าจะช่วยประหยัดน้ำมันได้นั้น เป็นความคิดที่ไม่ถูกอย่างสิ้นเชิง เพราะเหตุว่าทันทีที่ใส่เกียร์ N เครื่องจักรกลจะสั่งจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อคุ้มครองปกป้องรถยนต์ดับ ซึ่งมีอัตราการกินน้ำมันพอๆกับการสตาร์ทเครื่องยนต์จอดทิ้งเอาไว้เฉยๆแต่ถ้าปล่อยรถไหลด้วยเกียร์ D ตามปกติ คอมพิวเตอร์จะสั่งตัดการจ่ายน้ำมันทันทีที่ปล่อยคันเร่ง แม้กระนั้นเครื่องจักรยังคงหมุนอยู่ได้ตามการหมุนของล้อนั่นเอง สลับไปๆมาๆระหว่าง D และก็ R ระหว่างที่รถยนต์ยังไม่หยุดสนิท ความประพฤติปฏิบัตินี้พบเจอได้บ่อยครั้งเวลาขับรถไปจอดตามสถานที่ต่างๆคนจำนวนไม่น้อยยังไม่หยุดรถให้นิ่งสนิท ก็ใจร้อนสลับเกียร์เดินหน้า-ถอยหลังเสียแล้ว ซึ่งการสลับเกียร์ระหว่าง D ไป R หรือ R ไป D จะก่อให้แรงกดดันน้ำมันเกียร์ไหลกลับทิศทางอย่างรวดเร็ว ทำให้แผ่นคลัทช์ในเกียร์อัตโนมัติหมดสภาพเร็วกว่าธรรมดาได้ เปิดโหมด SPORT ค้างไว้ขณะที่กำลังขับขี่ด้วยความเร็วสูง รถยนต์แบบใหม่ๆมักมีโหมด SPORT มาให้เลือก ซึ่งบางทีอาจอยู่ในต้นแบบตำแหน่งเกียร์ถัดลงมาจากเกียร์ D (รถยนต์บางรุ่นมีลำดับชั้นเกียร์ P-R-N-D-S-L) หรือบางรุ่นอาจเป็นปุ่ม SPORT แยกไว้ต่างหาก ซึ่งการทำงานของโหมดสปอร์ตโดยปกติ จะช่วยทำให้เกียร์เปลี่ยนแปลงอัตราทดในรอบเครื่องยนต์กลไกที่สูงขึ้น ทำให้รถมีแรงบิดมากขึ้น สามารถเร่งแซงได้อย่างทันใจ แต่โหมด SPORT ไม่สมควรใช้กับการขับขี่ด้วยความเร็วสูงเป็นระยะเวลานานๆอาทิเช่น กรณีขับออกชนบท เนื่องจากโหมด SPORT ในรถยนต์ประเทศญี่ปุ่นจำนวนมาก จะคุ้มครองไม่ให้เกียร์แปรไปยังอัตราทดสูงสุด เอาง่ายๆคือ หากรถมีอัตราทด 5 สปีด สมองกลจะสั่งให้เปลี่ยนอัตราทดระหว่าง 1-4 เพียงแค่นั้น ทำให้เครื่องจักรลากรอบสูงเมื่อขับระยะไกล สิ้นเปลืองน้ำมันโดยใช่เหตุ ลากยาวเกียร์ D ขณะลงเขา การลงเขาเป็นระยะทางยาวๆไม่สมควรใช้เกียร์ D ตลอดระยะเวลา ด้วยเหตุว่าจะทำให้ระบบเบรกทำงานหนักจนเกิดความร้อนสูง เป็นเหตุให้เกิดอาการเบรกเฟด (BRAKE FADE) ไม่สามารถชะลอความเร็วลงได้ มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุตามมา ทางที่ดี การลงเขาควรใช้ตำแหน่งเกียร์ 3, 2, 1 (หรือ L) ตามความเร็วในตอนนั้น โดยประคับประคองให้รอบเครื่องจักรกลอยู่ในระดับ 2,500 - 3,000 รอบต่อนาทีเป็นอย่างน้อย เพื่อเพิ่มแรงเบรกจากเครื่องจักรกล (ENGINE BRAKING) ช่วยลดภาระของระบบเบรกได้
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง :
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้แต่ง