อัญชัน มีสรรพคุณเเละประโยชน์อย่างไร

Advertisement


หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: อัญชัน มีสรรพคุณเเละประโยชน์อย่างไร  (อ่าน 16 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Luckyz0nl3
Drift King
*****

การ์ม่า: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 12685


ดูรายละเอียด อีเมล์










« เมื่อ: ธันวาคม 27, 2018, 07:07:38 am »



ล้อแม็ก แม็ก แม็กซ์แต่งรถ

↑ ลงทะเบียนรับข่าวสาร

ล้อแม็ก

Advertisement



อัญชัน
ชื่อสมุนไพร  อัญชัน
ชื่ออื่นๆ / ชื่อท้องถิ่น อัญชันบ้าน , อัญชันเขียง (ภาคกลาง) , เอื้องจัน , เอื้องชัน , อังจัน (ภาคเหนือ) ,แดงจัน (เชียงใหม่)
ชื่อวิทยาศาสตร์  Clitorea ternatea Linn.
ชื่อสามัญ  Butterfly Pea , Blue Pea , Shell creeper.
วงศ์  Fabaceae (Leguminosae-Papilionoideae)

ถิ่นกำเนิด
อัญชันในเขตร้อนแถบทวีปเอเชียรวมทั้งอเมริกาใต้ (แต่ว่าบางตำราเรียนบอกว่าอยู่ที่อินเดีย) แล้วมีการแพร่ขยายประเภทไปในเขตร้อนต่างๆทั่วโลกรวมไปถึงในออสเตรเลีย อเมริกา แล้วก็ภูมิภาคเอเซียอาคเนย์ ดังเช่น ไทย ลาว เวียดนาม กัมพูชา ประเทศพม่าเป็นต้น สำหรับในประเทศไทย อัญชันคงจะมีการแพร่ไปจำพวกมานานแล้ว เพราะว่าพบในหนังสืออักขราภิธานศรับท์ ของหมอปรัดเล พ.ศ.2416 พูดถึงอัญชันว่า"อัญชัน : เปนชื่อเครือเถาวัลอย่างหนึ่ง มันมีดอกเขียวบ้าง ขาวบ้าง ไม่มีกลิ่น" และสามารถมักพบในป่าโล่งแจ้ง หรือในที่กึ่งร่ม อีกทั้งป่าเบญจพรรณในพื้นด้านล่างจนกระทั่งไปถึงป่าดิบเขาสูง
โดยอัญชันที่เจอในประเทศไทย มีทั้งชนิดบ้านที่ผ่านการคัดสรรให้ดอกใหญ่ ดก สีแก่ เป็นต้น กับพันธุ์ที่ขึ้นเองดังที่รกร้างว่างเปล่า ซึ่งเป็นพันธุ์ดอกชั้นเดี่ยว ดอกเล็ก แล้วก็สีไม่เข้ม ซึ่งคนประเทศไทยส่วนมาก นิยมปลูกอัญชันดอกสีน้ำเงินเข้ม กลีบดอกซ้อน ดอกขนาดใหญ่แล้วก็ ดก เพราะว่านอกเหนือจากงดงามแล้ว ยังเอาไปใช้ผลดีได้หลายชนิด อีกด้วย
ลักษณะทั่วไป อัญชันจัดอยู่ในสกุล Fabaceae ซึ่งเป็นวงศ์ของถั่วในกรุ๊ปถั่วฝักเมล็ดกลม (pea) อาทิเช่น ถั่วลันเตา (green pea) ถั่วแระต้น (congo pea) ถั่วพู(manila pea)
โดยจัดเป็นไม้ล้มลุกเลื้อยพัน นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับตามรั้วหรือซุ้ม เถากลมเล็กเรียว สีเขียวอ่อน เถาอ่อน กิ่งอ่อน หูใบ ก้านใบ แกนใบประกอบ แผ่นใบด้านล่าง ก้านดอก ใบประดับ แล้วก็กลีบเลี้ยง มีขนนุ่ม แตกกิ่งก้านตามข้อใบ เถายาว 1-5 เมตร ใบประกอบแบบขนปลายคี่ เรียงสลับ ใบย่อย 2-3 คู่ ใบบาง สีเขียว แต่ละใบมี ใบย่อย 5-9 ใบ ใบย่อยรูปวงรีแกมขอบขนานหรือรูปวงรีปนไข่กลับ กว้าง 1-3 เซนติเมตร ยาว 2-5 เซนติเมตร ศูนย์กลางใบประกอบยาว 3-7 เซนติเมตร รวมก้านที่ยาว 1-3 เซนติเมตร ผิวใบมีขนปกคลุมทั้งคู่ด้าน หรือบางเวลาผิวด้านบนเกลี้ยง ขอบใบเรียบ โคนใบสอบ ปลายใบมน ปลายเป็นติ่งแหลมสั้นๆแผ่นใบเรียบ แผ่นใบค่อนข้างบาง เส้นแขนงใบ ข้างละ 4-5 เส้น หูใบรูปใบหอก ขนาดเล็ก ปลายแหลมยาว ยาว 2-5 มม. ดอกลำพัง ออกที่ซอกใบ มี 1-2 ดอก กลีบ รูปดอกถั่ว มี 5 กลีบ แบ่งเป็น 2 ปาก ปากด้านล่างขนาดใหญ่ ขอบมน กลีบดอกไม้ย่นย่อบาง ตรงกลางดอกมีแถบสีเหลืองขาว กลีบเลี้ยงสีเขียวมี 5 กลีบ โคนชิดกัน ยาว 1.5-2 เซนติเมตร แผ่นกลีบบาง ปลายแยกเป็น 5 แฉก แฉกลึกราวกึ่งหนึ่งหรือน้อยกว่า ปลายแฉกแหลมยาว ดอกมีสีสีน้ำเงิน ม่วง หรือขาว ตรงกลางกลีบสีเหลืองหม่นขอบสีขาว รูปดอกถั่ว แต่ละกลีบมีขนาดแตกต่างกัน มีกลีบใหญ่ที่สุด 1 กลีบ ซึ่งจะมีจุดแต้มสีเหลืองกึ่งกลางกลีบชนิดนี้เรียกว่าพันธุ์ดอกลา ครั้งคราวกลีบดอก 5 กลีบมีกลีบใหญ่มากกว่า 1 กลีบ ทำให้ดูเหมือนกับว่ามีกลีบหลายชั้น เรียกว่าพันธุ์ดอกซ้อน กลีบกลางรูปรีกว้างเกือบกลม ยาวประมาณ 3.5 ซม.ก้านกลีบสั้นๆในดอกสีน้ำเงินหรือชมพูมีปื้นสีขาวตอนกลางกลีบด้านโคน กลีบปีกแล้วก็กลีบคู่ด้านล่าง ขนาดเล็กกว่ากลีบกลางประมาณ กึ่งหนึ่ง มีก้านกลีบเรียวยาวเท่าแผ่นกลีบกลีบข้างรูปไข่กลับปนรูปขอบขนาน กลีบคู่ข้างล่างรูปรี เกสรเพศผู้ติดสองกลุ่ม 9 อัน ติดกันโดยประมาณ 2 ใน 3 ส่วน สะอาด ยาวเท่ากลีบปีกรวมทั้งกลีบคู่ล่างรังไข่รูปทรงกระบอก ยาวราวๆ 5 มิลลิเมตร มีขนยาวก้านเกสรเพศเมียเรียวยาว มีขนยาวหนาแน่นช่วงปลายภายใน ก้านช่อยาวราว 5 มิลลิเมตร ใบแต่งแต้มขนาดเล็กออกเป็นคู่ ยาว 2-3 มิลลิเมตร ใบเสริมแต่งย่อยมีขนาดใหญ่กว่าใบแต่งแต้ม มี 1 คู่ รูปไข่กว้างแทบกลม ขนาดราวๆ5 มม. มีเส้นใบชัดเจน ก้านดอกสั้นๆยาว 2-3 มิลลิเมตร ผลเป็นฝัก รูปดาบ แบนยาว ขนาดกว้าง 1-1.5 ซม. ยาว 5-12 เซนติเมตร มีขนสั้นนุ่ม ปลายเป็นจะงอยสั้นๆฝักอ่อนมีสีเขียว พอเพียงแก่มีสีน้ำตาลอ่อน แตกเป็น 2 ฝา เมล็ดรูปไตสีดำ ยาวได้ราวๆ 5 มิลลิเมตร ปริมาณ 6-10 เม็ด
ปกตินั้น ดอกอัญชันมี 3 สี คือ สี ขาว สีน้ำเงิน และก็สีม่วง ประเภทดอก สีม่วงนั้นบางตำราเรียนว่าเกิดขึ้นจากการผสมพันธุ์ระหว่างจำพวกดอกสีขาวกับพันธุ์ดอกสีน้ำเงิน ซึ่งนักเขียนยังคลุมเคลือว่าถูก เพราะเหตุว่าเคยได้เห็นอัญชันดอกขาวบางต้น มีกลีบสีขาวลายน้ำเงิน หมายความว่าเป็นพันธุ์ผสมระหว่างดอกขาวกับดอกน้ำเงิน แต่ข่มกันไม่ลงก็เลยแสดงออกมาทั้ง 2 สี ไม่กลายเป็นสีม่วงอย่างที่บอกในบางหนังสือเรียน
การขยายพันธุ์ อัญชันเป็นไม้เถาที่ปลูกได้ไม่ยาก มีความแข็งแรง ทนทาน จึงมีการปลูกทั่วไป โดยนิยมนำมาปลูกเป็นพืชข้างหลังบ้าน ริมรั้ว หรือ ซุ้มไม้ ส่วนการขยายพันธุ์สามารถทำได้ด้วยการใช้เม็ด ซึ่งมีวิธีการปลูกเป็น ถ้าเกิดปลูกเพื่อการค้าขายให้ปรับดินโดยการไถลูกพรวนแล้วใส่ปุ๋ยคอมในอัตรา 1 ต้น ต่อไร่ แล้วหว่านเมล็ดอัญชันลงไปในอัตรา 0.5-1 กิโลต่อไร่ และก็ให้น้ำด้วยระบบสปริงเกอร์ แต่ว่าโดยส่วนมากมักจะนิยมนำมาปลูกในฤดูฝนเพราะไม่ต้องให้น้ำ ส่วนการปลูกเป็นไม้ประดับให้ยกร่องขนาดกว้าง 1.20 เมตร ส่วนขนาดความยาวจากที่ต้องการ หลังจากนั้นย่อยดินและผสมปุ๋ยมูลสัตว์ลงไปแล้วขุดหลุมหยอดเมล็ด หรือนำต้นกล้าที่เพาะได้ลงปลูก โดยใช้ระยะปลูก (กว้างxยาว) 1x1 เมตร แล้วปักหลักและก็ทำค้างให้เถาเลื้อยเกาะ รดน้ำให้ชุ่มวันแล้ววันเล่าในตอนอาทิตย์แรก โดยทั่วไปแล้วอัญชันถูกใจขึ้นที่โล่งแจ้งที่ได้ รับแดดสุดกำลังถูกใจดินร่วนซุยผสมทรายที่ออกจะร่วนซุยแม้กระนั้นมีการระบายน้ำได้ดิบได้ดี ปกติอัญชันจะเลื้อย ได้ยาวราวๆ ๗ เมตร เมื่อถึง ฤดูแล้งจะแห้งตายไป แต่ถ้าเกิดมีน้ำ พอเพียงแล้วก็ดูแลอย่างเหมาะสม ก็สามารถปลูกแล้วก็ได้ดอกอัญชันตลอดปี
เมล็ด มีสาร adenosine, arachidic acid, campesterol, 4-hydroxycinnamic acid, p-hydroxy cinnamic acid, Clitoria ternatea polypeptide, ethyl-D-D-galactopyranoside, hex acosan-1-ol, palmitic acid, stearic acid, oleic acid, linoleic acid, linolenic acid, delphinidin 3,3´,5´-triglucoside, ß-sitosterol, J-sitosterol, avonol-3-glycoside, 3,5,7,4´-tetrahydroxy avone, 3-rhamnoglucoside รวมทั้ง anthoxanthin glucoside
ดอก มีสารในกลุ่ม ternatins ได้แก่ ternatin A1, A2, A3, B1, B2, B3, B4, D1 และ D2 สารที่ให้สีน้ำเงินในดอกคือ สาร delphinidin-3,5-diglucoside, delphinidin 3-O-ß-D-glucoside, 3´-methoxy-delphinidine-3-O-ß-D-glucoside
ใบ มีสาร aparajitin, astragalin, clitorin, ß-sitosterol, kaempferol-3-monoglucoside, kaempferol-3-rutinoside, kaempferol-3-O-rhamnosyl-galactoside, kaempferol3-O-rhamnosyl-O-chalmnosyl-O-rhamnosyl-glucoside, kaempferol3-neohesperiodoside, แล้วก็ kaempferol-3-O-rhamnosyl-glucoside
 
ผลดี / สรรพคุณ
 
อัญชันมีการประยุกต์ใช้ทำประโยชน์หลายสิ่งหลายอย่าง ดังเช่นว่า สีจากดอกอัญชัน นิยมใช้ดอกสีน้ำเงินซึ่งมีสาร Anthocyanin ใช้ ทำสีของหวาน เป็นต้นว่า ขนมดอกอัญชัน ขนมช่อม่วง ทำน้ำดื่มสมุนไพร ได้ น้ำสีม่วงสวยเพราะสีของดอกอัญชันละลายน้ำได้และก็สีแปลง ไปตามความเป็นกรดด่างเหมือน กระดาษลิตมัสที่ใช้ตรวจตราความเป็นกรดด่างของสารละลาย ส่วนดอกอัญชันสามารถใช้กินเป็นผักได้อีกทั้ง จิ้มน้ำพริกใหม่ๆหรือชุบแป้งทอด
ในตอนนี้อัญชัน ซึ่งถูกนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สมัยใหม่ ได้แก่ ยาสระผม และยานวดผมจากดอกอัญชัน (สีน้ำเงิน) กำลัง ได้รับการพัฒนาให้ล้ำสมัยและมีคุณค่ามากขึ้น ซึ่งคุณลักษณะของดอกอัญชันสำหรับการรักษาเส้นผมให้ดกดำ คุ้มครองป้องกันผมตกรวมทั้งช่วยปลูก ผมให้ดกหนาขึ้น รวมทั้งใช้นำมาเป็นส่วนผสมในเครื่องแต่งตัวหรือใช้ทำเป็นสีผสมอาหารฯลฯ
นอกจากนี้หลายประเทศในแถบเอเซียอาคเนย์ นิยมใช้ดอกหุงกับข้าวเพื่อข้าวมีสีม่วงหรือน้ำเงินอ่อน ทำให้น่ากินเพิ่มขึ้น แล้วก็ในประเทศประเทศฟิลิปปินส์ใช้ฝักอ่อนรับประทานเป็นผัก ประเทศมาเลเซียมักปลูกเป็นพืชปกคลุมแปลงสวนยาง บางประเทศในแถบแอฟริกาปลูกเป็นพืชคลุมแปลงบำรุงดิน หรือปลูกเป็นไม้ประดับตามรั้วบ้าน แล้วก็ใช้เป็นพืชอาหารสัตว์ ส่วนคุณประโยชน์ทางยานั้น ตามตำรายาไทย ใช้ เมล็ด รสมัน เป็นยาระบาย แต่มักทำให้คลื่นไส้คลื่นไส้ ราก รสขมเย็น
(นิยมใช้ รากดอกขาว) ขับเยี่ยว แก้เยี่ยวทุพพลภาพ เป็นยาระบาย ฝนหยอดตาแก้ตาเจ็บ ตามัว ทำให้ตาสว่าง บำรุงดวงตา ใช้รากแปรงฟัน ทำให้ฟันทน แก้ปวดฟัน ราก รสเบื่อเมา ปรุงเป็นยารับประทานรวมทั้งพอก ทำลายพิษหมาบ้า ดอก โบราณใช้อัญชันสำหรับในการปลูกผมรวมทั้งคิ้วเด็กอ่อน หยุดการร่วงของหนังศีรษะอ่อนแอทำสีผมหงอกให้เป็นสีดำ ใช้ตำเป็นยาพอกหรือคั้นเอาน้ำทาแก้ฟกช้ำบวม แก้พิษแมลงกัดต่อย ใบรวมทั้งรากฝนเอาน้ำหยอดตา แก้ตาเฉอะแฉะ ตาพร่า ส่วนตำรายาพื้นบ้าน ใช้ ราก ฝนกับรากสะอึกแล้วก็น้ำแช่ข้าว กินหรือทา แก้งูสวัด
สำหรับเพื่อการใช้ประโยชน์ในต่างชาติ ตามตำราอายุรเวทศาสตร์ของอินเดีย มีการนำส่วนรากและเมล็ดของอัญชันใช้เป็นยาบำรุงร่างกายแล้วก็บำรุงสมอง รวมถึงใช้เป็นยาระบายและขับปัสสาวะแล้วก็ในแถบอเมริกา มีรายงานการใช้น้ำต้มจากส่วนรากเพียงอย่างเดียวหรือน้ำสุกจากรากและก็ดอกร่วมกันเป็นยาบำรุงเลือด ส่วนเม็ดใช้เป็นยาระบายขับเยี่ยว และขับพยาธิ ส่วนสำหรับในการหมอแผนปัจจุบันระบุว่าดอกอัญชันมีสารแอนโธไซยานิน ซึ่งเป็นสารสีม่วงอยู่มาก มีคุณสมบัติเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายได้อย่างดีเยี่ยมเพิ่มมากขึ้น เช่น เส้นโลหิตส่วนปลาย ทำให้เลือดไปเลี้ยงรากผมมากขึ้น หรือทำให้กลไกที่ทำงานเกี่ยวกับแลเห็นแข็งแรงขึ้น เพราะว่ามีเส้นเลือดมากขึ้นเรื่อยๆแล้วก็ที่สำคัญยังช่วยลดความเสื่อมของการเกิดสภาวะเส้นโลหิตอุดตัน ช่วยต้านทานอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยสำหรับเพื่อการชะลอวัยและริ้วรอยที่วัย ช่วยสำหรับในการบำรุงสมอง ช่วยล้างสารพิษรวมทั้งของเสียออกมาจากร่างกาย ช่วยต้านโรคเบาหวานเป็นต้น
ต้นแบบ / ขนาดวิธีการใช้ ใช้บำรุงดวงตา แก้ตาเจ็บขับฉี่ แก้เหน็บชา ดอกอัญชันอบแห้ง 20 กรัม เพิ่มเติมน้ำที่สะอาด 500 ซีซี ต้มจนกระทั่งเดือนต่อจากนั้นต้มต่ออีก 2 นาที ยกลง ปล่อยให้เย็น กรองใส่ขวดใช้กิน แก้ปวดฟัน , ช่วยทำให้ฟันทน ใช้รากสดเช็ดตามฟันซีที่อยากได้ , แก้ตาเจ็บ , บำรุงดวงตา ใช้รากฝนกับน้ำแล้วหยอดตาหรือใช้รากต้มกับน้ำใช้ดื่ม เป็นยาระบาย ขับปัสสาวะแก้เยี่ยวทุพพลภาพ ดอกสดใช้ตำเป็นยาพอกหรือคั้นเอาน้ำทาบริเวณที่ฟกช้ำรวมทั้งใช้แก้พิษแมลงกัดต่อย
 
การเรียนรู้ทางเภสัชวิทยา
 
ฤทธิ์ผ่อนคลายความเครียดและไม่สบายใจ ศึกษาฤทธิ์ผ่อนคลายความเครียดและกังวลของพืชที่มีสรรพคุณบำรุงสมองตามตำราอายุรแพทย์ศาสตร์ของอินเดีย พบว่าสารสกัดเมทานอล รากอัญชัน ขนาด มิลลิกรัม/กิโลกรัม น้ำหนักตัว ส่งผลไม่สบายใจน้อยลงของหนูเม้าส์ เมื่อทดลองด้วยแนวทาง elevated plus-maze (EPM) ซึ่งเป็นกระบวนการทดสอบที่ทำให้หนูเกิดความกลัว รวมทั้งการป้อนสารสกัดเมทานอลรากอัญชัน ขนาด 50, 100 รวมทั้ง 200 มก./กิโลกรัม น้ำหนักตัว ให้แก่หนูเม้าส์ก่อนนำไปทดลองรั้งนำให้เกิดความตึงเครียดด้วยวิธี forced swimming test (FST) พบว่าสารสกัดเมลานอลรากอัญชันทุกขนาด มีฤทธิ์ต้านทานความตึงเครียด โดยการทำให้ค่า immobility time period น้อยลง เมื่อเทียบกับหนูที่ถูกป้อนด้วยน้ำดื่มเพียงอย่างเดียว แล้วก็ในการศึกษาฤทธิ์ระงับความเครียดของอัญชัน ในหนูแรทด้วยแนวทาง tail suspention test (TST) รวมทั้ง FST โดยการทำการป้อนสารสกัดเอทานอลรากอัญชัน ขนาด 150 แล้วก็ 300 มก./กิโลกรัม น้ำหนักตัว พบว่าสารสกัดเอทานอลนากอัญชันทั้งคู่ขนาดมีฤทธิ์ผ่อนคลายความเครียดของหนูแรทจากการทดสอบทั้งสองประเภท โดยมีค่า immobility time period ต่ำลงเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม
การป้อนสารสกัดเมทานอลจากส่วนเหนือดินของอัญชันขนาด 30,100,200 และ 400 มิลลิกรัม/กก. น้ำหนักตัว ให้แก่หนูเม้าส์ 60 นาทีก่อนนำไปทดลองด้วยวิธีต่างๆได้แก่ EPM, TST รวมทั้ง light/dark exploration พบว่าสารสกัดเมทานอลอัญชันขนาด 100 – 400 มิลลิกรัม/กิโลกรัมน้ำหนักตัว มีฤทธิ์คลายเครียดและก็กังวลเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม นอกจากนี้การฉีดสารสกัดเอทานอลจากดอกอัญชัน ขนาด 100 และ 200 มิลลิกรัม/กิโลกรัม น้ำหนักตัว เข้าทางช่องท้องหนูแรทมีฤทธิ์คลายความวิตกกังวล เมื่อกระทำทดลองด้วยรูปแบบต่างๆอาทิเช่น EPM, TST รวมทั้ง Rota Rod test โดยขนาด 200 มก./กิโลกรัม น้ำหนักตัว ให้ผลดียิ่งกว่าขนาด 100 มิลลิกรัม/กิโลกรัมน้ำหนักตัว

ฤทธิ์กระตุ้นการเรียนแล้วก็ความจำเรียนรู้ฤทธิ์กระตุ้นการเรียนรวมทั้งฟื้นฟูความจำของสารสกัดเอทานอลใบอัญชัน จากภาวการณ์สูญเสียความจำที่มีต้นเหตุจากการป่วยเป็นโรคโรคเบาหวาน โดยทำการทดลองในหนูแรทที่ถูกเหนี่ยวนำให้เป็นเบาหวานด้วยการฉีด streptozotocin จากนั้นป้อนสารสกัดเอทานอลใบอัญชันให้กับหนูขาววันละ 200-400 มก./กก. น้ำหนักตัว นาน 75 วัน วัดความสามารถในการจำตำแหน่งของวัตถุหรือสิ่งที่อยู่รอบข้างด้วยแนวทางต่างๆได้แก้ Y-maze test , mirrow water maze test และก็ radial arm maze test ในวันที่ 71 และก็ 75 ของการทดลอง ผลจากการเล่าเรียนพบว่า หนูที่ถูกป้อนสารสกัดเอทานอลใบอัญชันทั้งคู่ขนาด มีความสามารถสำหรับในการศึกษาและก็ความจำดียิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับหนูกลุ่มควบคุม นอกจากนั้นจากการวัดค่าชีวเคมีในเลือดหนูพบว่า การป้อนสารสกัดเอทานอลใบอัญชันทั้งคู่ขนาด มีความรู้และความเข้าใจสำหรับในการเรียนรู้และความจำดีขึ้นเมื่อเทียบกับหนูกรุ๊ปควบคุม นอกเหนือจากนั้นจกาการวัดค่าชีวเคมีในเลือดหนูพบว่า การป้อนสารสกัดเอทานอลใบอัญชัน มีผลยับยั้งลักษณะการทำงานของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี acetycholinesterase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ทำหน้าที่สลายacetylcholine ที่ทำหน้าที่เป็นสารสื่อประสาท เกี่ยวข้องกับกระบวนการเรียนรู้รวมทั้งความจำ นอกเหนือจากนี้ยังเพิ่มระดับของเอนไซม์ที่เกี่ยวเนื่องกับกระบวนการต้านอนุมูลอิสระ เป็นต้นว่า superoxide dismutase (SOD) ,catalase (CAT) แล้วก็ glutauhione (GSH) อีกด้วยแสดงให้เห็นว่าสารสกัดเอทานอลใบอัญชันมีฤทธิ์บำรุงสมองกระตุ้นการเล่าเรียนแล้วก็ช่วยฟื้นความทรงจำ จากสภาวะที่มีอาการป่วยเป็นโรคเบาหวานในหนูทดลองได้ และจากการเล่าเรียนฤทธิ์เครียดลดลงแล้วก็วิตกกังวลของพืชที่มีคุณประโยชน์บำรุงสมองตามตำราอายุรเวทศาสตร์ของอินเดียพบว่า สารสกัดเมทานอล 80% จากรากอัญชัน ขนาด100 และ 200 มิลลิกรัม/กิโลกรัม น้ำหนักตัว เมื่อป้อนให้แก่หนูเม้าส์ ส่งผลกระตุ้นการเล่าเรียนและความจำของหนู เมื่อทดลองด้วยแนวทาง step-down passive avoidance model ซึ่งเป็นขั้นตอนการทดสอบการกระทำหลบเลี่ยงการเสริมแรงทางลบ (negative reinforcement)
การเรียนรู้ฤทธิ์กระตุ้นการศึกษาแล้วก็ความจำของอัญชันในหนูแรทแรกเกิด (อายุ 7 วัน) โดยการทำการป้อนสารสกัดน้ำรากอัญชัน ขนาดวันละ 50แล้วก็ 100 มิลลิกรัม/กิโลกรัม นาน 30 วัน แล้วนำไปทดสอบแนวทางในการศึกษาเรียนรู้รวมทั้งจำด้วยแนวทาง passive avoidance test รวมทั้ง T-maze test พบว่าหนูที่ได้รับสารสกัดน้ำอัญชันได้ผลการทดลองดียิ่งกว่าหนูกรุ๊ปควบคุมอย่างเป็นจริงเป็นจัง โดยไม่มีผลต่ออัตราการเคลื่อนไหวหรือนำมาซึ่งอาการเซื่องซึม นอกจากนั้นยังพบว่าสารสกัดน้ำรากอัญชัน ขนาด 100 มก./กก. น้ำหนักตัว มีผลเพิ่ม acetylcholine ในสมองรอบๆ hippocampus ของหนูแรททั้งในวัยทารกและหนูที่อยู่ในวัยสมบูรณ์พันธุ์อีกด้วย
ฤทธิ์ต้านการอักเสบและก็แก้ปวด ศึกษาฤทธิ์แก้ปวดของอัญชันในหนูเม้าท์ที่ถูกรั้งนำให้กำเนิดลักษณะของการเจ็บปวดด้วยการฉีดกรดอะซีตำหนิก (acetic acid) เข้าทางช่องท้อง หลังจากได้รับสารทดสอบ แบ่งหนูเม้าส์ออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 เป็นกรุ๊ปควบคุม กลุ่มที่ 2 ป้อนยาพารา diclofenac sodium ขนาด 10 มก./กิโลกรัมน้ำหนักตัว กลุ่มที่ 3 รวมทั้ง 4 ป้อนสารสกัดเมทานอล/น้ำจากใบอัญชันขนาด 200 และก็ 400 มก./กิโลกรัม น้ำหนักตัวตามลำดับ หลังจากนั้นพินิจพฤติกรรมการบิดงอตัวของหนู ซึ่งเป็นอาการแสดงออกถึงความเจ็บปวด ผลจากการทดลองพบว่า หนูเม้าส์ที่ได้รับสารสกัดเมทานอลใบอัญชันทั้งสองกรุ๊ปควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งพบว่าสารสกัเมทานอล/น้ำจากใบอัญชันให้ผลดียิ่งกว่ากรุ๊ปที่ให้ยาแก้ปวด diclofenac sodium เมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์การลดลงของอาการบิดขดตัว (%inhibition of writhing) เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม กลุ่มที่ได้รับสารสกัดเมทานอล/น้ำจากใบอัญชันขนาด 200 แล้วก็ 400 มก./กก. น้ำหนักตัวมีค่าพอๆกับ 82.67 แล้วก็ 87.87 % ตามลำดับ ในขณะกรุ๊ปที่ได้รับยาพารา diclofenac sodium มีค่าเท่ากับ 77.72% แสดงให้เห็นว่าสารสกัดเมทานอล/น้ำจากใบอัญชันมีฤทธิ์แก้ปวด รวมทั้งในการศึกษาเรียนรู้ฤทธิ์แก้อักเสบของอัญชันในหนูแรทที่ถูกรั้งนำให้เกิดการบวมรวมทั้งอักเสบด้วยการฉีดสาร carrageenan เข้าที่บริเวณฝ่าตีน โดยการทำการป้อนสารสกัดปิโตรเลียมอีเทอร์ดอกอัญชัน ขนาด 200 และ 400 มก./กิโลกรัม น้ำหนักตัว เปรียบเทียบกับการให้ยาแก้ปวด diclofenac sodium พินิจและวัดอาการปวดของอุ้งเท้าหนูด้วยเครื่อง plethismometer ผลจากการทดสอบพบว่า หนูที่ได้รับสารสกัดน้ำมันปิโตรเลียมอีเทอร์ ดอกอัญชันทั้งสองขนาดมีลักษณะบวมของฝ่าเท้าน้อยกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งเมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์การต่ำลงของอาการบวมของอุ้งเท้า (%inhibition of paw) เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม กรุ๊ปที่ได้รับสารสกัดน้ำมันปิโตรเลียมอีเทอร์ดอกอัญชันขนาด 200 รวมทั้ง 400 มก./กก. น้ำหนักตัว มีค่าพอๆกับ 14 รวมทั้ง 21% ตามลำดับ และกรุ๊ปที่ได้รับยาแก้ปวด diclofenac sodium พอๆกับ 38% ทำให้เห็นว่าสารสกัดปิโตรเลียมอีเทอร์ดอกอัญชันมีฤทธิ์ต่อต้านการอักเสบแต่ว่ายังมีคุณภาพน้อยกว่ายา diclofenac sodium นอกจากนั้นเมื่อศึกษาค้นคว้าฤทธิ์แก้ปวดของสารสกัดน้ำมันปิโตรเลียมอีเทอร์ดอกอัญชันทั้งคู่ขนาดในหนูเม้าส์ เปรียบเทียบกับยาพารา pentazocine ซึ่งฉีดเข้าทางช่องท้องหนู โดยทดลองด้วยวิธี Eddy's hot plate method พบว่าสารสกัดน้ำมันปิโตรเลียมอีเทอร์ดอกอัญชันขนาด 400 มก./กก. น้ำหนักตัว มีฤทธิ์ต้านลักษณะของการเจ็บปวด แต่ยังมีประสิทธิภาพน้อยกว่ายา pentazocine
ฤทธิ์ช่วยสำหรับการนอนหลับ เรียนรู้ฤทธิ์ด้านเภสัชวิทยาระบบประสาท (neurophamacological study) ของอัญชันในหนูเม้าส์ โดยการฉีดสารสกัดเอทานอลรากอัญชันเข้าช่องท้องขนาด 50,100 แล้วก็150 มิลลิกรัม/กก. น้ำหนักตัว ก่อนนำไปทดสอบด้วยแนวทาง head dip test รวมทั้ง Y-maze test พบว่าสารสกัดเอทานอลรากอัญชันขนาด 100 และ 150 มก./กก. น้ำหนักตัว ส่งผลลดอาการผงกศีรษะ (head dip) และก็ระยะเวลาการวิ่งในกล่องรูปตัว Y ลดน้อยลงอย่างเป็นจริงเป็นจังเมื่อเปรียบเทียบกับกรุ๊ปควบคุม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสารสกัดเอทานอลรากอัญชัน มีฤทธิ์ลดพฤติกรรมการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติรวมทั้งความพอใจต่อสภาพแวดล้อมของหนูเม้าส์ นอกเหนือจากนั้นยังพบว่า สารสกัดเอทานอลราอัญชัน[/url]เข้าทางช่องท้องของหนู 30 นาที ก่อนฉีดยานอนหลับดังกล่าว โดยการทำให้ระยะเวลาการนอนหลับของหนูนานขึ้นอย่างเป็นจริงเป็นจังเมื่อเทียบกับการฉีดยาphenobarbitone เพียงอย่างเดียว

ฤทธิ์ต้านทานการยึดกลุ่มของเกล็ดเลือด การวิเคราะห์แยกสารanthocyanin กรุ๊ป ternatins ที่สกัดได้จากดอกอัญชัน แล้วก็เรียนฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของสารดังที่กล่าวถึงมาแล้วในหลอดทดสอบ (in vitro) พบว่า สาร ternatin D1 จากดอกอัญชันมีคุณลักษณะยับยั้งการยึดกลุ่มของเกล็ดเลือดกระต่ายที่รั้งนำโดย collagen และก็ adenosine diphosphate (ADP)
ฤทธิ์ลดไข้ เรียนฤทธิ์ลดไข้ของอัญชันในหนูแรทที่ถูกรั้งนำให้อุณหภูมิร่างกายสูงมากขึ้นด้วยการฉีดเชื้อยีสต์เข้าด้านใต้ผิวหนัง ขนาด 10 มิลลิลิตร/กิโลกรัม น้ำหนักตัว หลังจากนั้น 19 ซม.แบ่งหนูออกเป็น 5 กลุ่ม (กลุ่มละ 6 ตัว) กรุ๊ปที่ 1 ให้เป็นกลุ่มควบคุม กลุ่มที่ 2 ป้อนยาพาราเซตามอลขนาด 150 มก./กิโลกรัม น้ำหนักตัว กรุ๊ปที่3-5 ป้อนสารสกัดเมทานอลรากอัญชัน ขนาด 200 , 300 และก็ 400 มิลลิกรัม/กก. น้ำหนักตัว เป็นลำดับ กระทำวัดปรอทร่างการทางทวารหนักของหนูที่ชั่วโมง 0,19,20,21,22 แล้วก็ 23 ของการทดสอบพบว่า สารสกัดเมทานอลรากอัญชันทุกขนาดส่งผลลดอุณหภูมิร่างกายของหนูลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม และก็ให้ผลไม่ได้ต่างอะไรจากกลุ่มที่ได้รับยาพาราเซตามอล
 
ฤทธิ์ต่อต้านเบาหวาน การเล่าเรียน
 
ฤทธิ์ต้านเบาหวานของอัญชันในหนูแรทที่ถูกรั้งนำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงโดยการฉีดสาร alloxan พบว่าการป้อนสารสกัดน้ำจากใบและดอกอัญชัน ขนาดวันละ 100-400 มก./กก. นาน 14-84 วัน ส่งผลลดระดับน้ำตาลในเลือด ระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือดคอเลสเตอรคอยล ไตรกลีเซอไรด์ แล้วก็ระดับโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี glucose-6-phosphatase ไปเป็นน้ำตาลและก็เพิ่มระดับอินซูลิน HDL-cholesterol และก็เอนไซม์ glucokinase ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการควบคุมระดับเดกซ์โทรสไปเก็บสะสมเป็นพลังงานสำรองในรูปของ glucogen ในตับรวมทั้งกล้ามเนื้อ ยิ่งไปกว่านี้ยังลดความย่ำแย่ของกลุ่มเซลล์ Islet of Langerhans จำพวก B-cells ในตับอ่อนซึ่งปฏิบัติหน้าที่ผลิตอินซูลิน จากการฉีดสาร alloxan ได้
ส่วนสำหรับในการทดสอบฤทธิ์ของอัญชันในผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งหน้าสำหรับบำรุงผิวพบว่าสารสกัดน้ำและก็สารสกัดเอทานอลจากดอกอัญชัน มีฤทธิ์ต้านทานอนุมูลอิสระเมื่อทดลองด้วยวิธี 2,2-diphenyl-1-picrylhdrazy (DPPH) ขึ้นรถสกัดน้ำจะมีฤทธิ์มากยิ่งกว่าสารสกัดเอทานอล ซึ่งมีค่าความเข้มข้นที่ยั้งอนุมูลอิสระได้ 50% (IC50) เท่ากับ 1 รวมทั้ง4 มก./มิลลิลิตร ตามลำดับ รวมทั้งเมื่อนำสารสกัดน้ำดอกอัญชันไปเป็นองค์ประกอบในเจลสำหรับทารอบดวงตาพบว่าฤทธิ์ต้านทานอนุมูลอิสระของอัญชันยังคงอยู่ แม้กระนั้นมีประสิทธิภาพน้อยกว่าครีมมาตรฐาน ทำให้อาจสรุปได้ว่าการใช้ดอกอัญชันเป็นส่วนประกอบในเครื่องแต่งหน้าสำหรับบำรุงผิวบางครั้งก็อาจจะได้ประโยชน์จากฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ
การศึกษาเล่าเรียนทางพิษวิทยา
การศึกษาเล่าเรียนความเป็นพิษแบบกระทันหัน ของสารสกัดปิโตรเลียมอีเทอร์จากดอกอัญชันในหนูแรทเพศเมียพบว่า การป้อนสารสกัดขนาด 2000 มก./กิโลกรัมน้ำหนักตัว ไม่ทำให้เกิดความเป็นพิษต่อหนูแต่อย่างใด รวมทั้งในการศึกษาความเป็นพิษของสารสกัดน้ำจากดอกอัญชันในหนูแรทเพศผู้ โ



GPSราคาถูก | เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ | Ran Online | Ragnarok | โปรโมชั่น | เกมส์ออนไลน์

Promotion
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

ฐานข้อมูลผิดพลาด
ลองอีกครั้ง ถ้าเกิดการผิดพลาดอีกครั้ง ให้แจ้งผู้ดูแลระบบด้วย
กลับ