ต้นตระกูล Huawei P Series

Advertisement


หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ต้นตระกูล Huawei P Series  (อ่าน 18 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
asianoned
Drift King
*****

การ์ม่า: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5614


ดูรายละเอียด อีเมล์










« เมื่อ: มกราคม 06, 2019, 02:13:51 am »



ล้อแม็ก แม็ก แม็กซ์แต่งรถ

↑ ลงทะเบียนรับข่าวสาร

ล้อแม็ก

Advertisement

ถ้าเอ่ยถึง Huawei พวก P Series ตัวแรกที่คิดถึงเลย ก็น่าจะหลีกเลี่ยงไม่พ้น Huawei P9 เพราะว่าช่วงที่เปิดฉากรุ่นนี้ออกมาเมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2559 ถือว่าเรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะด้วยความเป็นกล้องถ่ายรูปคู่ที่ได้รับการประสานของเทคโนโลยีที่เข้าร่วมพัฒนากับ LEICA จึงทำให้ Huawei P9 ที่สามารถถ่ายภาพที่มีรายละเอียดสูงได้อย่างงดงาม และยังได้รับความนิยมอยู่ในปัจจุบันนี้ วันนี้ผมจะพาไปย้อนรอยเรื่องกล้องถ่ายรูปของ Huawei P9 อีกครั้ง ไปดูกันครับ
 
 Huawei P9 มีกล้องถ่ายภาพหลัง 2 กล้องถ่ายรูปที่ทาง Huawei ได้ร่วมแรงกับทาง LEICA ซึ่งเป็นบริษัทกล้องขั้นตำนานมาร่วมดีไซน์กล้องถ่ายภาพให้กับทาง Huawei P9 โดยบริเวณกล้องถ่ายภาพหลังจะมีข้อความกำกับไว้ว่า LEICA ซึ่งล่าง LEICA จะเขียนไว้ว่า Summarit H 1:2.2/27 APSH ซึ่ง Summarit เป็นการบ่งบอกช่วงขนาดรูรับแสงของเลนส์ LEICA ส่วนเลขแนบท้าย 1:2.2 คือเลนส์มีรูรับแสงขนาด 2.2 และเลข 27 คือทางยาวโฟกัสเทียบเท่า 27mm ซึ่งนับว่าเป็นระยะที่ให้มุมกว้างที่พอเหมาะเลยทีเดียว
 
 โดยกล้องตัวแรกของ Huawei P9 เป็นกล้องถ่ายรูปที่มีเซนเซอร์รับภาพสี (RGB) ในขณะที่กล้องตัวที่ 2 จะเป็นกล้องถ่ายรูปที่ใช้เซ็นเซอร์รับภาพขาว-ดำ (Monochrome) ซึ่งให้ภาพที่คมชัดกว่า สามารถรับแสงได้มากกว่าปรกติ และการที่รับแสงได้มากกว่า นั่นหมายถึงปริมาณ noise ที่น้อยกว่านั่นเอง จึงได้คุณภาพของไฟล์ภาพที่ดีกว่า แต่กล้องทั้งสองตัวก็มีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ที่มีขนาดพิกเซล 1.25 ไมครอน, ไฟแฟลช LED แบบ Dual-Tone และระบบการโฟกัสภาพแบบ Hybrid Autofocus เช่นเดียวกันเลย อีกอย่างแม้จะแบ่งแยกเป็นกล้องถ่ายภาพ RGB กับ กล้องถ่ายรูป Monochrome แต่ว่ากล้องถ่ายภาพทั้งสองตัวจะทำงานร่วมกันอยู่แล้ว จึงเป็นเหตุให้ภาพที่ได้มีสีสัน และรายละเอียดปลีกย่อยในส่วนสีขาว-ดำคมชัดมากกว่าการถ่ายด้วยกล้องถ่ายภาพทั่วๆ ไป รวมทั้งสามารถปรับจุดโฟกัสหลังจากทำการถ่ายรูปได้ด้วยเช่นกัน

 ด้านกล้องถ่ายรูปหน้ามีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง 2.4 ซึ่งก็ยังนับว่ายังทำออกมาได้ดีทั้งที่จะไม่ใช่ LEICA แล้วก็ตาม และสามารถปรับระดับความฟรุ้งฟริ้งกิงก่องแก้ว หรือ Beauty Mode ได้ถึง 10 ระดับเลยทีเดียว ที่สำคัญคือกล้องถ่ายรูปหน้าของ Huawei P9 สามารถวัดแสงและชดเชยออกมาได้ค่อนข้างจะสว่าง หน้าขาวใส หากใครที่นิยมชมชอบเซลฟี่ ก็ไม่ควรพลาด ยิ่งกว่านั้นยังสามารถถ่ายได้แม้ในที่แสงน้อย ก็ยังทำได้ดีอีกเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่นท่านไปงานสังสรรค์ยามค่ำคืน แต่ต้องการเซลฟี่ ท่านก็สามารถถ่ายได้ทุกแห่ง โดยไม่ต้องสอดส่ายหาแสงจากที่ไหน เพราะจอของ Huawei P9 จะส่องสว่างทันทีที่คุณลั่นชัตเตอร์ ซึ่งทำงานยังกับแฟลชด้านหน้าเลยทีเดียว
 
 และถ้าหากเจาะลึกไปทีละโหมดการใช้งาน ก็คงเริ่มที่โหมดอัตโนมัติ ซึ่งเป็นโหมดที่ใช้งานสบายที่สุด เนื่องจากแค่เพียงยก Huawei P9 ขึ้นมาแล้วกดชัตเตอร์เท่านั้น เหมาะกับคนที่ไม่ค่อยอยากปรับอะไรมาก หรือผู้ที่ฝึกถ่ายรูป แต่อยากได้ภาพถ่ายที่สวยงาม โหมดอัตโนมัติก็สามารถตอบโจทย์ส่วนนี้ได้ดี ถัดมาเป็นโหมดโปร เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นฐานการถ่ายภาพอยู่บ้าง ซึ่งคุณสามารถเลือก ISO / WB / Shutter Speed แต่ไม่สามารถปรับรูรับแสงได้ โดยตัวเครื่องจะกำหนดพื้นฐานที่ 2.2 และในโหมดโปรสามารถเลือกบันทึกภาพเป็นแบบ raw file ได้ด้วย ถ้าหากว่าใครต้องการนำไปแต่งในโปรแกรมต่างๆ ต่อ แต่ก็ไม่ได้มีอานุภาพในการแต่งเยอะมากมาย เนื่องด้วยข้อจำกัดเรื่องขนาดเซนเซอร์นั่นเอง
 
 ถัดมาเป็นโหมดขาว-ดำ ในกล้องถ่ายภาพ Monochrome ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งข้อดีเลยก็ว่าได้ เนื่องด้วยเป็นยี่ห้อแรกเริ่มที่มีกล้องถ่ายรูปสำหรับถ่ายขาวดำโดยเฉพาะซึ่งจะสามารถเก็บรายละเอียดปลีกย่อยความต่างแสง (Dynamic range) ได้มากกว่าถ่ายแบบสี ซึ่งได้ภาพที่คมชัด สวยงามมาก เหมือนยังกะมาจาก LEICA ซะเองเลย และอีกโหมดที่น่าสนใจคือ โหมด Wide Aperture ซึ่งเป็นโหมดหน้าชัดหลังเบลอนั่นเองซึ่งในโหมดนี้เป็นการจำลองรูรับแสง ซึ่งสามารถปรับต่ำสุดได้ที่ F 0.95 และสูงสุดที่ F 16 ซึ่งอาจจะทำได้ไม่ดีราวกับกล้องถ่ายรูปใหญ่อย่าง DSLR เนื่องมาจากมีขนาด Sensor ที่เล็กกว่านั่นเอง แต่ก็ไม่ได้ทำออกมาจนน่าอาย
 
 และโหมดสุดท้ายนี้ที่ไม่แนะนำมิได้ นั่นคือ โหมดถ่ายกลางคืน หรือว่า Night mode นั่นเอง ซึ่งหากท่านมีขาตั้งอีกตัว ภาพที่ท่านจะได้นี่เทียบเท่ากล้องถ่ายภาพใหญ่ๆได้เลยนะ เพราะหากปราศจากขาตั้งกล้อง อาจทำให้ภาพสั่นไหวได้ และโหมดนี้ท่านสามารถเลือก ISO ได้สูงสุดที่ 1600 และ Shutter Speed เลือกเปิดได้นานถึง 32 วินาทีเลยทีเดียว แต่หากว่าไม่อยากเปลี่ยนอะไร ก็สามารถให้ระบบเลือกให้ออโต้ได้เลย
 
 นี่เป็นส่วนหนึ่งเท่านั้นของ Huawei P9 ซึ่งยังมีประเด็นสำคัญ สเปคการใช้งานต่างๆ ที่น่าศึกษาอีกมากมาย แต่อย่างที่เสนอไปในข้างต้น ว่า Huawei สาย P Series นั้น มีจุดเด่นที่กล้องอยู่แล้ว ซึ่งถ้าหากว่าใครที่โปรดปรานการถ่ายภาพ และต้องการภาพถ่ายที่ค่อนข้างมีคุณภาพเทียมเท่ากล้องถ่ายรูปใหญ่ๆ แถมสามารถพกพาได้อย่างสะดวกมากกว่าพกกล้องจริงๆ เสียอีก ก็ขอแนะนำเครื่องนี้เลย ซึ่งเดี๋ยวนี้ Huawei P9 ราคาได้ลดลง ซึ่งเริ่มต้นเพียง 7,300 บาทเท่านั้น ซึ่งแต่ละเว็บไซต์ หรือห้างร้าน ราคาอาจแตกต่างกันออกไป อย่างไรก็ลองตรวจสอบราคากันอีกครั้งนะขอรับ
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : Huawei p9 ราคา

Tags : Huawei p9,Huawei p9 ราคา,รีวิว Huawei P9



GPSราคาถูก | เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ | Ran Online | Ragnarok | โปรโมชั่น | เกมส์ออนไลน์

Promotion
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


Related Topics
หัวข้อ เริ่มโดย ตอบ อ่าน กระทู้ล่าสุด
เทือกเถาเหล่ากอ Huawei P Series
สินค้าอื่นๆ
uchaiyawat 0 296 กระทู้ล่าสุด สิงหาคม 22, 2018, 09:01:58 am
โดย uchaiyawat
ต้นตระกูล Huawei P Series
สินค้าอื่นๆ
uchaiyawat 0 274 กระทู้ล่าสุด กันยายน 09, 2018, 02:05:34 pm
โดย uchaiyawat
บรรพบุรุษ Huawei P Series
สินค้าอื่นๆ
mmhaloha 0 274 กระทู้ล่าสุด ตุลาคม 27, 2018, 04:04:18 pm
โดย mmhaloha
เทือกเถาเหล่ากอ Huawei P Series
สินค้าอื่นๆ
asianoned 0 274 กระทู้ล่าสุด ตุลาคม 31, 2018, 10:33:00 am
โดย asianoned
ต้นตระกูล Huawei P Series
สินค้าอื่นๆ
mmhaloha 0 260 กระทู้ล่าสุด พฤศจิกายน 12, 2018, 03:28:57 pm
โดย mmhaloha
เทือกเถาเหล่ากอ Huawei P Series
สินค้าอื่นๆ
asianoned 0 244 กระทู้ล่าสุด ธันวาคม 10, 2018, 12:48:47 pm
โดย asianoned
รากเหง้า Huawei P Series
สินค้าอื่นๆ
mmhaloha 0 289 กระทู้ล่าสุด ธันวาคม 25, 2018, 05:00:38 pm
โดย mmhaloha
ฐานข้อมูลผิดพลาด
ลองอีกครั้ง ถ้าเกิดการผิดพลาดอีกครั้ง ให้แจ้งผู้ดูแลระบบด้วย
กลับ