แนะนำดูแลการใช้ รักษาหูดหงอนไก่ พร้อมให้คำแนะนำ ติดต่อได่

Advertisement


หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: แนะนำดูแลการใช้ รักษาหูดหงอนไก่ พร้อมให้คำแนะนำ ติดต่อได่  (อ่าน 16 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Posthizzt555
Drift King
*****

การ์ม่า: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 12778


ดูรายละเอียด อีเมล์










« เมื่อ: มีนาคม 09, 2019, 10:12:57 am »



ล้อแม็ก แม็ก แม็กซ์แต่งรถ

↑ ลงทะเบียนรับข่าวสาร

ล้อแม็ก

Advertisement

ด้วการดูแลรักษาโรคหูดหงอนไก่ในระยะรุกลุกลามเป็นก้อน
รอบนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับการรักษาในระยะที่หูดบานจนกระทั่งเป็นดอกกะหล่ำหรือเป็นก้อนเนื้อใหญ่แล้วเกินระยะที่จะให้ยารักษาหูดหงอนไก่แล้วครับผม
ระยะนี้มีคนโทรมาถามอยู่เสมอเนื่องด้วยปลดปล่อยไว้นานไม่ได้กระทำรักษามาเลยเป็นปีขอรับ แล้วก็เป็นส่วนมากที่สุดที่โทรมาไต่ถามการสั่งตัวยาแล้วก็ถามข้อมูลตัวยากับผม วันนี้ก็เลยหาเวลามาอัพเดทข้อมูลให้ครับ
ตอนนี้จะใช้ยาแบบทาไม่ค่อยสำเร็จแล้วนะครับ จึงชี้แนะว่าถ้าเป็นระยะนี้ท่านจะเสี่ยงกับโรคอื่นๆตามมาแล้วครับ
ขั้นแรกเลย เป็นเนื้อหูดจะเริ่มลามลงลึกไปในส่วนที่อับชื้นที่สุดตัวอย่างเช่นท่อฉี่ รูทวาร ในส่วนนี้จะทำให้มีปัญหาต่อระบบทางเดินเยี่ยวรวมทั้งระบบขับถ่ายได้ท้ายที่สุด อาจจะต้องกระทำผ่าตัดในกรณีที่หูดอยู่ลึกและไม่สามารถจี๋ไฟฟ้าได้
การรักษา คนที่เป็นอยู่ช่วงนี้ครับ ถ้ารู้ดีว่าตัวเองมีตุ่มหูดที่มากพอสมควรติ่งมีขนาดใหญ่ราวปลายนิ้วก้อย ชี้แนะให้รีบเจอหมอเลยครับผม ช่วงนี้ไม่เสนอแนะให้สั่งยาไปทาแล้วครับผม แพทย์จะทำการจี๋ไฟฟ้า หรือจี้เย็น ให้ครับผม การจี้อาจมีตั้งแต่ 1 ครั้ง ไปจนกระทั่ง 3 ครั้ง ตามอาการ และก็จำเป็นต้องมาเจอหมอผู้ที่ทำการรักษาสม่ำเสมอตามนัดเพื่อ follow up ด้วยครับผม เมื่อจี๋แล้วต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเกี่ยวกับความสะอาด ด้วยเหตุว่าแผลจากการจี้จำเป็นต้องใช้เวลาพักฟื้นพอควร 2-7 วัน
และก็จำเป็นต้องรู้เรื่องว่าการจี๋ไฟฟ้าไม่ใช่แนวทางที่จบครับผม มีหลายท่านโทรมาถามตลอดว่าเพราะเหตุใดจักจี้กระแสไฟฟ้าแล้วถึงยังไม่หาย ซักพักก็กลับมาเป็นอีกทำให้ต้องไปจี้อีก เนื่องจากการจี้กระแสไฟฟ้าเป็นเพียงแค่การทำลายเนื้อหูดให้หลุดไปเพื่อตัดการรุกลุกลามออกไปเฉพาะหน้าก่อน แล้วจึงมารักษาที่เชื้อไวรัสรวมทั้งภูมิต้านทานถัดไปนะครับ จึงย้ำเสมอว่าหากเป็นไปได้อย่าปล่อยให้หูดลามไปเรื่อยๆจนถึงเวลานี้ขอรับ
 
สำหรับคนที่พึ่งจะเริ่มเป็นไม่นานก็ลองดูในบทความก่อนๆที่ผมลงเนื้อหาสาระเกี่ยวกับการรักษาในทีแรกๆๆรวมทั้งตัวยาหวานใจษา และวิตามินเสริม ผมได้ลงข้อมูลไว้ครบสมบูรณ์แล้วครับ ลองย้อนมองครับ หากมีข้อมูลใหม่ๆเพิ่มเติมอีกจะอัพเดทให้รู้เรื่อยนะครับ
 
สวัสดีขอรับ ในบทความก่อนๆได้ชี้แนะในเรื่องของตัวยารักษาโรคหูดหงอนไก่กันไปแล้ว แม้กระนั้นก็ยังมีปัญหาสำหรับผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยเกี่ยวกับความประพฤติการทำงานที่ไม่เอื้อต่อการดูแลรักษาและเสริมสร้างภูมิต้านทานในการยับยั้งโรคนี้ บางคนหายแต่ว่าก็กลับไปติดเชื้อใหม่ได้ง่าย และก็บางคนใช้เวลาสำหรับในการรักษานานนับเดือนถึงหลายๆเดือนเนื่องจากสภาพการณ์ร่างกายมิได้พักผ่อนอย่างมาก สภาพการณ์เครียด ตัวยาจึงทำหน้าที่ได้ไม่เต็มคุณภาพ บางบุคคลที่ไปพบแพทย์อาจจะได้ยามารับประทานเพิ่มซึ่งก็คืิอตัวยาที่ช่วยเกี่ยวกับภาวการณ์เหล่านี้นั่นเองนะครับ ส่วนตัวยารักษาโรคนี้โดนตรงจะเป็นยาประเภททานะครับผมไม่ใช่ยารับประทาน ผมก็เลยเสนอแนะว่าหากให้ได้ผลดีรวมทั้งมีคุณภาพจะต้องทานวิตามินเสริมรวมทั้งออกกำลังกายพร้อมกันไปด้วยรวมถึงการพักผ่อนหย่อนใจครับผม
ส่วนนี้จะมาแนะนำสำหรับผู้ที่ใช้ยาใช้ภายนอกอยู่ไม่ว่าจะชนิดใดก็ตาม สามารถหาซื้อวิตามินรวมบำรุงร่างกายเหล่านี้จะมีขายตามร้านขายยาใหญ่ๆครับ ราคาอาจจะสูงหน่อยแต่ผลดีที่ได้เห็นชัดนะครับ

1 ฟาร์มาตอน

 
 
2 เซนทรัม                                                                                                                                             
 



3. แบล็คมอร์ มัลติวิตามิน



 
 
 
ตัวยาเหล่านี้ให้เลือกทานเพียง 1 ตัวเท่านั้นนะครับ ไม่จำเป็นต้องทานตลอด แต่ช่วงที่เป็นโรคหูดหรือกำลังรักษาคือช่วงที่สภาวะร่างกายมีปัญหาภูมิต้านทานในร่างกายต่ำ จึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลตัวเองอย่างเต็มที่  สามารถทานควบคู่กับยาทาจนกว่าหูดหงอนไก่จะหลุดออกและหายสนิทครับ 
การสังเกตลักษณะของอาการของหูดหงอนไก่เบื้องต้น (HPV)
 
 ทำความรู้จักกับโรคหูดหงอนไก่ ยารักษาหูดหงอนไก่ (ตุ่มที่อวัยวะสืบพันธุ์ เชื้อ HPV) แล้วก็กรรมวิธีรักษาหูดหงอนไก่อย่างถูกวิธี รวมถึงการดูแลสุขภาพรวมทั้งเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดหูด

 สวัสดีครับผม อันดับแรกเรามาทำความรู้จักกับเจ้าหูดหงอนไก่ในทางกายภาพกันก่อนนะครับ ข้อมูลทั้งหมดนี้นำมาจากประสบการณ์สมัยอยู่สารธาณสุขจังหวัดเป็นเวลากว่า 5 ปี และก็ได้มีการออกหน่วยและก็จัดอบรมกันมาทุกๆปี แต่ตอนนี้หูดหงอนไก่ก็ยังไม่ค่อยมีคนรู้จักกันแพร่หลายด้วยเหตุว่าอัตราส่วนของคนที่เป็นโรคเทียบกับจำนวนคนแล้วมีไม่ถึง 20เปอร์เซนต์ แถมใน 20 เปอร์เซนต์ ยังมีผู้ที่ติดเชื้อโรคและไม่แสดงอาการอีกมากกว่า 10 เปอร์เซนต์ ด้วยเหตุดังกล่าวก็เลยไม่น่าแปลกที่โรคนี้ก็เลยไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก
ลักษณะข้างนอก คนที่เริ่มเป็นจะสังเกตเห็นว่ามีตุ่มขึ้นที่อวัยวะเพศ และก็ รูทวาร แต่ว่าลักษณะของตุ่มจะไม่เหมือนกับผื่น รวมทั้ง ฝี หรือสิว ริดสีดวงอะไรประมาณนี้ หูดหงอนไก่จะมีติ่งเนื้อล้วนๆไม่มีหนองและก็อาการระบมบอบช้ำ รวมทั้งจุดที่มากยิ่งกว่าเดิมสำหรับผู้ชายจะขึ้นที่รอยแนวเส้นเลือดหนังห่อหุ้ม ปากท่อเยี่ยว รวมทั้งเพศหญิงจะขึ้นบริเวณขอบแคมอีกทั้ง 2 ข้าง และก็ทั้ง ญ และ ช สามารถกำเนิดถึงที่เหมาะรอบๆรูทวาร
ต่อไปนี้ลองมาดูภาพหูดอย่างคร่าวๆก่อนครับ ว่าลักษณะอย่างงี้คล้ายที่เกิดกับคุณไหม
เอาล่ะขอรับ พวกเราก็รู้จักหูดหงอนไก่ทางด้านกายภาพมาพอควร ต่อไปนี้มาถึงประเด็นการรักษากันเลยดีกว่าครับผม
การดูแลรักษาหูดหงอนไก่โดยธรรมดาไม่ว่าจะคลีนิค หรือ โรงหมอ ก็จะใช้วิธีแต้มยากัดหูดเป็นหลัก เป็นวิธีที่เห็นผลชะงัดสามารถกัดเม็ดหูดที่มีลักษณะกลมๆให้ยุ่ยแล้วก็หลุดออกมาทีละน้อย ถ้าเกิดคนใดมีประสบการณ์ไปหาหมอรักษามาจะรู้จักยาที่ชื่อว่า podophyllin รวมทั้ง กรด salicylic อย่างดีเยี่ยม ตอนจี้ใหม่ๆจะรู้สึกแสบๆแต่ว่าไม่ใช่ว่าจะหายเลยหรือหลุดในทันทีครับ แพทย์จะนัดหมายมาจี้อีกหลายรอบจนกว่าจะออกหมด และก็มีผู้คนจำนวนมากที่พากเพียรใช้วิธีรักษาแบบประชาชน เป็นสิ่งที่ผมจะเตือนให้ระวังนะครับว่าอย่าพยายามทำเด็ดขาด 1.การเอาความร้อนมาจี้ กาดใช้กรดของผลไม้ทางทำชาติและก็สังเคราะห์ ดังเช่นหอมแดง หรือพวก BHA ที่อยู่ในเครื่องแต่งหน้าต่างๆมาใช้ ขอเตือนว่าถ้าเกิดเป็นหูดตามแขนขาคงจะไม่เป็นไรแม้กระนั้นสำหรับหูดหงอนไก่ที่ขึ้นของลับไม่สมควรกระทำครับผม ควรที่จะใช้ยาให้ถูกกับโรคจะดีมากกว่า ครับ
ส่วนยาอีกตัวที่ใช้รักษาคือยา aldara นะครับ แต่ยาตัวนี้ส่วนมากจะเป็นคลีนิคเอกชน ใช้กันและก็ใช้สำหรับหูดที่พึ่งเริ่มขึ้นไม่กี่วัน ที่เป็นเม็ดเล็กๆแล้วก็ยาจะเหมาะสมกับเพศชายมากกว่า ซึ่งยาละลายน้ำง่ายสุดๆเมื่อใช้กับผู้หญิงจะไม่ค่อยได้ผลลัพธ์ที่ดีเท่าเพศชายขอรับ ยาทั้ง 2 ประเภทนี้เป็นยานำเข้าจากคลังเก็บของยาและก็ผู้นำเข้าอิสระซึ่งจะไม่ค่อยมีขายให้มองเห็นได้ทั่วๆไปขอรับ จำต้องศูนย์ยาใหญ่ๆจริงๆแต่ถ้าพบหมอก็จะสามารถได้รับยาตัวนี้มาทาหลังจากที่แพทย์แต้มให้ในหนแรกขอรับ เอาล่ะงั้นวันนี้คงจะเพียงพอเท่านี้ก่อนถ้าเกิดมีอะไรน่าสนใจจะมา update เขียนเพิ่มเรื่อยครับผม
สุดท้ายนี้สำหรับผู้ใดกันแน่ที่เป็นโรคนี้อยู่หรือยังไม่แน่ใจก็ตามสามารถติดต่อหรือถามไถ่ผมโดยตรงได้ขอรับยินดีให้การช่วยเหลือ รวมถึงผู้ที่ต้องการไปโรงพยาบาล หรือสถานที่รักษาโดยตรง ทั้งในเขต กรุงเทพมหานคร แล้วก็ ชนบท ผมสามารถแนะนำท่านได้ ตั้งแต่การเริ่มสังเกตุ การติดต่อเจอหมอ รวมทั้งโรงพยาบาลที่รักษาโดยตรง เพราะแต่ละคนอาจยังคลุมเคลือ หรือเปล่าทราบลักษณะของการมีอาการพื้นฐานก็ปลดปล่อยปะไม่มีความเอาใจใส่กระทั่งหูดลุกลามเป็นก้อน ตอนออกหน่วยมีคนไม่ใช่น้อย และก็ส่วนมากเป็นเพศชาย ที่ไม่กล้าพูดถาม หรือทำอะไร จนกระทั่งจำต้องใช้วิธีสุดท้ายคือผ่าตัด แล้วก็รักษาแผลพักฟื้นให้ยาแก้อักเสบกันหลายราย
มูลเหตุหลักที่ใช้ยาแล้วไม่เป็นผล
1. aldara cream อย่างที่รู้กันว่าเป็นตัวยาพื้นฐานสำหรับคนที่เริ่มเป็นระยะแรกๆ2-4 สัปดาห์ เดี๋ยวนี้ถ้าเกิดรู้ตัวไวแล้วก็รีบรักษาจะเห็นผลไวมากมาย แต่ว่าบางท่านคอยจนถึงเป็นเยอะแยะแล้วมาเริ่มป้ายยา ด้วยฤทธิ์ของยาที่อ่อนมากๆจึงไม่อาจจะช่วยให้หูดที่เป็นติ่งหลายๆติ่งหลุดออกได้ ตอนนี้ผมก็เลยเสนอแนะว่า ให้ใช้เป็นยา wart control ไปแต้ม podo ที่ โรงพยาบาล หรือไวสุดก็ทำจักจี้ไฟฟ้า เลยนะครับจะสมควรกว่า
2. แค่ทดลองสั่งไปเทส มีคนไม่ใช่น้อยนะครับต้องการรักษาหวังผลให้หาย แต่ว่าอยากเซฟค่าใช้จ่ายลองสั่งยา aldara ไปเทสดูก่อน 1 ซอง เพราะว่ากลัวแพงและไม่อยากจ่ายมาก ตรงนี้ต้องทำความเข้าใจขอรับว่า ยา aldara ที่จริงแล้วนั้น 1 ซองเล็กๆนั้นทำมาให้ใช้เพียง 1 ครั้งแค่นั้น มีจำนวนเพียงแต่ 250mg ซึ่งน้อยมากๆเล็กเท่าตราไปรษณียากรดวงเดียวเท่านั้น สำหรับเป็นน้อยๆบางทีอาจแบ่งใช้ได้ 2-3 ครั้ง ซึ่งคงยังไม่เพียงพอที่จะมองเห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรก็แล้วแต่ ผมจึงแนะนำว่าหากคิดจะรักษาแล้วทดลองใช้ก่อนอย่างต่ำๆ3 ซอง จะได้ผลว่าดีขึ้นไหมแล้วพอหลังจากนั้นก็ค่อยตกลงใจต่อว่าจะใช้ต่อหรือแปลงแนวทางรักษา แล้วผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยไม่รู้จักว่ายา aldara สามารถใช้ทาได้ถึง 16 สัปดาห์ครับผม จึงอยากให้รู้สึกว่าพวกเรายอมเสียตังค์เข้าโรงหมอหาหมอ หรือซื้อยารักษาตั้งแต่ขั้นแรกๆดียิ่งกว่าปล่อยไว้คอยจนถึงลุกลามมากแล้วทีนี้เสียแพงมากแค่ไหนก็จำเป็นต้องยอมจ่ายและก็การดูแลรักษาก็ยากกว่าด้วยนะครับ
3. ยังมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตแบบเดิมๆ ไม่รักษาความสะอาด ทานเครื่องดื่มแอลกอฮอลมาก รวมทั้งพักน้อย ตรงนี้สำคัญครับเพราะนอกจากตัวยาจะสามารถมีส่วนช่วยให้เราหายแล้วการดูแลตัวเองพร้อมกันไปด้วยก็สำคัญขอรับ เพราะโรคนี้คือเชื้อไวรัส เพราะฉะนั้นภูมิคุ้มกันพวกเราจึงมีส่วนสำคัญสำหรับในการต่อต้านโรคหูดหงอนไก่ หรือ เชื้อHPV ครับผม ลำพังถ้าหากร่างกายห่วยถึงจะมียาดีขนาดไหนก็เพียงแค่นั้นครับ
มาถึงความคิดที่หลายท่านคิดว่ามันจะหายเองโดยไม่รักษาครับผมจะต้องบอกเลยว่าสำหรับผู้ที่หายเองถามคำถามว่ามีมั้ย ก็มีขอรับ แม้กระนั้นส่วนน้อยมากมายๆไม่ถึง 20% ครับแล้วคนที่หายเองส่วนมากควรจะหายตั้งแต่ขั้นแรกๆที่หูดยังไม่รุกลาม แต่ว่าทั้งนี้ก็ยังได้โอกาสเกิดมาใหม่อีกครับ ผมจึงเสนอแนะว่าถ้าหากเป็นโรคนี้แล้ว อย่ารอนะครับ ถ้าเกิดสงสัยหรือไม่แน่ใจเจอแพทย์ให้วินิจฉัยหรือตรวจหารอยโรคดีมากยิ่งกว่าครับผม เพราะเหตุว่าถ้าเกิดรอจนหูดลามแล้วเพิ่งเริ่มรักษานับว่าเสียโอกาสรวมทั้งเป็นการเสียเวลาไม่ปกป้องเลยครับผม เนื่องจากทีแรกๆรักษาหายได้ง่ายสุดๆๆครับผม

หลีกเลี่ยงการใช้ยาบริเวณริมฝีปาก ดวงตา และจมูก
ไม่ควรปิดผิวหนังบริเวณที่ทายาด้วยผ้าพันแผลหรือพลาสเตอร์





ควรรีบเรียนรู้จัก ศึกษา ดูแล การป่วยเป็นโรคหูดหงอนไก่อย่างถูกวิธี [url=http://wartscaring.blogspot.com/]โรคหูดหงอนไกการดูแลตัวเองในระหว่างการดูแลรักษาหูดหงอนไก่

  • ติดตามการรักษาโดยการมาเจอแพทย์ตามนัดหมายอย่างสม่ำเสมอ
  • หมั่นตรวจของลับของตนเองเพื่อหารอยโรคอยู่เป็นประจำ
  • งดการร่วมเพศในระหว่างการรักษา แต่ว่าแม้มีความสำคัญก็ควรที่จะใช้ถุงยางด้วยทุกครั้ง เพื่อลดการแพร่ระบาดเชื้อ
  • ควรจะล้างมือให้สะอาดด้วยเจลแอลกอฮอล์เป็นประจำเป็นประจำ และก็หากสัมผัสรอยโรคให้ล้างรอบๆที่สัมผัสและก็ล้างมือให้สะอาดด้วยเจลแอลกอฮอล์
  • รักษาสุขลักษณะฐานรากให้ครบถ้วน เป็นต้นว่า การรักษาร่างกายแล้วก็ของใช้ให้สะอาด, ล้างมือให้สะอาดเป็นประจำ, รับประทานอาหารที่สุกสะอาด, งดการสูบบุหรี่ ดื่มสุรา ใช้สารเสพติด แล้วก็การสำส่อนทางเพศ, บริหารร่างกายอย่างสม่ำเสมอ, ทำจิตใจให้ยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นต้น
  • ในรายที่มีหูดหงอนไก่ขึ้นหลายที่ หรือเป็นๆหายๆอยู่บ่อยๆควรไปตรวจเลือดเพื่อดูว่ามีการติดเชื้อโรคไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่อง (HIV) หรือไม่
  • ในหญิงที่เป็นหูดหงอนไก่บริเวณปากมดลูก อาจเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูกมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคเอดส์หรือมีความประพฤติเสี่ยงเพิ่มขึ้น ยกตัวอย่างเช่น สูบบุหรี่หรือกินยาเม็ดคุมกำเนิดเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ฯลฯ ดังนั้น ควรต้องหาทางเลี่ยงความประพฤติเสี่ยงเหล่านี้ และก็ควรตรวจค้นโรคมะเร็งปากมดลูกในระยะแรกเริ่มขั้นต่ำปีละ 1 ครั้ง
  • ในระหว่างการดูแลรักษาหูดหงอนไก่ ถ้าเกิดคนป่วยมีอาการแตกต่างจากปกติ อาทิเช่น ผิวหนังรอบๆที่ทำการรักษามีลักษณะเจ็บ แดง ระคายเคืองเป็นรอบๆกว้าง หรือผู้เจ็บป่วยมีความกลุ้มใจในอาการที่เป็นอยู่ ควรจะรีบไปพบหมอก่อนนัดเสมอ
ยา Podophylline รักษาหูดหงอนไก่ (วิธีการใช้)
สำหรับผู้ที่เป็นหูดหงอนไก่ครับผม มาดูการรักษาด้วยยา podo ขอรับ
ยาที่ใช้รักษาหูดหงอนไก่ก็จะเรียกว่า 20% โปโดฟิลลีน (Podophylline) ทาทิ้งเอาไว้สัก 6 ชั่วโมงแล้วจึงล้างออก การทาให้ทาเฉพาะ ตรงพื้นที่ที่เป็นหูด, เป็นหงอนไก่ ทารวมทั้งเอาพวกวาสลีนทาทับหรือจะทาทับด้วยน้ำมันใส่ผมก็ได้ ทาเพื่อไม่ให้กำเนิดความเคืองต่อผิวหนังข้างๆจนเกิดผลได้
ยาควรจะทาน้อยๆใช้สำลีปั่นหูชุบหมาดๆ ป้ายวันเว้นวัน หรือ ทาทุกๆวัน รอบๆที่เป็นขึ้นกับมากน้อยเท่าใด
สำหรับสตรี ถ้าเป็นมากๆบางคราวก็จะต้องกระทำการผ่าตัด เพราะเหตุว่าหงอนไก่หรือหูดอันนี้บางทีอาจกีดกั้นคลอดของเด็ก แล้วก็พวกเราจะใช้พวก 20% โปโดฟิลลีน จักจี้ไม่ได้ ยาพวกนี้อาจซึมซับเข้าไปมากมาย และทำให้เป็นอันตรายต่อเด็ก

ต้องการสั่งยารักษาหูดหงอนไก่ หูดหงอนไก่


3. แจ้งโอน + ที่อยู่ และหลักฐานการโอนครับ
สำหรับต่างจังหวัด นอกเขตปริมณทล ระยะเวลาการจัดส่งไปรษณีย์ 2 วัน

 

 
ต้องการคำแนะนำของแพทย์ป้องกันโรคได้
เบอร์ติดต่อ 092-9899456



Tags :  wart no more, โรคหูดหงอนไก่



GPSราคาถูก | เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ | Ran Online | Ragnarok | โปรโมชั่น | เกมส์ออนไลน์

Promotion
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

ฐานข้อมูลผิดพลาด
ลองอีกครั้ง ถ้าเกิดการผิดพลาดอีกครั้ง ให้แจ้งผู้ดูแลระบบด้วย
กลับ